บทที่ 963 แข่งกันที่ความเร็ว
นับตั้งแต่ฉินเฟิงเข้าสู่เป่ยตี๋ หลี่จางและฉินเฟิงได้อาศัยทูตส่งสารองครักษ์เสื้อแพรรักษาการติดต่อสื่อสารอย่างใกล้ชิด สงครามฤดูหนาวคราวนี้ก็ได้วางแผนไว้อย่างครบถ้วนแล้ว หลี่จางรู้รายละเอียดทั้งหมดอย่างทะลุปรุโปร่ง เมื่อนำมาปฏิบัติจริงจึงทำได้อย่างคล่องแคล่ว
ตามแนวคิดทางยุทธวิธีของฉินเฟิง การเข้ามาของกองทัพพลาธิการเป็นสัญญาณบ่งบอกถึงการเริ่มต้นที่แท้จริงของสงคราม
สถานการณ์ทั้งหมดในเมืองจัวโจวกระจ่างแล้ว กองทัพทหารม้าเบาและกองกำลังหลักบุกตรงไปยังต้าฉีซึ่งอยู่ทางเหนือสุดของจัวโจว แบ่งจัวโจวออกเป็นสองส่วน
ขณะที่เมืองสำคัญสองแห่งคือซางกานและหนานหัวถูกกองทัพปีกซ้ายและขวาปิดล้อมจนกลายเป็นเมืองโดดเดี่ยว ไม่ว่าจะเป็นการรับการสนับสนุนจากภายนอกหรือส่งทหารออกไปช่วยเหลือภายนอกล้วนกลายเป็นความฝันลม ๆ แล้ง ๆ
จุดยุทธศาสตร์และเมืองต่าง ๆ ในจัวโจวไม่กล้าส่งทหารออกไปอย่างไม่รอบคอบ เนื่องจากไม่สามารถติดต่อกับสองเมืองสำคัญคือซางกานและหนานหัวได้ ทำได้เพียงใช้วิธีที่ปลอดภัยที่สุดคือรักษาพื้นที่ของตนเองไว้
ส่วนกองทัพรบไกลเป่ยซีก็โอบล้อมจากทางปีกซ้าย เคลื่อนทัพอ้อม ตลอดเส้นทางที่ผ่านไม่ต้องพูดถึงว่ายึดเมืองและป้อมปราการได้มากน้อยเพียงใด อย่างน้อยแนวรบด้านตะวันตกทั้งหมดของจัวโจวก็ตกอยู่ภายใต้แรงกดดันทางทหารของกองทัพรบไกลเป่ยซีแล้ว กองทัพจัวโจวไม่กล้าเคลื่อนไหวโดยพลการแน่นอน
ส่วนแนวตะวันออกของฝ่ายขวาก็มีองครักษ์ค่ายเทียนจีคอยก่อกวนอยู่หลายจุด จนทำให้ฐานที่มั่นในเมืองทางตะวันออกของเมืองจัวโจวไม่กล้าส่งทหารออกจากเมืองอย่างไม่ระมัดระวังเช่นกัน
ด้วยเหตุนี้ ไม่เพียงแต่เมืองต้าฉีจะโดดเดี่ยวไร้การช่วยเหลือ เส้นทางบุกที่ทหารม้าเบากองหน้าและกองกำลังหลักของหมิงอ๋องได้เปิดไว้ก็กลายเป็นเส้นทางที่ค่อนข้างปลอดภัย
ตอนนี้หมิงอ๋องผู้ไม่ชอบอยู่นิ่งได้อาสารับภารกิจรักษาความมั่นคงของเส้นทาง มุ่งหน้าขึ้นเหนือ กำจัดภัยคุกคามที่แฝงอยู่ สร้างฐานที่มั่น ตามด้วยกองทหารช่างที่เข้ามาเสริมความแข็งแกร่งให้กับฐานที่มั่นเพิ่มเติม
เส้นทางนี้ไม่เพียงแต่เป็นเส้นทางโจมตี แต่ยังค่อย ๆ ถูกเสริมความแข็งแกร่งให้กลายเป็นเส้นทางการสื่อสารและขนส่งพลาธิการ
สุดท้ายกองกำลังพลาธิการก็เข้าสู่สนามรบแล่ว
หากเป็นฤดูร้อน กองทหารม้าของเป่ยตี๋สามารถใช้ความได้เปรียบด้านการเคลื่อนที่เร็วได้ กองกำลังพลาธิการย่อมไม่กล้าบุกอย่างประมาท แม้จะเคลื่อนที่ไปข้างหน้าก็จำเป็นต้องมีกองทหารจำนวนมากคอยคุ้มกันอยู่รอบ ๆ แต่ก่อนที่สงครามฤดูหนาวจะเริ่มขึ้น พลาธิการก็เป็นส่วนสำคัณที่ฉินเฟิงสนใจแล้ว
อำเภอเป่ยซีเป็นศูนย์กลางการค้าขนาดใหญ่ มีเส้นทางการค้าโดยรอบที่สร้างขึ้นอย่างทั่วถึง เส้นทางการค้าที่มุ่งสู่ชายแดน แม้จะใช้คำว่า ‘ถนนหลวงที่กว้างขวางและราบเรียบ’ มาอธิบายก็ไม่เกินจริงแต่อย่างใด
สินค้าที่รวบรวมมาจากภายในเขตแดนของแคว้นต้าเหลียงส่งยังชายแดนเหนือต้าเหลียง สุดท้ายล้วนมารวมกันที่อำเภอเป่ยซี และอาศัยข้อได้เปรียบของเส้นทางการค้า ขนส่งไปยังชายแดนในเวลาที่สั้นที่สุด
ด่านชายแดนเป็นจุดขนถ่ายสินค้าขนาดใหญ่ ระหว่างด่านกับฐานที่มั่นในเทือกเขาสยงอิงมีการสร้างเส้นทางการค้าที่สั้นที่สุดไว้แล้ว
ยิ่งไปกว่านั้น รอบ ๆ เส้นทางการค้ายังมีเขตทหารประจำการขนาดใหญ่น้อยอยู่สิบกว่าแห่ง แม้ฐานที่มั่นที่ใหญ่ที่สุดจะมีทหารประจำการเพียงไม่กี่ร้อยคน แต่ก็เป็นการรับประกันความปลอดภัยให้กับเส้นทางการค้า วัสดุที่มาจากด่านจะถูกส่งไปยังเทือกเขาสยงอิงด้วยความเร็วสูงสุด จากนั้นจะเข้าสู่เมืองจัวโจวผ่านเทือกเขาสยงอิง
เลือกฐานที่มั่นด้านหน้าหลายแห่งเป็นสถานีขนถ่าย เพิ่มกำลังคนและการป้องกันอย่างต่อเนื่อง ขนส่งวัสดุไปข้างหน้าเป็นชุด ๆ เพื่อสร้างเส้นเลือดใหญ่ที่ส่งเสบียงไปยังแนวหน้าสนามรบอย่างต่อเนื่อง
แต่สิ่งที่น่ากลัวที่สุดสำหรับเส้นทางขนส่งนี้คือการถูกรบกวนและโจมตีจากกองทัพศัตรู ด้วยเหตุนี้ เงินส่วนใหญ่ที่ใช้ในสงครามฤดูหนาวจึงถูกใช้ไปกับการเสริมความแข็งแกร่งของเส้นทางขนส่งพลาธิการ!
