จุติใหม่มหาเทพตี้เทียน นิยาย บท 143

บนทะเลห่างจากท่าเรือออกไป 100 กิโลเมตร พื้นที่ส่วนบนของเรือดำน้ำนิวเคลียร์ มีกลุ่มคนประมาณยี่สิบคนยืนรอพวกจ้าวเทียนอยู่ ที่ด้านข้างมีคนถูกมัดอยู่สี่คน ซึ่งก็คือครอบครัวของลุงซุย

ทั้งแต่ที่พวกเขาถูกลักพาตัวมา ฝ่ายตรงข้ามไม่ได้สนใจพูดคุยต่อรองเงื่อนไขใดๆแม้แต่น้อย เพียงใส่กุญแจข้อมือและเท้า แล้วใช้ผ้าเทปปิดตาปิดปากเอาไว้ เพื่อป้องกันพวกเขาหลบหนีหรือส่งเสียงร้อง

“ มาแล้วงั้นเหรอ ” ทรงยุทธเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้า เขาสามารถมองเห็นจุดสีดำสามจุดพุ่งลงมาอย่างรวดเร็ว

“ อาจารย์ครับ…เรื่องพวกตัวประกัน ” ทรงนัสถามขึ้นด้วยแววตาหื่นกระหาย เขาสนใจลูกสาวทั้งสองของลุงซุยตั้งแต่แรกพบ ถ้าไม่ใช่เพราะทรงยุทธห้ามเอาไว้ คงจัดการไปนานแล้ว

ตอนนี้ทรงนัสได้ถูกเปลี่ยนให้กลายเป็นมารโดยสมบูรณ์ หลังจากที่โดนพวกเฉินจิ้งสังหารไป ร่างกายของเขาก็ได้ถูกทรงยุทธ สร้างขึ้นมาใหม่จากเลือดเนื้อของมารร้ายนอกพิภพ

“ รอก่อน…ฉันต้องการถ่วงเวลาพวกมันเอาไว้ให้นานที่สุด ตอนนี้อาจารย์ลุงของแกพาคนออกไปแล้ว อีกไม่นานข้อมูลวิจัยลับทั้งหมดของประเทศนี้ ก็จะกลายเป็นของพวกเรา นี่ยังไม่รวมถึงพวกบุคคลสำคัญที่จางถงกำลังไปนำตัวมาด้วย ”

“ ภารกิจในวันนี้ของพวกเรา นอกจากจะเป็นการแก้แค้นเรื่องในอดีตแล้ว ยังจะทำเงินให้พวกเราอีกมหาศาล พอที่จะซื้อเรือดำน้ำนิวเคลียร์ได้อีกสิบลำเลย ”

“ ฉันลองคิดดูแล้วในประเทศจีนตอนนี้ นอกจากต้วนมู่เฉียนแล้วก็มีแต่ไอ้หนุ่มคนนี้ที่จะทำลายแผนการของพวกเราได้ เพราะเพลิงหยางอันร้อนแรงของมันเป็นจุดอ่อนของพวกเรา ดังนั้นหน้าที่ของพวกเราคือหยุดมันไว้ที่นี่ ” ทรงยุทธพูดเสียงจริงจัง

“ เข้าใจแล้วครับ ” ทรงนัสตอบอย่างเชื่อฟัง

เพียงไม่นานพวกจ้าวเทียนก็มาถึง หลังจากใช้วิชาเนตรตรวจสอบร่างกายของพวกลุงซุยดู เขาก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก

‘ ดีที่พวกมันไม่ได้เล่นสกปรก…ตอนแรกฉันคิดว่าพวกเขาจะถูกวางยาหรือทรมานซะอีก ’

‘ หืม…ระดับสูงของพวกมันหายไปหนึ่งคน หรือว่าพวกมันมีแผนอื่นซ่อนอยู่ ’

วูป!

จ้าวเทียนกวาดสัมผัสวิญญาณออกไปอีกครั้ง

!!

“ แย่แล้ว…ไป๋ซู่เจินเธอรีบไปตามพิกัดที่ฉันส่งให้ มีพวกมันคนหนึ่งพาคนแยกตัวออกไปที่ฐานบัญชาการของประเทศ ” เขาส่งข้อมูลพิกัดให้ไป๋ซู่เจินทางสัมผัสวิญญาณ

“ ได้เลย…ทางนี้คุณก็ระวังตัวด้วย ฉันรู้สึกว่าคนพวกนี้ไม่ธรรมดา ” ไป๋ซู่เจินพุ่งตัวบินแยกไปอีกทางทันที

“ โห…ดูเหมือนแกจะมองแผนฉันออกสินะ ” ทรงยุทธพูดอย่างเฉยชา เขาไม่ได้สนใจไป๋ซู่เจินแม้แต่น้อย ตามความคิดเขาของแค่หยุดจ้าวเทียนเอาไว้ตรงนี้ก็พอแล้ว

‘ แค่ปีศาจระดับ A จากโลกวัตถุระดับต่ำ…คิดหรือว่าจะหยุดพี่ทรงวิทย์ได้ มันอยากทำอะไรก็ให้มันทำไปตามสบายเลย ’

