เข้าสู่ระบบผ่าน

บันทึกตำนานนายน้อยเจ้าสำราญ นิยาย บท 965

บทที่ 965 ไฟสงครามสงบชั่วคราว

นับตั้งแต่กองทัพศัตรูเริ่มโจมตีเมือง สตรีทั้งหลายก็อาศัยอยู่ในเรือนหลังของศาลาว่าการอำเภอไม่ได้ออกนอกประตูใหญ่แม้แต่ก้าวเดียว

เนื่องจากศาลาว่าการอำเภอตั้งอยู่ใจกลางเมือง แม้แต่ธนูที่มีระยะยิงไกลที่สุดก็คุกคามไม่ถึง การที่สตรีไม่ออกจากประตูใหญ่และไม่ก้าวผ่านประตูที่สอง ไม่ใช่เพราะปัญหาด้านความปลอดภัย แต่เป็นเพราะไม่ต้องการให้ ‘สถานะอันสูงส่ง’ ของตนส่งผลกระทบต่อเหล่าทหาร

แม้ในช่วงเวลานี้ เสิ่นชิงฉือกับหลี่เซียวหลานอยากจะไปเยี่ยมฉินเฟิงที่แนวหน้า แต่สุดท้ายก็อดทนไว้

สงครามครั้งใหญ่เกี่ยวข้องกับความเป็นความตาย สิ่งเดียวที่พวกนางทำได้เพื่อฉินเฟิงก็คือไม่ทำให้เขาเสียสมาธิ

ตอนนี้ฉินเฟิงกลับมาอยู่เคียงข้าง หญิงสาวทั้งสี่คนตื่นเต้นยินดีอย่างยิ่ง รีบออกมาต้อนรับ เสิ่นชิงฉือเดินวนรอบตัวฉินเฟิงสองรอบ พินิจพิเคราะห์อย่างละเอียดจากหัวจรดเท้า เมื่อแน่ใจว่าฉินเฟิงไม่ได้รับบาดเจ็บจึงถอนหายใจอย่างโล่งอก

“เฟิงเอ๋ย เจ้าไม่ได้รับบาดเจ็บใช่หรือไม่ ดีแล้ว ช่างดีเหลือเกิน”

เมื่อเห็นท่าทางกังวลของเสิ่นชิงฉือ ฉินเฟิงข่มความเหนื่อยล้า ฝืนยิ้มบาง แล้วกล่าวหยอกล้อว่า “พี่หญิงใหญ่ ท่านเปลี่ยนมาห่วงใยข้าตั้งแต่เมื่อใดกัน?”

“ข้าจำได้ เมื่อก่อนตอนอยู่เมืองหลวงต้าเหลียง ท่านเย็นชากับข้ามากนัก”

พอได้ยินคำพูดนี้ ความห่วงใยบนใบหน้าของเสิ่นชิงฉือก็หายวับ นางทำหน้าบึ้ง แล้วกล่าวอย่างไม่พอใจว่า “เจ้าคนไร้น้ำใจ ข้าไม่เคยห่วงใยเจ้าตั้งแต่เมื่อใดกัน?”

“เจ้าเป็นน้องชายของข้า ข้าไม่สนใจเจ้าแล้วจะไปสนใจผู้ใดได้อีก?”

เพื่อให้บรรดาสตรีสบายใจ ฉินเฟิงจงใจหัวเราะเสียงดัง แล้วกล่าวหยอกล้อ “ฮ่า ๆ ตอนนี้สนใจข้า แต่ในอนาคตเมื่อพี่หญิงใหญ่แต่งงาน มีคนให้สนใจแล้ว ท่านก็จะไม่สนใจข้าอีกแล้วใช่หรือไม่?”

“ถึงตอนนั้นเมื่อมีคนรู้ใจอยู่ข้างกาย ข้าที่เป็นเพียงน้องชายก็คงไม่สำคัญแล้ว”

เสิ่นชิงฉือขมวดคิ้ว มองฉินเฟิง สายตาเต็มไปด้วยความไม่พอใจ นางไม่เข้าใจว่าทำไมหลังจากฉินเฟิงกลับมาจากแนวหน้าถึงได้เปลี่ยนไปราวกับเป็นคนละคน จงใจพูดจาเช่นนี้เพื่อกระทบกระเทียบนาง

เสิ่นชิงฉือกลอกตาใส่ แล้วบ่นว่า “เจ้าต้องการจะพูดอะไรกันแน่!”

รับรู้ได้ถึงความโกรธที่แฝงในน้ำเสียงของเสิ่นชิงฉือ ฉินเฟิงรีบเปลี่ยนหัวข้อสนทนา เขาหัวเราะพลางกล่าวว่า “ข้าหมายความว่า พี่หญิงใหญ่ไม่ใช่สาวน้อยแล้ว หากต่อไปท่านแต่งงานไม่ออกก็แต่งงานกับข้าเสียเถิด เช่นนี้ต่อไปท่านก็จะสามารถเป็นห่วงข้าได้เต็มที่”

เสิ่นชิงฉือพลันแก้มแดงเรื่อ จ้องมองฉินเฟิงอย่างดุดัน “เจ้า… เจ้าพูดเหลวไหลอะไร? ผู้ใดจะแต่งงานไม่ออก!”

