บทที่ 926 โลงศพหนึ่งร้อยสามสิบเจ็ดใบ
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ ตอนแรกเหมือนจะเป็นเรื่องเหลือเชื่อ แต่เมื่อคิดอย่างละเอียดแล้วก็ไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้ และยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกว่าแยบยล
ขณะนั้นเอง เสียงของทหารส่งสารดังมาจากนอกประตู
“ฝ่าบาท ภายใต้การคุ้มกันของแม่ทัพใหญ่เฉินซือ ฉินเฟิงใกล้ถึงเมืองหลวงแล้วพ่ะย่ะค่ะ”
เสียงรายงานจากทหารส่งสาร ทำให้การสนทนาระหว่างฮ่องเต้เป่ยตี๋กับหลี่อวี้จบลง ฮ่องเต้เป่ยตี๋สั่งให้หลี่อวี้ไปต้อนรับฉินเฟิง
ก่อนที่หลี่อวี้จะจากไป จู่ ๆ ก็นึกขึ้นได้ เขาถามเบา ๆ “ฝ่าบาท กระหม่อมขอพระราชทานอนุญาตพาท่านผู้มีพระคุณไปด้วยได้หรือไม่พ่ะย่ะค่ะ”
ฮ่องเต้เป่ยตี๋รู้ทันทีว่า ‘ผู้มีพระคุณ’ ที่หลี่อวี้กล่าวถึงคือผู้ใด จึงอนุญาตให้
ช่วงเวลาเดียวกัน กองทัพใหญ่คุ้มกันฉินเฟิงเดินทางมาตามถนนหลวง มุ่งหน้าสู่เมืองหลวงเป่ยตี๋
แต่พอผ่านอำเภอชิงซานฉินเฟิงกลับสั่งให้หยุดการเดินทาง และยืนกรานที่จะเข้าเมือง
แม้เฉินซือจะไม่เข้าใจว่าฉินเฟิงมีแผนการใด แต่เพื่อปลอบประโลมฉินเฟิง เฉินซือทำได้เพียงให้ความร่วมมืออย่างสุดความสามารถ กองทัพคอยคุ้มกันอยู่นอกเมือง มีเพียงหนิงหู่กับองครักษ์ค่ายเทียนจีสิบกว่าคนที่ติดตามคุ้มครองอย่างใกล้ชิด
บริเวณศาลาว่าการอำเภอชิงซานเต็มไปด้วยผู้คนกำลังคุกเข่า ตั้งแต่นายอำเภอลงมาจนถึงเจ้าหน้าที่ต่างก็สั่นเทาด้วยความหวาดกลัว ด้วยศึกครั้งนี้พวกเขาให้ความช่วยเหลือแก่หลู่หลีไปไม่น้อย
พอฉินเฟิงเข้ามาในศาลาว่าการอำเภอ เขาไม่ได้ลงมือสังหารผู้คนอย่างโหดเหี้ยม เพราะอย่างไรก็ไม่จำเป็นต้องให้ฉินเฟิงลงมือ ฮ่องเต้เป่ยตี๋ย่อมจัดการเรื่องนี้เอง
ฉินเฟิงที่เหนื่อยล้ายังคงไม่มีเรี่ยวแรง ง่วงงุนจนแทบล้มหลับ
แต่เขาก็ยังฝืนกัดฟันทน
พอฉินเฟิงเข้ามาในศาลาว่าการ เขาก็ส่งสัญญาณให้เจ้าหน้าที่ทั้งหมดออกไป แล้วเรียกหลงจู๊ ‘ร้านขายโลงศพ’ ทั้งหมดในเมืองมา รวมแล้วแปดคน ฉินเฟิงไม่อ้อมค้อม กล่าวเข้าเรื่อง “พวกเจ้าจะสามารถหาโลงศพมาได้กี่ใบ?”
หนึ่งในหลงจู๊ตอบอย่างระมัดระวัง “ใต้เท้าอาจไม่ทราบ โลงศพทำขึ้นตามความต้องการ ปกติไม่มีสำรอง ด้วยเป็นสิ่งอัปมงคล…”
ฉินเฟิงพยักหน้าเบา ๆ แล้วถามต่อ “ข้าต้องการคำตอบเท่านั้น แล้วก่อนฟ้าสาง พวกเจ้าสามารถจัดหาโลงศพได้กี่ใบ”
หลงจู๊ทั้งแปดคนมองหน้ากันไปมา แล้วหลงจู๊คนเดิมก็เป็นคนตอบ น้ำเสียงของเขาเบาลงอีก “แม้จะเรียกช่างฝีมือทั้งหมดมาก็เกรงว่าจะทำได้เพียงเจ็ดถึงแปดโลงเท่านั้นขอรับ”
กล่าวจบ แม้หลงจู๊จะกล้า ๆ กลัว ๆ แต่ก็ถามกลับ “ไม่ทราบว่าใต้เท้าต้องการโลงศพกี่ใบหรือขอรับ?”
