เข้าสู่ระบบผ่าน

บันทึกตำนานนายน้อยเจ้าสำราญ นิยาย บท 873

บทที่ 873 แสดงความเมตตา

เกิดอะไรขึ้น?

พวกเขามีคนมากมาย แต่กลับปล่อยให้อีกฝ่ายจับตัวหัวหน้าไปได้หรือ?

ขณะที่บรรดาบ่าวรับใช้ในที่เกิดเหตุกำลังเตรียมตัวจะเข้ามาแย่งตัวอู๋เหิงกลับมา ลูกธนูสองดอกก็พุ่งมาจากท้องฟ้า ยิงสองคนที่เดินนำอยู่ด้านหน้าตายคาที่

ทุกคนตกใจ พอพวกเขามองไปตามทิศทางที่ลูกธนูพุ่งมาก้เห็นชายสองคนสวมเกราะเบาสีดำยืนอยู่บนหลังคาบ้านฝั่งตรงข้ามถนน

พวกเขาไม่รู้จักองครักษ์ค่ายเทียนจี แต่ก็เข้าใจว่าชายทั้งสองคนล้วนเป็นยอดฝีมือจากกองทัพ

ทั้งสองคนกำธนูแน่น ตรงเอวมีกระบอกใส่ลูกธนูสะเอว ด้านหลังเหน็บดาบ ผูกแหลนม้าไว้อีกอัน

ทุกการเคลื่อนไหวล้วนแต่แผ่กลิ่นอายดุดันน่าเกรงขาม

เพียงแค่มองก็รู้ได้ว่าเป็นทหารเก่าที่ผ่านสมรภูมิมาอย่างโชกโชน มือปราบศาลาว่าการอำเภอไม่อาจเทียบได้

ชายสวมเกราะเบาทั้งสองคนบนหลังคาคือองครักษ์ค่ายเทียนจี คนที่มีอายุมากกว่าย่อตัวลง ดึงลูกธนูออกจากกระบอกที่เอว วางลงบนหลังคาแล้วเคาะสองครั้ง

เสียงกังวานใสกระทบจิตใจผู้คน บรรดาบ่าวรับใช้จวนตระกูลอู๋ตัวแข็งค้างอยู่กับที่ ไม่กล้าขยับแม้แต่ก้าว

หัวหน้าโจวที่ยืนอยู่หน้าประตูศาลาว่าการอำเภอเช็ดเหงื่อเย็นบนหน้าผาก

“นั่น…องครักษ์ค่ายเทียนจีที่เล่าลือกันกระมัง?”

ทหารที่อยู่ข้างกายสงสัย “ท่านหัวหน้า องครักษ์ค่ายเทียนจีคืออะไร? เก่งกาจมากหรือขอรับ?”

หัวหน้าโจวยิ้มขมขื่น “เก่งกาจหรือไม่หรือ? ข้าขอถามเจ้า เจ้ารู้หรือไม่ว่าแม่ทัพใหญ่เฉินซือเหลือแขนเพียงข้างเดียว?”

ทหารน้อยไม่ต้องคิด เขาพยักหน้าหงึก ๆ “เรื่องนี้ผู้ใดบ้างไม่รู้?”

หัวหน้าโจวหันมององครักษ์ค่ายเทียนจีบนหลังคา แล้วกล่าวด้วยความเกรงกลัว “เป็นองครักษ์ค่ายเทียนจีที่โจมตี! องครักษ์ค่ายเทียนจีคนหนึ่งแทรกซึมเข้าใกล้แม่ทัพ หากไม่ใช่เพราะอยู่ห่างเกินไป เกรงว่าท่านแม่ทัพคง…ไม่รอด”

“และองครักษ์ที่สร้างวีรกรรมยิ่งใหญ่นี้ก็เป็นเพียงองครักษ์ค่ายเทียนจีธรรมดา ๆ คนหนึ่งเท่านั้น”

“องครักษ์ค่ายเทียนจีล้วนมีความกล้าหาญที่คนนับหมื่นไม่อาจต้านทาน”

“พวกเขาเป็นคนสนิทของฉินเฟิง!”

เมื่อรู้ที่มาขององครักษ์ค่ายเทียนจี ทหารน้อยตกใจจนขาอ่อน พอมองไปที่ฉินเฟิงอีกครั้ง สายตาก็เต็มไปด้วยความหวาดกลัว

อู๋เหิงถูกโยนมาอยู่ตรงหน้าของฉินเฟิง

ถึงขนาดนี้แล้วเขายังจะมีท่าทางยโสโอหังเหมือนเมื่อครู่อีกหรือ?

อู๋เหิงทรุดตัวคุกเข่าอยู่บนพื้น ไม่กล้าแม้แต่จะผายลม

ฉินเฟิงไม่อยากพูดมาก เขาโยนเงินก้อนเล็ก ๆ ลงตรงหน้าอู๋เหิงแล้วกล่าวว่า “สภาพอากาศหนาวเย็น แม้อยากจะซื้อธัญพืชก็ไม่มีที่ให้ซื้อ แต่เรือนตระกูลอู๋ผู้เป็นคหบดีมีอิทธิพลในอำเภอฉางสุ่ยคงจะมีธัญพืชเก็บสะสมไว้ไม่น้อย”

“ตามราคาธัญพืชของแคว้นต้าเหลียงข้า เงินก้อนนี้ซื้อธัญพืชได้ราวสิบต้าน ภายในเวลาหนึ่งก้านธูป เจ้านำธัญพืชมา หาไม่ ทุกคนในเรือนตระกูลอู๋ที่มีแซ่อู๋จะถูกฆ่าทั้งหมด!”

