เข้าสู่ระบบผ่าน

บันทึกตำนานนายน้อยเจ้าสำราญ นิยาย บท 964

บทที่ 964 หมื่นม้าวิ่งทะยาน

หมิงอ๋องขมวดคิ้วแน่น คิดอย่างหนักแต่ก็ไม่อาจเข้าใจได้ จึงกล่าวว่า “หลู่หมิง พวกทหารช่างใต้บังคับบัญชาของเจ้า คงไม่ได้งอกปีกกระมัง? หาไม่เหตุใดจึงรุดหน้าได้รวดเร็วปานนี้?”

“อีกอย่าง…”

“ภารกิจของพวกเจ้าคือปรับปรุงและเสริมความแข็งแกร่งป้อมปราการที่ยึดได้เพื่อสะดวกในการขนส่งและลำเลียงเสบียง พวกเจ้าไม่ใช่กองหน้า ไม่จำเป็นต้องบุกหรือโจมตีป้อม เหตุใดต้องรีบร้อนนัก? ระบบป้องกันฐานที่มั่นเบื้องหลังคงไม่ได้สร้างขึ้นลวก ๆ กระมัง?”

พอได้ยินคำกล่าวนี้ หลู่หมิงรีบร้อนทุบอกเสียงดัง

ตุบ ๆ

“หากข้าเกียจคร้านเลินเล่อแม้เพียงครึ่งส่วน ต่อให้สวรรค์ลงทัณฑ์ด้วยเบญจอัสนีก็ยังไม่พอตอบแทนบุญคุณท่านโหวฉิน!”

“ท่านอ๋องอาจไม่ทราบ การเคลื่อนพลของกองทหารช่างไม่ได้เป็นการรวมกำลังพลใหญ่แล้วค่อย ๆ เคลื่อนที่อย่างมั่นคงทีละก้าว แต่แบ่งออกเป็นสองกองทัพ กองหน้าประกอบด้วยทหารห้าร้อยคน แต่ละคนมีม้าสองตัว ตัวหนึ่งใช้ขี่ อีกตัวใช้บรรทุกเครื่องมือและอุปกรณ์ ด้วยวิธีนี้ ความเร็วในการเคลื่อนพลของกองหน้าทหารช่างจึงไม่แพ้กองทหารม้า”

“ทุกครั้งที่ถึงป้อมปราการที่เรายึดได้ก็จะทิ้งทหารช่างไว้ยี่สิบคนเพื่อเสริมความแข็งแกร่งและซ่อมแซม ส่วนที่เหลือจะเคลื่อนพลต่ออย่างรวดเร็ว”

“ส่วนกองกำลังหลัก หลังจากรวมพลเสร็จจะบังคับรถม้าเคลื่อนที่อย่างมั่นคง ทุกครั้งที่ผ่านป้อมที่ยึดได้ก็จะทิ้งทหารไว้ห้าสิบคน ขนถ่ายสัมภาระ แล้วเคลื่อนพลต่อไป”

“ตอนนี้ที่ข้ายืนอยู่ต่อหน้าท่านอ๋อง ป้อมปราการแรกที่ยึดได้ก็น่าคงจะซ่อมแซมเสร็จแล้ว”

เมื่อได้ยินคำพูดของหลู่หมิง หมิงอ๋องถึงกับตกตะลึง ตาเบิกกว้างด้วยความประหลาดใจ นิ่งอึ้งไปครู่ใหญ่ แม้ทั้งอำเภอเป่ยซีจะรู้ถึงความสำคัญของพลาธิการ ด้วยฉินเฟิงพูดถึงเรื่องพลาธิการทั้งวัน กระทั่งหมิงอ๋องก็ฟังจนหูชาไปหมด

แต่ตามประสบการณ์ในสนามรบที่หมิงอ๋องสั่งสมมาตลอดชีวิต แม้พลาธิการจะมีประสิทธิภาพเพียงใดก็มีขีดจำกัด โดยปกติการรบของกองทัพใหญ่ร้อยวัน หากพลาธิการสามารถส่งเสบียงไปถึงแนวหน้าได้ก็ถือว่าผ่านเกณฑ์แล้ว

หากไม่คำนึงถึงต้นทุน การส่งเสบียงไปถึงแนวหน้าภายในสองเดือนถือว่ารวดเร็วมาก

แต่ฉินเฟิงกลับย่นระยะเวลาการเคลื่อนพลของกองกำลังพลาธิการให้คิดเป็นหลัก ‘วัน’ ได้

ยิ่งไปกว่านั้น… คำว่ากองหน้าทหารช่าง หมิงอ๋องมีชีวิตอยู่มาหลายสิบปีก็เพิ่งได้ยินเป็นครั้งแรก ตั้งแต่เมื่อไรที่แม้แต่พวกกรรมกรก็ยังแบ่งเป็นกองหน้าและกองหลักด้วย?

ไม่เพียงเท่านั้น!

หมิงอ๋องมองสำรวจหลู่หมิงตั้งแต่หัวจรดเท้า ในฐานะช่างฝีมือ อุปกรณ์ของคนผู้นี้ยังดีกว่าทหารส่วนใหญ่เสียอีก

แม้ว่าบนร่างจะสวมเพียงเกราะหน้าอกเพื่อป้องกันลูกธนูลอบโจมตี แต่ที่เอวยังแขวนถุงหลายใบซึ่งบรรจุเสบียงนานาชนิด ส่วนม้าศึกที่ขี่อยู่ก็ยอดเยี่ยม เพียงแค่สวมเกราะก็พร้อมออกรบ ฆ่าศัตรูได้

เจ้าฉินเฟิง เงินที่ใช้ไปกับพวกแรงงานพลาธิการคงมากกว่ากองทหารม้าที่มีคุณภาพหนึ่งกองเสียอีก!

