บทที่ 880 กองพลพญาอินทรีโจมตียามราตรี
ผ่านไปครู่ใหญ่ ภรรยาของนายอำเภอจึงได้สติกลับคืนมา
นางกำเิงนไว้แน่นพลางกล่าวอย่างตกตะลึง “ท่านโหว ท่าน…ท่านหมายความว่าอย่างไร?”
ฉินเฟิงกล่าวยิ้ม ๆ “ฮูหยิน เหตุใดเจ้าต้องแกล้งทำเป็นไม่รู้ทั้งที่เข้าใจดีอยู่แล้วเล่า?”
“ก่อนหน้านี้เจ้าคอยประจบสารพัดก็เพื่อเอาใจข้าไม่ใช่หรือ? ที่โกรธแค้นข้านักหนาก็เพราะข้าไม่สนใจ ทำให้เจ้าต้องเสียหน้าใช่หรือไม่?”
“ฮึ ข้าไม่ใช่เด็กสามขวบ เรื่องน้ำใจและกิริยาของคน ข้าย่อมเข้าใจดี”
“ยามนี้ข้าได้ยื่นมือเป็นมิตรต่อเจ้า เจ้าจะมัวเกรงใจไปไย?”
ฉินเฟิงไม่สนใจภรรยานายอำเภอมาก่อนก็เพราะยังไม่ถึงเวลา รอจนภรรยานายอำเภอก่อเรื่องวุ่นวาย เขาจึงฉวยโอกาสกดดันนายอำเภอเฉินเถียน หากดึงภรรยานายอำเภอมาเป็นพวกได้ก็จะได้ผลลัพธ์ทวีคูณ
ส่วนเรื่องอุปนิสัยของภรรยานายอำเภอ ฉินเฟิงไม่ขอวิจารณ์ มีึำกล่าววา อีกาทั่วโลกล้วนสีดำไม่ใช่หรือ หากคำนึงถึงเรื่องพวกนี้มากไป ก็คงไม่ต้องทำอะไรแล้ว
ภรรยานายอำเภอยังคงรู้สึกเหมือนฝัน แต่เงินในมือนางไม่มีทางโกหก
สีหน้าซีดเผือดของนางพลันเปลี่ยนเป็นแดงเรื่อ ตื่นเต้นอย่างบอกไม่ถูก ก่อนจะรีบค้อมกายคำนับ “ขอบคุณท่านโหวที่เมตตา ขอท่านโหววางใจ ข้าจะรับใช้ท่านอย่างซื่อสัตย์แน่นอน”
ซื่อสัตย์?
สตรีเห็นแก่เงินและโหดร้ายพูดถึงความซื่อสัตย์ ฮ่า ๆ ช่างน่าขันเสียจริง
ฉินเฟิงแสดงไมตรีต่อนางเพียงเพราะนางมีประโยชน์ หาใช่คาดหวังสิ่งอื่น
“ข้าคงอยู่แคว้นเป่ยตี๋เจ้าอีกพักใหญ่ และจากนี้ข้าก็จะขยายการค้าให้กว้างขวาง ถึงตอนนั้นจำเป็นต้องมีคนที่ใช้งานได้อยู่ข้างกาย เจ้าเป็นคนฉลาด ขอเพียงช่วยข้าจัดการงานให้ดี อย่าว่าแต่นายอำเภอตำแหน่งเล็ก ๆ ต่อไปแม้แต่ขุนนางในราชสำนักเห็นเจ้าก็ต้องให้เกียรติอยู่สามส่วน!”
“ส่วนเรื่องผ้างามอาหารเลิศรสก็ไม่จำเป็นต้องพูดถึง”
ภรรยานายอำเภอตาเป็นประกาย ตัวสั่นด้วยความตื่นเต้น นางกำมือแน่นและกล่าวอย่างเด็ดเดี่ยว “ขอท่านโหวสั่งมาเถิด ตราบใดที่ข้าสามารถทำได้ ข้าจะทุ่มเทสุดชีวิตจนกว่าจะสิ้นลมหายใจ”
ฉินเฟิงพอใจกับท่าทีของภรรยานายอำเภออย่างยิ่ง
“ดี เรื่องนี้ไม่ยาก สำหรับเจ้าแล้วยิ่งง่าย”
“แม้เฉินเถียนจะไม่ใช่ขุนนางที่ดีนัก แต่ก็ไม่ถึงกับเลวร้าย อีกทั้งยังระมัดระวังในการกระทำ เก่งในการรักษาตัวรอด ยิ่งเป็นคนแบบนี้ยิ่งทำอะไรล้าหลัง ไม่รู้จักปรับตัว การจะทำให้อำเภอฉางสุ่ยกลายเป็นจุดเปลี่ยนถ่ายสินค้า หากให้เขาคิดเอง เก้าในสิบส่วนคงไม่มีหวังแล้ว”
“ขอเพียงเจ้าสามารถโน้มน้าวเฉินเถียนได้ก็จะเป็นความสำเร็จแรกของเจ้า”
ภรรยานายอำเภอตอบแบบไม่ต้องคิดให้มากความ
“ท่านโหวโปรดวางใจ เรื่องนี้ให้เป็นข้าจัดการเถิด!”