เสียงแผ่วเบาราบเรียบของฉินเฟิงไม่ต่างจากสายฟ้าที่ฟาดลงกลางวันแสก ๆ ทำให้สมองของอู๋เหิงมึนงง ตอนนี้ เขาถึงตระหนักได้ว่า ตระกูลอู๋เตะแผ่นเหล็กร้อนเข้าแล้ว!

อู๋เหิงเก็บเศษเงินขึ้นมา ร้องไห้คร่ำครวญ สีหน้าเศร้าสร้อย “ท่านโหวฉิน ตอนนี้ราคาธัญพืชของแคว้นเป่ยตี้พุ่งสูง เงินเฟ้ออย่างรุนแรง หนึ่งร้อยห้าสิบอีแปะถึงจะซื้อธัญพืชได้หนึ่งต้าน เศษเงินก้อนนี้ของท่านจะซื้อธัญพืชได้ถึงสิบต้าน ข้าน้อยเกรงว่าจะเป็นไปไม่ได้”

ได้ยินคำพูดนี้ หนิงหู่ก็เตะเข้าที่หน้าของอู๋เหิง ความรุนแรงทำให้อู๋เหิงรู้สึกเหมือนจะตาย

“ท่าน…ท่านโหวฉิน ข้าน้อยนำเสบียงมาแล้ว สิบต้าน ไม่ขาดแม้แต่เม็ดเดียว”

ฉินเฟิงไม่สนใจเขา สั่งให้เจ้าหน้าที่ขนเสบียงลง แล้วคว้าข้าวกระสอบหนึ่งโยนให้จางเอ้อร์หนิว “พวกเจ้าสองสามีภรรยาถูกจับมา ข้าต้องขอโทษด้วย ถุงข้าวนี้ถือเป็นค่าชดเชย คงเพียงพอสำหรับครอบครัวห้าคนของพวกเจ้าให้อยู่รอดไปจนถึงเดือนหน้า”

จางเอ้อร์หนิวมองถุงข้าว แล้วมองฉินเฟิง เขายังงุนงงไม่เข้าใจราวกับสมองไม่พอประมลผล

แต่ภรรยาจางร้องไห้โฮไปแล้ว “ท่านโหวฉิน ท่านช่วยชีวิตพวกข้าน้อยไว้แล้ว”

“ครอบครัวของพวกข้าไม่มีข้าวมานาน ตอนแรกยังพอยืมข้าวเพื่อนบ้านมาประทังชีวิตได้ แต่ทุกครอบครัวล้วนลำบาก ครอบครัวตัวเองไม่มีจะกิน จะเอาที่ใดให้ผู้อื่นยิมอีก ครอบครัวเราไม่หวังว่าจะผ่านฤดูหนาวนี้ไปได้ด้วยซ้ำ แต่ แต่ตอนนี้ได้พบกับท่านโหว ครอบครัวของพวกข้าน้อยถือว่ารอดตายแล้ว”

ภรรยาจางทรุดคุกเข่า กราบศีรษะครั้งแล้วครั้งแล้ว

ฉินเฟิงโบกมือ หนิงหู่รีบเข้าไปประคองภรรยาจางขึ้นจากพื้น

“เรื่องนี้เป็นความผิดของข้าที่ใช้คนไม่ดี พวกเจ้าไม่ต้องพูดอะไรแล้ว รีบเอาข้าวกลับบ้านไปเถิด บ้านไม่มีผู้ใหญ่ ไม่รู้ว่าเด็กสามคนจะสิ้นหวังเพียงใด”

ฉินเฟิงเรียกหัวหน้าโจวมา แล้วออกคำสั่ง “เจ้าส่งมือปราบหนึ่งคนไปคุ้มครองสองผัวเมียกลับบ้าน หากเกิดเรื่องขึ้นระหว่างทาง เจ้าคงรู้ดีว่าผลจะเป็นอย่างไร”

หัวหน้าโจวก้มหัวคำนับ “ท่านโหวโปรดวางใจ ข้าน้อยรับรองว่าจะจัดการให้เรียบร้อย”

แล้วเขาก็วิ่งเหยาะ ๆ กลับไปยังศาลาว่าการอำเภอ เรียกมือปราบคนหนึ่งมา แล้วกระซฺบเตือน “เจ้าพาชาวบ้านกลับไป ข้ารู้นิสัยเจ้า อย่าได้ปล้นชิงพวกเขาระหว่างทางเชียว!”

“ข้าขอเตือน บรรดาองครักษ์เสื้อแพรใต้บังคับบัญชาของท่านโหวฉินแทรกซึมไปทุกหนแห่ง เมื่อท่านโหวฉินเอ่ยปากแล้ว องครักษ์เสื้อแพรย่อมต้องไปสืบสวนภายหลัง หากเจ้าทำเรื่องสกปรกโสมม ท่านโหวต้องรู้แน่ ถึงตอนนั้น เจ้าก็ไม่มีทางรอดแล้ว เจ้าเข้าใจหรือไม่!”

มือปราบพยักหน้ารับหงึก ๆ ราวกับสากตำข้าว รีบกำจัดความคิดสกปรกในใจทิ้ง แล้วคุ้มกันสามีภรรยาตระกูลจางกลับหมู่บ้าน

กระทั่งสามีภรรยาตระกูลจางเดินห่างออกไป ชาวบ้านที่เหลืออยู่จึงได้สติ…

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: บันทึกตำนานนายน้อยเจ้าสำราญ