ตามจริงสิ่งที่ทรงยุทธคิดก็ไม่ผิด เพราะถ้าวัดกันที่พลังอย่างเดียว พี่ชายของเขาที่เป็นถึงผู้มีพลังระดับ S ไม่มีทางแพ้ไป๋ซู่เจินแน่นอน

แต่นั่นมันในกรณีที่ไป๋ซู่เจินเป็นเพียงระดับ A ธรรมดา เขาไม่ได้รู้เลยว่าพลังที่แท้จริงของไป๋ซู่เจิน หลังจากหลอมรวมกับเลือดมังกร มันได้ทะลุขีดจำกัดของระดับ A ไปแล้ว

หากไม่ใช่เพราะว่าวิถีเซียนปีศาจที่เธอฝึกฝน ยังไม่สามารถค้นพบหนทางบรรลุขั้นต่อไปได้ เธอคงกลายเป็นระดับ S ไปแล้ว แต่ด้วยพลังของเธอในตอนนี้ ต่อให้ต้องสู้กับระดับ S ก็ใช่ว่าจะสู้ไม่ได้

“ บอกเงื่อนไขปล่อยตัวประกันของแกมา ” จ้าวเทียนถามเสียงเข้ม

“ หืม…อย่าเพิ่งรีบร้อนสิ เด็กน้อย ” ทรงยุทธดีดนิ้วเบาๆ พวกลูกน้องของเขาก็เตรียมจัดที่นั่งไว้ให้เรียบร้อย

“ นั่งก่อนสิ…ฉันมีเรื่องจะคุยกับแก ”

ในเวลาเดียวกัน

บนท้องฟ้าห่างจากจุดที่พวกจ้าวเทียนอยู่ประมาณ 10 กิโลเมตร ยานบินล่องหนขนาดใหญ่ขององค์กรซีลด์ กำลังลอบสังเกตการณ์เรือดำน้ำของทรงยุทธอยู่โดยที่ไม่มีผู้ใดรู้ตัวแม้แต่น้อย

แม้แต่สัมผัสวิญญาณของจ้าวเทียนเองก็ไม่สามารถตรวจพบ เนื่องจากมันคือวิทยาการระดับสูงจากต่างดาว ที่องค์กรซีลด์เก็บกู้มาได้จากขั้วโลกเหนือ

“ ซูเปอร์เกิร์ล…เธอไปจัดการผู้หญิงที่แยกตัวออกไป ส่วนทางนี้ฉันจะเป็นคนสังเกตการณ์ต่อเอง ” ฮอว์กอายสั่งการอย่างรวดเร็ว

ภารกิจในวันนี้ คือการลอบสังหารหัวหน้าผู้ก่อการร้ายและยอดฝีมือของประเทศจีน ซึ่งตัวเขาได้รับเลือกให้เป็นหัวหน้า มีอำนาจสั่งการทั้งหมด

“ รับทราบ! ” หญิงสาวผมทองที่ยืนอยู่ด้านข้างรับคำเบาๆ เธอเปิดประตูยานออกไป แล้วบินหายไปในพริบตา

หลังจากที่ซูเปอร์เกิร์ลบินออกไปแล้ว เขาก็หันไปสั่งเจ้าหน้าที่ที่เหลือ

“ บอกให้คนอื่นๆเตรียมตัวเอาไว้…หลังจากฉันให้สัญญาณ ก็เริ่มโจมตีพวกมันทันที จากนั้นให้สายลับของเรารีบควบคุมตัวประกันไว้ ”

แผนของเขาคือการสร้างสถานการณ์ให้ศัตรูสู้กันเอง แล้วรอฉกฉวยโอกาส ในบรรดาลูกน้องของทรงยุทธได้มีสายลับของพวกเขาแฝงตัวรอรับคำสั่งอยู่แล้ว

‘ คนหนึ่งต้องการถ่วงเวลา…ส่วนอีกคนก็รอจังหวะช่วยตัวประกัน ในเมื่อพวกแกทั้งสองฝ่ายไม่เริ่มสู้กันซักที งั้นฉันจะช่วยกระตุ้นให้ซักหน่อยก็แล้วกัน ’

ผ่านไป 15 นาที

ห่างออกไป 60 กิโลเมตรจากจุดที่ยานบินลอยตัวอยู่ ไป๋ซู่เจินยืนเหยียบอากาศอยู่บนฟ้าด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

ไหล่ข้างซ้ายของเธอมีร่องรอยถูกโจมตีด้วยพลังงานความร้อนสูง จนชุดที่เธอสวมอยู่ขาดเป็นช่องโหว่ เปิดเผยผิวที่ขาวเนียนน่าหลงใหลออกมา

“ เธอเป็นใคร! ” ไป๋ซู่เจินถามด้วยน้ำเสียงดุดัน การโจมตีของอีกฝ่ายสามารถหลบรอดจากการตรวจจับของสัมผัสวิญญาณได้อย่างน่าเหลือเชื่อ

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: จุติใหม่มหาเทพตี้เทียน