ฉินเฟิงกางมือ วิเคราะห์อย่างจริงจัง “พี่หญิงใหญ่ ท่านเป็นพี่หญิงที่อายุมากที่สุดในบรรดาพี่หญิงสี่คน ต้องรู้ว่า ในเมืองหลวงสตรีอายุสิบหกสิบเจ็ดก็ต้องออกเรือนแล้ว หากอายุยี่สิบยังไม่ได้ออกเรือนก็จะถูกนินทา”

“ท่านอายุยี่สิบกว่าแล้ว อายุมาก คนนอกคงไม่กล้ารับท่านเป็นภรรยาแล้ว ทว่าท่านยังสามารถใช้ประโยชน์จากข้าได้นะ”

ฉินเฟิงกล่าวพลางจับมือของเสิ่นชิงฉือมาอย่างหน้าด้าน ๆ

เสิ่นชิงฉือหน้าแดงก่ำ นางสะบัดมือฉินเฟิงออก แล้วถ่มน้ำลายพลางด่าว่า “ถุย เจ้าเด็กไร้ยางอาย! อะไรกันที่ข้าเอาเปรียบเจ้า? พูดราวกับว่าการที่ข้าแต่งงานกับเจ้า เจ้าต้องเสียเปรียบมากมายอย่างไรอย่างนั้น”

“เจ้านี่มัน ช่างวอนหาเรื่องโดนตีเสียจริง!”

เสิ่นชิงฉือง้างมือ ตบลงบนไหล่ของฉินเฟิง ทว่าพอฝ่ามือนางตีลง ฉินเฟิงก็ร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวด

“โอ๊ย! เจ็บ ๆๆ”

ได้ยินเสียงร้องโอดครวญของฉินเฟิง เสิ่นชิงฉือสะดุ้งตกใจ นางรีบเปิดคอเสื้อของฉินเฟิงออก ก็เห็นว่าบนไหล่ของฉินเฟิงมีบาดแผลจากลูกธนูอยู่!

“เฟิงเอ๋อร์ นี่… นี่เกิดอะไรขึ้น!”

เสิ่นชิงฉือจัดเสื้อผ้าของฉินเฟิงให้เรียบร้อย จับแขนข้างหนึ่งของเขา แล้วผลักเข้าไปในห้อง

“ถ้าเช่นนั้นก็อย่าได้ยืนเหม่ออยู่ รีบกลับเข้าห้องไปพักผ่อนเถิด”

“เจ้าหนอเจ้า เป็นแม่ทัพใหญ่ แต่กลับวิ่งไปอยู่แนวหน้า หากเกิดเรื่องอะไรขึ้น เจ้าจะให้พวกข้ามีชีวิตอยู่ต่อไปได้อย่างไร”

คราวนี้หลี่เซียวหลานก็เข้าร่วมกับเสิ่นชิงฉือด้วย ไม่ว่าจะพูดอย่างไรก็ไม่อนุญาตให้ฉินเฟิงต้องเหน็ดเหนื่อยอีก ด้วยน้ำเสียงที่เกือบจะเป็นคำสั่ง ให้ฉินเฟิงกลับเข้าห้องไป

เดิมทีชายหนุ่มยังตั้งใจจะจัดการเรื่องพลาธิการอีกสักหน่อย แต่พอเห็นท่าทีของสองสาวแน่วแน่ เขาก็จำต้องล้มเลิกความคิดชั่วคราว

พอเข้ามาในห้อง ฉินเฟิงถูกเร่งเร้าให้ขึ้นเตียงราวกับเป็ดที่ถูกไล่ต้อน

เสิ่นชิงฉือกับหลี่เซียวหลานกำชับซ้ำแล้วซ้ำเล่า ให้ฉินเฟิงพักผ่อนแต่หัววัน ก่อนจะจากไปอย่างอาลัยอาวรณ์

ฉินเฟิงเหนื่อยล้าทั้งกายใจ แต่เมื่อหยุดพักเช่นนี้กลับไม่อาจข่มตาหลับได้ลง

พอดีได้ยินเสียงเคลื่อนไหวนอกประตู เขาแนบหูฟังที่ช่องประตู พลางมองออกไปก็เห็นว่า เสี่ยวเซียงเซียงกับชูเฟิงกำลังถือถาดอาหารเดินผ่านไป ฉินเฟิงผลักประตูเปิดออกอย่างรวดเร็ว

สองสาวใช้ร้องตกใจ ก่อนจะถูกลากเข้ามาในห้อง

“นอน ๆๆ ห้ามผู้ใดส่งเสียง ผู้ใดพูดคือลูกหมาน้อย!”

ฉินเฟิงผลักสาวใช้ทั้งสองคนขึ้นเตียง แล้วกระโจนตามไป กอดร่างอ่อนนุ่มหอมกรุ่น ก่อนจะหลับใหลไปอย่างรวดเร็ว

ความจริงเขางมีความคิดลามกอยู่บ้าง น่าเสียดายที่เหนื่อยล้าหนักจนไม่ทันได้ลงมือทำอะไรก็หลับเป็นตายเสียแล้ว

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: บันทึกตำนานนายน้อยเจ้าสำราญ