บทที่ 910 การควบคุมอย่างละเอียดและต่อเนื่อง
เนื่องจากหลู่หลีมุ่งหน้ามาหาฉินเฟิง เมื่อมองจากภายนอก เหมือนหลู่หลีจะเป็นฝ่ายรุกโจมตีฉินเฟิง เขาเลยจำเป็นต้องจุดคบเพลิงส่องสว่าง ไม่ให้โอกาสฉินเฟิงหนีรอดไปได้เลย
ส่วนฉินเฟิง เพื่อป้องกันตัวเอง ความมืดของราตรีคือการพรางตัวที่ดีที่สุด แน่นอนว่าเขาจะไม่โง่เขลาจุดคบเพลิงเพื่อเปิดเผยตำแหน่งของตัวเอง
แต่ความจริงกลับตรงกันข้าม หลู่หลีกำลังป้องกัน ขณะที่ฉินเฟิงกำลังรุกโจมตี
องครักษ์ค่ายเทียนจีและหน่วยอาวุธลับแอบออกไปทางด้านข้างทั้งสองด้าน ส่วนฉินเฟิงนำกองทหารม้าสามสิบคนคอยเฝ้าหลู่หลีอยู่กับที่ หากหลู่หลีส่งกองทหารม้าออกมา ฉินเฟิงก็จะหันหลังหนีโดยไม่ลังเล
ความจริงหลู่หลีก็กำลังวางแผนเช่นนั้น
ตอนนี้ ทหารส่งสารเข้ามารายงานต่อหลู่หลีอย่างต่อเนื่อง “เรียนจู้กั๋ว กองกำลังโดยรอบกำลังถูกโจมตีรบกวน”
“บรรดาพี่น้องที่ซุ่มรอโจมตีกองทหารม้าถูกโจมตีโดยไม่ทันตั้งตัวทั้งหมด!”
หลู่หลีถามตรงประเด็นไม่อ้อมค้อม “กองกำลังหลักถูกโจมตีหรือไม่?”
ทหารส่งสารรีบตอบ “กองกำลังที่มีจำนวนตั้งแต่ห้าสิบคนขึ้นไปล้วนปลอดภัยดี”
หลู่หลีเข้าใจสถานการณ์แล้ว ฉินเฟิงคงส่งองครักษ์ค่ายเทียนจีและองครักษ์ลับออกไปแล้ว ข้างกายย่อมเหลือทหารเป่ยซีเพียงหนึ่งร้อยคน ไม่ต้องสงสัยเลย ตอนนี้เป็นโอกาสที่ดีที่สุดในการลงมือสังหาร
หลังครุ่นคิดถี่ถ้วน หลู่หลีออกคำสั่ง “กองทหารม้าบุกโจมตี!”
เมื่อหลู่หลีออกคำสั่ง กองทหารม้าที่เตรียมพร้อมรบก็พุ่งทะยานไปทางฝั่งของฉินเฟิง ส่วนทหารราบ เนื่องจากเคลื่อนพลได้ช้า ไม่สามารถตามกองทหารม้าทันจึงถูกสั่งให้อยู่ที่เดิม คอยปิดกั้นถนน ป้องกันไม่ให้ฉินเฟิงใช้กลอุบายล่อให้ทหารออกไป แล้วฉวยโอกาสทะลวงผ่านด่าน
ฉินเฟิงได้ยินเสียงฝีเท้าม้าดังมาจากฝั่งตรงข้าม พร้อมกับแสงคบเพลิงที่วูบวาบไม่หยุด ตระหนักได้ว่ากองทหารม้าของอีกฝ่ายได้เริ่มโจมตีแล้ว เขาไม่ลังเลที่จะออกคำสั่ง
“ถอย!”
ภายใต้การนำของฉินเฟิง กองทหารม้าแห่งเป่ยซีสามสิบคนถอยกลับไปตามถนน
เนื่องจากฉินเฟิงได้สั่งให้หลี่เซียวหลานนำทหารราบเป่ยซีเจ็ดสิบคนย้อนกลับไปก่อนเพื่อเปิดทาง เขาจึงไม่กังวลว่าจะถูกกองกำลังศัตรูซุ่มโจมตีหรือสกัดกั้น
ระยะทางสองลี้ หนึ่งพันก้าว สำหรับกองทหารม้าก็ใช้เวลาแค่ชั่วพริบตา
ฉินเฟิงนำกองทหารม้าเป่ยซีวิ่งเข้าไปในจุดที่หลี่เซียวหลานวางกับดักไว้ล่วงหน้า
“ฆ้อง!”
เมื่อได้ยินเสียงตะโกนของฉินเฟิง ทหารคนหนึ่งที่ติดตามมาก็รีบถอดฆ้องทองเหลืองจากเอวแล้วโยนให้ฉินเฟิง
ฉินเฟิงวิ่งไปตามถนนพลางตะโกนไปยังทหารราบเป่ยซีที่ซุ่มอยู่สองข้างทาง “เสียงฆ้องเป็นสัญญาณ! เสียงฆ้องเป็นสัญญาณ! เมื่อได้ยินเสียงฆ้องให้โจมตีศัตรูทันที!”