ตอนนี้หมิงอ๋องนำทัพบุกเข้าไปในใจกลางเมืองจัวโจวแล้ว ขณะที่สั่งให้ทหารพักผ่อนอยู่กับที่ อีกด้านหนึ่งก็เริ่มวางแผนตำแหน่งของฐานที่มั่นในพื้นที่
เนื่องจากบริเวณนี้เป็นทุ่งร้างกว้างใหญ่ ไม่มีกองทัพประจำการจึงไม่สามารถยึดฐานที่มั่นที่มีอยู่แล้วได้ จำเป็นต้องกำหนดและสร้างขึ้นเอง
หมิงอ๋องได้กำหนดพื้นที่บนเส้นทางขนส่งที่วางแผนไว้แต่เดิม บริเวณใกล้เคียงมีหินจำนวนมากที่สามารถนำมาใช้ได้ เพียงพอที่จะสร้างฐานชั่วคราวโดยใช้วัสดุในท้องถิ่น
พอหมิงอ๋องกำหนดพื้นที่เสร็จก็มีทหารขี่ม้ามาถึง
ได้ยินคำพูดนี้ หมิงอ๋องขมวดคิ้วอย่างอดไม่ได้ “สำรวจล่วงหน้า?”
“เจ้าหนุ่ม เจ้าคงไม่ได้มาถึงเมืองจัวโจวแล้วรีบมาที่นี่โดยไม่หยุดพักม้าใช่หรือไม่?”
“ข้าเพิ่งนำทัพมาถึงที่นี่ เจ้าเป็นเพียงคนดูแลพลาธิการ ขาของเจ้าเร็วไปหน่อยหรือไม่?”
เมื่อเผชิญหน้ากับคำถามของหมิงอ๋อง หลู่หมิงหน้าแดงขึ้นอย่างอดไม่ได้ พูดอย่างกระอักกระอ่วน “ผู้น้อยยอมรับว่าหุนหันไปบ้าง เพียงแต่โหวฉินเคยกล่าวไว้ว่า พลาธิการสำคัญที่สุดในบรรดาสิ่งสำคัญ ไม่อาจประมาทแม้แต่น้อย”
“ตามคำสั่งของโหวฉิน จุดขนถ่ายเสบียงทางด้านหลังได้ถูกสร้างขึ้นตามลำดับเป็นชุด ๆ ช่างฝีมือกลุ่มแรกได้มาถึงเขาผูกม้าแล้ว” ภูเขาผูกม้าอยู่ห่างจากที่นี่ไม่ถึงห้าสิบลี้ เคยมีทหารเป่ยตี๋กว่าร้อยคนประจำการอยู่ ถือเป็นฐานทัพขนาดเล็ก
เนื่องจากในฤดูร้อน บริเวณรอบภูเขาผูกม้ามีทุ่งหญ้ารกร้างกว้างใหญ่ เมื่อม้าศึกเดินทางมาถึงก็จะหยุดพักขาและปล่อยให้ม้าศึกกินหญ้าในบริเวณนั้น จึงได้ชื่อว่า เขาผูกม้า
เมื่อวานตอนเย็น หมิงอ๋องเพิ่งจะยึดภูเขาผูกม้าได้ ตามการคาดการณ์ กองวิศวกรรมจะมาถึงเร็วที่สุดก็อีกสามวัน
แต่ผลปรากฏว่า…
ตอนนี้กองวิศวกรรมชุดแรกมาถึงภูเขาผูกม้าแล้ว? เร็วเกินไปสักหน่อยมิใช่หรือ?
หมิงอ๋องทำศึกมาครึ่งชีวิตยังไม่เคยเห็นทหารเกณฑ์ที่ทำงานเร็วขนาดนี้มาก่อน… เฮอะ จะเรียกว่าทหารเกณฑ์ได้อย่างไร พวกเขาคือทหารช่างต่างหาก!
ไม่เพียงอุปกรณ์จะดีเยี่ยม แต่ฝีมือก็ชำนาญอย่างยิ่งด้วยด้วย

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: บันทึกตำนานนายน้อยเจ้าสำราญ