เข้าสู่ระบบผ่าน

บันทึกตำนานนายน้อยเจ้าสำราญ นิยาย บท 988

บทที่ 988 สายลับฉีย่า

จิ่งเชียนอิ่งสืบทอดอำนาจปกครองเป็นเรื่องการเมืองที่จริงจังอย่างยิ่ง ไม่ว่าจะมองอย่างไร เมื่อถึงเวลาทุกคนจะเข้าใจหลักการที่ว่า ‘สตรีก็สามารถขึ้นครองบัลลังก์ได้’ แล้วพวกสตรีเป่ยตี๋ในวังหลังจะยอมอยู่เฉย ๆ ได้อย่างไร

ขณะเดียวกัน ฝ่ายต่าง ๆ ก็จะพยายามทุกวิถีทางสร้างอิทธิพลต่อสตรีผู้ทรงอำนาจในวังหลวง

ฮองเฮาต้าเหลียงคือตัวอย่างที่ชัดเจน สตรีจะกลายเป็นตัวแทนของฝ่ายต่าง ๆ และสืบทอดการต่อสู้แย่งชิงอำนาจ

และคู่แข่งที่แข็งแกร่งที่สุดของเชียนอิ่งในบรรดาสตรีวังหลังย่อมต้องเป็นองค์หญิงจิ่งฉือ ฉินเฟิงเลยต้องกำจัดความคิดนางตั้งแต่ตอนนี้

องค์หญิงจิ่งฉือจะต้องตระหนักถึงความน่าสะพรึงกลัวของสงครามอย่างลึกซึ้ง นางจึงจะไม่ถูกยุยงจากผู้มีเจตนาร้าย ฉินเฟิงยังมีความคิดส่วนตัวอีกอย่างคือ การให้องค์หญิงจิ่งฉือเตรียมใจไว้ล่วงหน้าตั้งแต่โบราณมา ฮ่องเต้จะไม่มีความรู้สึกลึกซึ้งใน ความสัมพันธ์กับองค์ชายองค์หญิง แต่ความสัมพันธ์พ่อลูกก็คือพ่อลูก ฮ่องเต้เป่ยตี๋ยอมตายไม่ยอมแพ้ ชะตากรรมย่อมไม่ดี ส่วนจะฆ่าฮ่องเต้เป่ยตี๋หรือจะกักขังไว้ตลอดชีวิตก็ต้องอยู่ที่จิ่งเชียนอิ่ง

ฉินเฟิงจำเป็นต้องหยั่งเชิงขีดจำกัดของจิ่งฉือ หากนางไม่สามารถตัดขาดความผูกพันได้ย่อมถูกความแค้นกลืนกิน และเขาก็คงต้องลงมือสังหารแม้จะเจ็บปวด

แต่หากจิ่งฉือสามารถช่วยเหลือจิ่งเชียนอิ่งได้ ในฐานะองค์หญิงในฮ่องเต้เป่ยตี๋ จิ่งฉือก็จะเป็นคนเชื่อมสัมพันธ์ที่ดีที่สุดระหว่างเชียนิ่งกับประชาชน ผู็คนจะเห็นว่าแม้แต่องค์หญิงราชวงศ์จิ่งก็ยังช่วยเหลือจิ่งเชียนอิ่ง แล้วฝ่ายต่าง ๆ จะยังมีข้ออ้างใดในการต่อต้านจิ่งเชียนอิ่งอีกเล่า

กลาวตามตรง ฉินเฟิงค่อนข้างชอบเด็กสาวอย่างจิ่งฉือ แม้ตอนแรกจะดูเอาแต่ใจไปบ้าง แต่ก็มีจิตใจที่ดีงาม

คนที่คิดถึงประชาชนและบ้านเมืองเป็นอันดับแรกไม่ว่าจะอยู่ที่ใดก็ควรมีที่ยืน ฉินเฟิงจึงไม่อยากให้จิ่งฉือต้องเป็นอันตรายใด ๆ หนิงหู่ไม่อาจเข้าใจแผนการอันความลึกล้ำของฉินเฟิง แต่มีสิ่งหนึ่งที่หนิงหู่รู้ก็คือ ไม่ว่าฉินเฟิงจะทำสิ่งใดล้วนเป็นไปเพื่อผลประโยชน์ของทั้อำเภอเป่ยซี

ระหว่างทางเดินกลับจากกำแพงเมือง ฉินเฟิงตั้งใจถามขึ้นว่า “เสือน้อย เจ้าหลงรักฉีย่าได้อย่างไร?”

ได้ยินคำถาม หนิงหู่ก็ชะงักงัน

ฉินเฟิงตบไหล่เขาพลางปลอบว่า “ระหว่างพี่น้องเราไม่มีการหลอกลวง ข้าถามเจ้าด้วยความจริงใจ ไม่ใช่การทดสอบ พวกเราไม่มีความไว้วางใจกันแม้แต่น้อยเชียวหรือ?”