ฉินเฟิงนำกองทหารม้าวิ่งถอยอีกหนึ่งร้อยก้าว หลังเว้นระยะห่างได้ก็หยุดม้า หันหัวม้ากลับมาเผชิญหน้ากับกองทัพศัตรูที่กำลังบุกเข้ามา เตรียมรับมืออย่างเคร่งครัด
แทบจะทันทีที่ฉินเฟิงหยุดลง กองทหารม้าหนึ่งร้อยคนไล่ตามมาถึงจุดซุ่มโจมตี เนื่องจากทหารศัตรูถือคบเพลิงอยู่ในมือ ทำให้เป้าหมายชัดเจน ฉินเฟิงจึงไม่ลังเล ตีฆ้องให้สัญญาณ
เหม่ง! เหม่ง! เหม่ง!
ได้ยินเสียงฆ้อง เสียงของหลี่เซียวหลานก็ดังก้อง
“ยิง!”
ทหารราบเจ็ดสิบคนที่ซุ่มอยู่ใช้คบเพลิงของกองทหารม้าศัตรูเป็นจุดอ้างอิง แล้วยิงธนูใส่
ฉินเฟิงนำทหารม้าเป่ยซีสามสิบคนบุกเข้าใส่ทหารม้าฝ่ายหลู่หลีที่กำลังสับสนอลหม่าน แต่ละคนชูแหลนม้า ท่าทางน่าเกรงขาม
ภายใต้ความมืด ทหารม้าของหลูหลีได้ยินเพียงเสียงฝีเท้าม้าดังใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ แต่ไม่อาจมองเห็นร่องรอยของกองทหารม้าเป่ยซีได้
ทั้งยังถูกทหารราบเป่ยซีรบกวน แม่ทัพฝ่ายหลู่หลีที่นำกองทหารม้าออกมาฝืนใจออกคำสั่งให้สู้ต่อ เดิมทีเขามีกองทหารม้าหนึ่งร้อยคน แต่หลังจากถูกโจมตีอย่างต่อเนื่อง ตอนนี้เหลือทหารไม่ถึงเก้าสิบคน ขบวนทัพกระจัดกระจาย สถานการณ์วุ่นวายอย่างยิ่ง
เมื่อต้องเผชิญหน้ากับฉินเฟิงและแหลนม้าสามสิบเล่มที่อยู่เบื้องหลัง ทหารม้าศัตรูไม่กล้าต่อสู้ พากันหนีลงข้างทาง
เสียงอึกทึกและเสียงร้องครวญครางดังมา กองทัพฉินเฟิงราวกับดาบคมกริบ ทะลวงกองทัพศัตรู
ฉินเฟิงบุกทะลวงจากด้านหน้าไปจนถึงด้านหลังของกองทัพศัตรู แล้วหันหันม้ากลับ ทหารม้าศัตรูเหลือไม่ถึงเจ็ดสิบคน แล้ว และเจ็ดสิบคนนี้ก็ไม่สามารถจัดรูปแบบการรบได้ แลยแตกกระจายกันไป
ส่วนทหารศัตรูที่กระโดดลงข้างทาง หลบการโจมตี และวิ่งเข้าไปในทุ่งร้างก็ถูกทหารราบเป่ยซีโอบล้อมโจมตี
“ถอย! ถอย!”
แม่ทัพตะโกนร้อยรน กระชากบังเหียนอย่างแรง นำทหารที่เหลือรอดถอยร่นกลับ ตอนนี้หลู่หลีส่งทหารราบองครักษ์ออกมาถึงสองร้อยคน หวังให้ไปสมทบและช่วยทหารม้าฝ่ายตน!
แต่เนื่องจากด่านอยู่ห่างจากที่เกิดเหตุถึงหนึ่งพันห้าร้อยก้าว ทหารราบยังวิ่งมาไม่ถึงครึ่งทางก็ได้เห็นกองทหารม้าฝ่ายตนลหนีกลับมาเสียแล้ว
ฉินเฟิงก็ไม่ได้ลังเลแต่อย่างใด หยิบฆ้องทองแดงออกมาจากเอว ทั้งตีทั้งตะโกน “ถอย! ถอย!”
ฉินเฟิงไม่คิดที่จะสู้ต่อแม้แต่น้อย พอได้เปรียบก็รีบพาพี่น้องหันหลังหนี ไม่ให้โอกาสอีกฝ่ายได้ประชิดตัว เมื่อเหลือหกสิบกว่า คนของกองทหารม้าวิ่งกลับมายังด่าน สีหน้าของหลู่หลีดูมืดมนอย่างยิ่ง
เขาตวาดด้วยความโกรธ “เจ้าสารเลวฉินเฟิงเก่งกาจในการรบแบบกองโจร ส่งคำสั่งของข้าลงไป ให้เหลือคนหนึ่งร้อยคนไว้รักษาด่าน ที่เหลือบุกโจมตีทั้งหมด!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: บันทึกตำนานนายน้อยเจ้าสำราญ