บทที่ 885 เจ้าผียังจัดการได้ง่าย แต่สัมภเวสียากจะรับมือ
พวกนักเลงหัวไม้มั่นใจว่าคนในรถม้าไม่มีอำนาจวาสนา เพิ่งมาถึงที่นี่คงต้องยอมให้พวกเขารังแกอย่างว่าง่าย
คนพวกเขาล้วนเป็นอันธพาลชื่อดังของอำเภอฉางสุ่ย ชาวบ้านที่เดินผ่านไปมาแม้จะโกรธแค้น แต่ก็ไม่กล้าเข้าไปยุ่ง เกรงว่าจะนำความเดือดร้อนมาสู่ตัว
คนขับรถม้าอายุกว่าสี่สิบปีขมวดคิ้วแน่น ใช้แส้ชี้เหล่าอันธพาล แล้วกล่าวอย่างไม่พอใจว่า “ช่างกล้านัก พวกเจ้ารู้หรือไม่ว่าคนในรถม้าคือผู้ใด?”
“หากล่วงเกินท่านผู้สูงศักดิ์ พวกเจ้าต้องเผชิญกับโทษที่ยากจะแบกรับ”
เดิมพวกอันธพาลเพียงตั้งใจจะขู่กรรโชกเงิน แต่พอคนขับรถม้าทำท่าหยิ่งยโส พวกเขาก็โกรธขึ้นมา ผู้นำกลุ่มอันธพาลชื่อ จางต้าหู่ คว้าแส้ของคนขับรถม้า กระชากแย่งมา แล้วหวดแส้ฟาด
คนขับรถม้าทนความเจ็บปวดไม่ไหว ร้องครวญคราง แต่ก็ไม่วายแยกเขี้ยวยิงฟัน “พวกเจ้าช่างบังอาจนัก ช่างรนหาที่ตาย”
“ภายในรถม้ามีสูงศักดิ์ประทับ อย่าโทษข้าว่าไม่เตือนพวกเจ้า”
จางต้าหู่ยิ่งฮึกเหิม เขาฟาดแส้ใส่คนขับรถม้าอีกครั้ง คว้าข้อเท้าของคนขับรถม้า แล้วกระชากลงมาจากรถม้า
“เจ้าขี้ข้าขับรถม้าหาเลี้ยงชีพ มาแสดงเป็นบ่าวผู้ภักดีอะไรกับข้า!”
“ท่านผู้สูงศักดิ์หรือ? สูงศักดิ์บ้านเจ้าสิ ท่านผู้สูงศักดิ์ไหนเลยออกเดินทางด้วยรถม้าพัง ๆ เช่นนี้?”
“กล้าตะโกนใส่ข้า เจ้านั่นแหละที่รนหาที่ตาย พวกเรา สั่งสอนตาเฒ่าสามหาวสักหน่อยสิว่า เขาควรวางตัวอย่างไร”
พวกนักเลงที่อยู่ข้าง ๆ หัวเราะร่าสะใจ แล้วลงมือกับคนขับรถม้าอย่างไม่ปรานี
คนขับรถม้าได้แต่กอดหัว ขดตัวอยู่บนพื้น ปากก็ส่งเสียงร้อง แต่เขาไม่ได้ขอร้องพวกนักเลง กลับกำลังตะโกนบอกท่านผู้สูงศักดิ์ในรถม้าต่างหาก
“ท่านผู้สูงศักดิ์โปรดอย่าได้ลงจากรถม้า ข้าน้อยถูกตีก็ไม่เป็นไร โอ๊ย…”
“อึก พวกท่านล้วนเป็นบุคคลสำคัญอย่าได้ให้เจ้าพวกอันธพาล อ๊าก ทำให้ดวงตาของต้องมัวหมอง…”
“หากพวกท่านเป็นอะไรไป แม้ข้าน้อยมีร้อยหัวก็ไม่พอให้ตัดทิ้ง”
หวังกังน้องร่วมสาบานของจางต้าหู่เป็นคนฉลาด ได้ฟังคำคร่ำครวญของคนขับรถม้าก็หรี่ตามองแล้วดึงแขนจางต้าหู่ไว้
“พี่ต้าหู่ คนขับรถม้าเหมือนจะไม่ได้โกหก หากในรถม้ามีผู้สูงศักดิ์อยู่จริง พวกเราจะทำอย่างไรดี?”
จางต้าหู่หัวเราะเยาะ “ใต้หล้านี้จะมีผู้สูงศักดิ์เกลื่อนกลาดขนาดนั้นเชียวหรือ? บรรดาคนสูงศักดิ์ที่ข้ารู้จักก็มีแต่ท่านโหวฉินที่สนใจสถานที่ห่างไกลความเจริญอย่างอำเภอฉางสุ่ย”
“วางใจเถิด ผู้สูงศักดิ์จริง ๆ ไม่มีทางมาอำเภอฉางสุ่ยที่ห่างไกลแน่”
หวังกังลูบคางครุ่นคิด แต่เพื่อความไม่ประมาท เขาเตือนว่า “แล้วถ้าเป็นคนจากทางการเล่า?”