หนิงหู่ถอนหายใจโล่งอก แล้วกล่าวอย่างเก้อเขิน “ข้าแค่ชอบนิสัยของนาง ถึงจะเย่อหยิ่งแต่ก็ไม่ใช่คนใจร้าย แต่งกับสตรีเช่นนี้ข้าคงไม่เสียเปรียบ”

ฉินเฟิงยิ้มพลางพยักหน้า “เจ้าชอบนาง แต่ไม่แน่ว่านางจะชอบเจ้าด้วย”

ใบหน้าหยาบกร้านของหนิงหู่แดงก่ำ พูดอึก ๆ อัก ๆ “ข้า…พวกข้าเป็นคู่รักกัน นางเป็นคนมีเหตุผล รู้ว่าตัวเองไม่สามารถย้อนกลับไปได้แล้ว หากได้แต่งงานกับข้าชีวิตในบั้นปลายก็จะมีที่พึ่งพิง”

ฉินเฟิงไม่ชอบความรักที่มีผลประโยชน์เป็นตัวนำ แต่เมื่อคำนึงถึงบรรยากาศในยุคนี้ที่ว่าแต่งกับไก่ก็ต้องตามไก่ แต่งกับหมาก็ต้องตามหมา อีกทั้งนิสัยร้อนแรงของหนิงหู่และตำแหน่งของเขาในอำเภอเป่ยซี แม้ฉีย่าจะมีความคิดส่วนตัวบ้างก็ไม่อาจหลุดพ้นจากอำนาจของหนิงหู่ได้

ฉินเฟิงกวาดตามองรอบ ๆ พอแน่ใจว่าไม่มีผู้ใดก็กระซิบเบา ๆ ข้างหูหนิงหู่

“รอให้งานยุ่ง ๆ เสร็จสิ้น ฉีย่าก็จะได้อิสรภาพคืน ตอนนั้นเจ้าสามารถพิชิตใจนางได้หรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับความสามารถของเจ้าแล้ว”

“แต่ข้าต้องบอกไว้ก่อน พ่อเสือน้อย เจ้าเป็นหนึ่งในแม่ทัพหลักของอำเภอเป่ยซี ควบคุมองครักษ์ค่ายเทียนจี ตำแหน่งสูงส่งและมีอำนาจมาก”

“ส่วนฉีย่าความคิดซับซ้อน ถ้าวันหนึ่ง…”

ก่อนที่ฉินเฟิงจะกล่าวจบ หนิงหู่ตบอกรับรองแล้ว “วางใจได้ ข้าเข้าใจ!”

ใบหน้าของหลิ่วหมิงชัดเจนว่าตื่นเต้น ข่าวที่ฉีย่านำมาย่อมสำคัญ “ท่านโหวฉิน ตอนนี้กองทัพของพวกเรารุกคืบถึงตอนเหนือของเอ้อโจวแล้วขอรับ!”

“แผนการโจมตีรวดเร็วดุจสายฟ้าที่ท่านวางไว้ได้ผลเป็นเท่าตัวจริง ๆ กองทัพใหญ่โจมตีดุเดือด แทรกซึมรวดเร็ว ฝ่ายศัตรูถูกจำกัดด้วยสภาพอากาศหนาวเย็นและหิมะ กองเสบียงตามไม่ทัน จึงไม่สามารถต้านทานได้เลย”

“หลังจากทะลวงจัวโจวแล้ว พรรคสนับสนุนฮ่องเต้นอกอำนาจก็เริ่มล้อมโจมตีและกลืนกินป้อมปราการและเมืองต่าง ๆ ทีละแห่ง การจะยึดจัวโจวได้สมบูรณ์ก็ขึ้นอยู่กับเวลาแล้ว”

“ด้านเฉินซือ เขารวบรวมกองทัพใหญ่ ตั้งค่ายป้องกันอยู่ตอนเหนือของเอ้อโจว เป็นท่าทีที่พร้อมสำหรับการทำศึกตัดสิน”

เมื่อได้รับรู้ถึงการพัฒนาทางยุทธศาสตร์ที่ไม่แตกต่างจากการประเมินไว้มากนัก จิตใจที่แขวนลอยของฉินเฟิงก็ได้สงบลง

แต่ตอนนี้เขายังมีคำถามที่กังวลที่สุดอีกหนึ่งข้อ

“มีข่าวคราวของกองพลพญาอินทรีบ้างหรือไม่?”

สิ่งที่ฉินเฟิงให้ความสำคัญมากที่สุดในกองทัพเป่ยตี๋ก็คือกองพลพญาอินทรี เหตุผลง่ายมาก กองพลพญาอินทรีคือกำลังที่สามารถพลิกสถานการณ์สงครามได้

หากเปลี่ยนเป็นฉินเฟิงป้องกัน เขาจะส่งทหารไปรักษาจุดยุทธศาสตร์ต่าง ๆ อย่างเหนียวแน่น พร้อมกับส่งกองพลพญาอินทรีออกไปทำสงครามแบบกองโจรในทุกพื้นที่ สกัดกั้นกองทัพศัตรู เพียงทำลายกำลังหลักของศัตรูได้หนึ่งกองก็สามารถทำให้การโจมตีทั้งหมดพ่ายแพ้ได้

แม้เป่ยตี๋จะไม่มีประสบการณ์ในการรับมือกับ ‘สงครามสายฟ้าแลบ’ มาก่อน และไม่สามารถคิดกลยุทธ์รับมือได้ในเวลาสั้น ๆ แต่กองพลพญาอินทรีก็ยังคงเป็นกองกำลังที่ต้องระวังอย่างยิ่ง

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: บันทึกตำนานนายน้อยเจ้าสำราญ