ฉินเฟิงตอบโดยไม่ต้องคิด “หนึ่งร้อยสามสิบเจ็ดใบ”
ได้ยินตัวเลขนี้ สายตาของหลงจู๊พลันซับซ้อน “ข้าน้อยไม่กล้าประมาท แม้พวกข้าน้อยจะทำงานไม่หยุดพัก ก่อนฟ้าสาง ก็ไม่อาจสร้างโลงศพได้มากมายเพียงนั้น ตัวเลขนี้มากเกินไป…”
ฉินเฟิงก็ไม่ได้ขู่บังคับ เพียงถามต่อ “โลงศพหนึ่งใบราคาเท่าไร?”
หลงจู๊ตอบ “สองร้อยอีแปะขอรับ”
ฉินเฟิงโบกมือ “ข้าจะให้พวกเจ้าโลงละสองตำลึง พวกเจ้าจงทำให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ ทำได้เท่าไรก็เท่านั้น หากไม่ทัน ก็ไม่ต้องทาสีก็ได้ เพียงแค่ส่งโลงไม้ล้วนมาก็พอ”
ได้ยินคำพูดฉินเฟิง พวกหลงจู๊ร้านโลงต่างตื่นเต้น สำหรับพวกเขานับเป็นโชคที่หล่นจากฟ้า พวกเขารีบก้มศีรษะกล่าวขอบคุณซ้ำ ๆ ก่อนจะวิ่งออกไปจัดการ
ฉินเฟิงรู้ดี แม้จะสร้างโลงศพไม้ล้วน ก่อนฟ้าสางก็ทำได้ไม่เกินยี่สิบใบ ห่างไกลจากหนึ่งร้อยสามสิบเจ็ดใบมากนัก
ภายในโถงศาลาว่าการอำเภอชิงซานตอนนี้เหลือเพียงฉินเฟิงกับเฉินซือ และหนิงหู่ที่ไม่ยอมห่างไปที่ใด
ฉินเฟิงเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ แม้บาดแผลทั่วร่างจะถูกพันไว้แล้ว แต่เลือดก็ยังคงไหลซึมออกมาไม่หยุด
หนิงหู่ทนดูต่อไปไม่ไหวแล้ว เขาเอ่ยเสียงทุ้ม “พี่ฉิน เจ้ากลับไปพักผ่อนเถิด ที่นี่มีข้าอยู่”
ฉินเฟิง แม้อ่อนแรงเต็มที แต่สายตายังมุ่งมั่น “พี่น้องพักผ่อนกันหมดแล้ว ต้องมีคนเฝ้ายาม?”
พี่น้องทั้งหลายพักผ่อนแล้ว… และไม่มีวันตื่นขึ้นมาอีก
หนิงหู่สะเทือนใจ เหล่าพี่น้องล้วนมาจากอำเภอเป่ยซีด้วยกัน ตลอดทางเสียงหัวเราะพูดคุยไม่เคยขาด ภาพทั้งหมดยังชัดเจนราวเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน แต่ตอนนี้พวกเขาทั้งหลายกลับต้องหลับใหลในต่างแดน แม้แต่บุรุษผู้แข็งแกร่งก็อดสะเทือนใจไม่ได้
หนิงหู่รู้ดี หากฉินเฟิงตัดสินใจแล้วก็ยากจะเปลี่ยนใจ เขาจึงไม่ยืนกราน เพียงคอยอยู่ข้างกายฉินเฟิงเงียบ ๆ
แม้เฉินซือจะมีความแค้นที่ไม่อาจอยู่ร่วมฟ้ากับฉินเฟิง แต่สำหรับการกระทำของฉินเฟิง เฉินซือเลื่อมใสนัก ดังคำโบราณกล่าวไว้ ทหารคลั่ง กับแม่ทัพคลั่ง คำพูดนี้เป็นความจริงอย่างยิ่ง
ได้เห็นอุปนิสัยของฉินเฟิง ไม่ยากที่จะเข้าใจว่า เหตุใดเขาสามารถสร้างกองทัพที่แข็งแกร่งได้มากมาย ด้วยความสามารถของเขาเพียงคนเดียว
ช่วงเวลานี้ เฉินซือไม่ควรพูดถึงเรื่องอื่นใด ควรทุ่มเทความคิดไปที่การปลอบประโลมฉินเฟิง แต่เนื่องจากคำนึงถึงพายุร้ายที่กำลังจะมาถึง เพื่อบ้านเมืองและประชาชน เฉินซือถามหยั่งเชิงอย่างระมัดระวัง
“ฉินเฟิง หลู่หลีตายแล้วถือว่าได้รับการชดใช้ ไม่ทราบว่าต่อจากนี้เจ้าวางแผนจะทำอย่างไร?”
ฉินเฟิงไม่ต้องคิดสักนิด กล่าวออกมาว่า “หลู่หลีตายแล้ว สำหรับข้าก็ถือว่าได้รับการชดใช้จริง แต่การชดใช้สำหรับพี่น้องร่วมรบหนึ่งร้อยสามเจ็ดคนของข้าที่เสียชีวิตไปในสนามรบเล่า?”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: บันทึกตำนานนายน้อยเจ้าสำราญ