จางต้าหู่ยังคงไม่ใส่ใจ “เจ้าหมายถึง ปลอมตัวมาตรวจราชการ? ฮ่า ๆ น้องข้า ยามเจ้าฉลาดก็ฉลาดนัก แต่ยามเจ้าโง่เขลาก็โง่เขลาเสียน่าใจหาย”
“อย่างที่ข้าบอก ขุนนางใหญ่ไม่มีทางมาอำเภอฉางสุ่ย พวกเขามีเรื่องให้ทำตั้งมาก ยังจะมีเวลามาที่นี่หรือ?”
“และถ้าเป็นขุนนางชั้นผู้น้อย เจ้าก็ต้องรู้ว่า อีกาทั่วใต้หล้าก็ล้วนดำ ยิ่งเป็นขุนนางชั้นผู้น้อย ยิ่งชอบวางท่าใหญ่โต”
“หวังกัง พวกเราสองพี่น้องติดหนี้มากมาย หากไม่ปล้นสักที ต่อให้ขายเมียก็ยังใช้หนี้ไม่หมด”
นึกถึงหนี้สินห้าตำลึงที่ตนแบกอยู่บนหลัง หวังกังกัดฟันแน่น
และตอนนี้อำเภอฉางสุ่ยก็มีเพียงสี่คนที่ไม่ควรยุ่งเกี่ยว ไม่ต้องพูดถึงฉินเฟิง แค่เฉินเถียนกับอู๋ต้ากุ้ยก็ชี้เป็นชี้ตายผู้คนได้แล้ว ส่วนคนสุดท้ายก็คือหัวหน้าของพวกเขา ผู้อยู่เบื้องหลังหวังกัง และเป็นเจ้าของหอหย่งอัน
เรื่องหนึ่งก็คือเรื่องหนึ่ง แม้หวังกังและพรรคพวกจะติดตามหัวหน้าวางอุบายกลางวงพนัน หลอกลวงผู้คน แต่บางครั้งพวกเขาก็อยากเล่น และพอลงเล่นกับเจ้าของร้าน ผลลัพธ์ก็แน่นอนว่า…แพ้จนหมดตัว
หวังกังจึงรู้ดีถึงวิธีการของหัวหน้า หากไม่สามารถชำระหนี้ได้ครบถ้วน หัวหน้าย่อมต้องทำให้เขาต้องร้องขอชีวิต
หวังกังจึงตัดสินใจเสี่ยง…ครั้งสุดท้าย
อย่างไรสาวงามทั้งสี่คนก้ไม่มีทางเป็นญาติฉินเฟิงหรือเฉินเถียน ส่วนอู๋ต้ากุ้ย คิดไปคิดมาก็เป็นไปไม่ได้ อู๋ต้ากุ้ยชอบโอ้อวด หากมีญาติงดงามราวกับนางสวรรค์ มีหนือจะไม่ป่าวประกาศ ยกระดับหน้าตาดีตน
หวังกังไม่กล้าลงมือกับสี่สาวงามต่อหน้าผู้คน เขามีเป้าหมายชัดเจน สายตาจับจ้องไปที่ปิ่นทองบนศีรษะของหญิงงามไม่วางตา
หากได้ปิ่นทองมา ไม่เพียงแต่จะชดใช้หนี้ได้ ยังจะร่ำรวยขึ้นด้วย
หวังกังส่งสัญญาณทางสายตา จางต้าหู่รู้ความหมาย ล้มตัวลงนอนกับพื้นแล้วร้องโอดครวญ
“โอ๊ย! ชนคนแล้ว ชนคนตายแล้ว”
หวังกังแสร้งทำเป็นเจ็บปวด ชี้หญิงงามบนรถม้า ปากก็ตะโกนต่อว่าแค้นเคือง “พวกเจ้าช่างไม่ดูทาง หนำซ้ำยังไร้น้ำใจ ชนคนแล้วยังไม่ลงมาดูอีกหรือ? ชดใช้ค่าเสียหายมาเสีย!”
เหล่าอันธพาลคนอื่น ๆ ต่างก็เห็นปิ่นทองบนศีรษะของหญิงงาม พวกเขาล้วนต้องการส่วนแบ่ง จึงร่วมมือกับหวังกังและจางต้าหู่ ตะโกนด่าทอ กดดันสตรีบนรถม้า
“รีบลงจากรถเร็วเข้า! เจ้าอยากให้พวกข้ารายงานศาลาว่าการใช่หรือไม่?”
“เฮ่อ ๆ แต่งตัวหรูหรา แต่นั่งรถม้าเก่าโทรม คงเป็นครอบครัวขุนนางก่อความผิดแล้วหนีมากระมัง?!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: บันทึกตำนานนายน้อยเจ้าสำราญ