หมิงอ๋องขนหัวลุกซู่ หากไม่ใช่เขามาแนวหน้า แล้วเอาแต่หมกตัวอยู่ในอำเภอเป่ยซีสบาย ๆ ชาตินี้คงไม่มีวันรู้ว่า ฉินเฟิงได้ฝึกฝนกองทัพประเภทต่าง ๆ ในอำเภอเป่ยซีถึงขั้นนี้แล้ว

หมิงอ๋องมองม้าที่อยู่ด้านหลังหลู่หมิงแล้วกลืนน้ำลายอย่างไม่รู้ตัว ก่อนจะถามอย่างระมัดระวังว่า

“เจ้าหลู่หมิง บอกข้ามาตามตรง ฉินเฟิงมีม้าทั้งหมดเท่าไรกันแน่?”

หลู่หมิงยิ้มอย่างเก้อเขิน “ท่านอ๋อง เรื่องแบบนี้ท่านถามข้า ข้าจะรู้ได้อย่างไรกัน?”

“ท่านควรไปถามท่านนายอำเภอหลินขอรับ เพราะเรื่องพลาธิการภายในล้วนอยู่ในการดูแลของท่านนายอำเภอหลินทั้งสิ้น ข้าเป็นเพียงแค่บ่าวรับใช้คนหนึ่งเท่านั้น”

หากพูดเช่นนี้ ผู้ที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในมหาเศรษฐีของแคว้นต้าเหลียง ในความหมายบางอย่างแล้วก็กลับกลายเป็นแค่คนจนหรือ? หมิงอ๋องส่ายหน้าพลางยิ้มขื่น “มีเจ้านายเช่นนี้ เป่ยซีจะไม่รุ่งเรืองได้อย่างไร”

หลู่หมิงก็อดไม่ได้ที่จะกล่าว “ท่านอ๋อง ท่านรู้หรือไม่ว่าท่านโหวใช้เงินอย่างไร?”

“คนทั่วไปเดินหนึ่งก้าวใช้เงินหนึ่งก้าว เพียงแค่ใช้เงินในปัจจุบัน แต่ท่านโหวฉินหาเงินในปัจจุบันแล้วใช้ในอนาคต”

“เปรียบเสมือนม้าพวกนี้ ปกติใช้เงินอย่างสุรุ่ยสุร่ายเหมือนเผาเงินทิ้ง แต่เมื่อถึงเวลาทำสงครามจริง ๆ กลับพบว่าเงินล้วนถูกใช้ไปในจุดสำคัญ”

หมิงอ๋องถอนหายใจ แล้วไม่พูดอะไรอีก ความเข้าใจของฉินเฟิงเกี่ยวกับการทหารและความเป็นอยู่ของประชาชนเกินกว่าความเข้าใจของหมิงอ๋องไปแล้ว หมิงอ๋องถึงกับรู้สึกว่า ต่อหน้าฉินเฟิง เขาก็เป็นแค่คนสมองโล่ง แขนขาแข็งแรงเท่านั้น

ขณะที่การโจมตีจากเมืองจัวโจวกำลังรุกคืบขึ้นเหนืออย่างรวดเร็ว เมืองฉางสุ่ยก็มีสภาพที่แตกต่างออกไป

กองทัพใหญ่นับหมื่นล้อมเมืองฉางสุ่ยราวกับถังเหล็ก แต่ไม่ได้มีการโจมตีใด ๆ มาหลายวันแล้ว

ส่วนบนกำแพงเมืองก็มีการติดตั้งเครื่องยิงหน้าไม้ขนาดใหญ่กว่ายี่สิบเครื่อง

แนวป้องกันทิศตะวันออกและตะวันตกมีหน้าไม้ยักษ์ฝั่งละแปดเครื่อง ทิศใต้สี่เครื่อง ทิศเหนือสามเครื่อง ส่วนด้านล่างกำแพงเมืองมีเครื่องยิงหินกว่าสิบเครื่อง ทำงานร่วมกันในการป้องกัน

นอกจากเครื่องป้องกันเมืองที่ถูกนำไปใช้ในสนามรบอย่างเต็มที่แล้ว ชาวบ้านที่แข็งแรงในเมืองเกือบทั้งหมดก็ได้เข้าร่วมกองกำลังพลาธิการด้วย

ชาวบ้านคือคนที่อยู่กับความเป็นจริงที่สุด เมื่อพวกเขาตระหนักว่าเมืองแข็งแกร่งดุจถังเหล็ก ยากโจมตีแตก การเข้าร่วมกับกองกำลังภายใต้การนำของฉินเฟิงเพื่อแสวงหาทุนในการดำรงชีวิตจึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดอย่างไม่ต้องสงสัย

ในที่สึดฉินเฟิงก็ผ่อนคลายได้ เขาถอนตัวออกจากแนวหน้า ลากร่างกายเหนื่อยล้ากลับไปยังศาลาว่าการอำเภอ

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: บันทึกตำนานนายน้อยเจ้าสำราญ