มองภรรยานายอำเภอเดินออกไปโดยไม่หันกลับมามอง หลิ่วหมิงนึกตลกนัก
“บุรุษทั้งหลายล้วนอาจทนลมข้างหมอน”
“อำเภอฉางสุ่ย สำหรับท่านโหวเป็นตำแหน่งยุทธศาสตร์ที่สำคัญที่สุดในอนาคต หากสามารถยึดครองได้ เรื่องการเชิญองค์หญิงกลับจิ่งเชียนอิ่งกลับคืนราชวงศ์ก็นับว่าอยู่ไม่ไกล”
ฉินเฟิงพยักหน้ายิ้ม ๆ “ถูกต้อง ตอนนี้ตระกูลอู๋สงบเสงี่ยมลงไปมาก พวกเขาจะจ้างคนงานให้ครบแน่ เราไม่จำเป็นต้องกลับไปเมืองหลวงแล้ว สร้างโรงเก็บสินค้าในเมืองฉางสุ่ยได้เลย”
“จัดการส่งองครักษ์เสื้อแพรไปสักสองสามคน คอยจับตาเมืองฉางสุ่ย ป้องกันไม่ให้ผู้ใดมาสอดแนมตามอำเภอใจ”
“ส่วนขนาดของโรงเก็บสินค้าก็ให้เป็นไปตามที่แผนที่วางไว้ โรงเก็บสินค้าสามหลัง โรงเก็บอาวุธหลัง จำไว้ว่าโรงเก็บอาวุธต้องพลางตาให้ดี”
“เฮ้อ!”
“พวกเจ้าจะไปที่ใด?” ทหารยามตะโกนเสียงต่ำ สายตาคมกริบมองสำรวจเหลยหู่และคนอื่น ๆ ตั้งแต่หัวจรดเท้า แม้การแต่งกายจะเหมือนกับทหารฝ่ายตนทุกประการ แต่คนเหล่านี้กลับไม่คุ้นหน้าตา
เหลยหู่ไม่ตื่นตระหนก ทั้งยังเขาตวาดเสียงทุ้มกลับไปว่า
“ตามคำสั่งของท่านแม่ทัพหลู่ พวกข้าออกมาสอดแนม รีบเปิดทางเสีย!”
ทหารยามหรี่ตาลงเล็กน้อย แล้วถามว่า “เจ้ามีตำแหน่งใด?”
เหลยหู่เบิกตากว้าง กล่าวอย่างหงุดหงิด “หัวหน้าหน่วยจู่โจม จ้าวมู่!”
ได้ยินคำพูดนี้ ทหารยามยิ่งระแวดระวัง เขาหยิบฆ้องทองเหลืองขึ้นมาตามสัญชาตญาณ เตรียมส่งสัญญาณเตือนภัย ด้วยหัวหน้าหน่วยทุกคนล้วนคุ้นหน้าคุ้นตากัน แต่คนตรงหน้าไม่ใช่ ชัดเจนว่าแอบอ้างเป็นจ้าวมู่แล้ว
ทว่าก่อนทหารยามจะได้ตีฆ้อง พลธนูสองคนของกองพลพญาอินทรีก็แอบย่องเข้าด้านหลัง แล้วใช้ดาบฟันทหารยามตายคาที่
ฆ้องร่วงตก ส่งเสียงดังแผ่ว
ทหารยามที่อยู่ไม่ไกลพลัยมองมา แล้วตะโกนถาม “ผู้ใด?!”
เหลยหู่สูดหายใจลึก แล้วตะโกนสั่งเสียงต่ำ “ไป!”
เขาไม่สนใจคำถามของทหารยาม พาลูกน้องเดินออกจากค่ายอย่างรวดเร็ว
ทหารยามคนเดิมรีบวิ่งเข้ามาก็พบสหายนอนสิ้นลมกองอยู่บนพื้น เขารีบตีฆ้องสัญญาณ
เสียงฆ้องเตือนถึงการลอบโจมตีของศัตรูดังก้อง เหลยหู่พลันตะโกนเสียงดัง “เจ้าพวกลอบกัดอย่าหนีเชียว!”
พลธนูห้าสิบคนที่อยู่รอบตัวเขาก็ตะโกนตาม “พวกโจรอย่าคิดหนี!”
เนื่องจากเหลยหู่และคนอื่น ๆ ปลอมตัวเข้ามา แต่ละคนล้วนแต่งกายเหมือนกับทหารยาม อีกทั้งยังใช้อุบายโจรตะโกนจับโจร ชั่วขณะนั้น เลยตีเนียนปะปนไปกับทหารยามฝั่งหลู่โฉว จนวิ่งออกจากค่าย หนีรอดมาได้

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: บันทึกตำนานนายน้อยเจ้าสำราญ