จุติใหม่มหาเทพตี้เทียน นิยาย บท 252

ณ ลานฝึกขนาดใหญ่ของสำนักคุนหลุน

หลังจบสงครามด้วยชัยชนะของสำนักคุนหลุน จ้าวเทียนได้ใช้เวลาเกือบหนึ่งชั่วโมงในการตรวจสอบเชลยศึกทั้งหมด ด้วยอาณาเขตเจตจำนงแห่งกระบี่ของเขา มันยิ่งกว่าเครื่องจับเท็จเสียอีก

เพียงแค่ถามออกไปประโยคเดียว ว่าใครมีส่วนร่วมกับสงครามด้วยความสมัครใจบ้าง หากมีผู้ใดจิตใจสั่นคลอนกับคำถามของเขา นั่นแสดงให้เห็นถึงความผิดที่คนพวกนั้นได้ก่อขึ้น

กับคนชั่วที่เห็นแก่ตัวแบบนี้ จ้าวเทียนไม่เคยปราณีมาก่อน เขาสั่งลงทัณฑ์จนกว่าจะรับสารภาพต่อหน้าเชลยที่เหลือ จากนั้นก็ลงโทษโดยการทำลายพลังฝีมือ แล้วกักตัวไว้เป็นผู้ใช้แรงงานขั้นต่ำในการซ่อมแซมอาคารบ้านเมืองที่เสียหาย

ถือเป็นโชคดี ที่มีคนถูกลงโทษเพียงห้าร้อยกว่าคนเท่านั้น ดูเหมือนว่าพวกที่หวังก่อสงครามส่วนใหญ่จะเสียชีวิตเพราะค่ายกลสี่สัตว์เทพหมดแล้ว

ส่วนพวกที่รอดชีวิตจะเป็นคนที่ถูกบังคับให้เข้าร่วมสงคราม เลยพยายามหลีกเลี่ยงการต่อสู้จนถึงที่สุด เพราะเหตุนี้พวกเขาจึงยังมีชีวิตรอดมาได้

“ แย่แล้วครับนายน้อย…ตอนนี้ทั้งเมืองหยกเขียวและสำนักคุนหลุน กำลังตกอยู่ในเขตอาคมปิดกั้นขนาดใหญ่ พวกเราไม่สามารถใช้เขตอาคมเคลื่อนย้ายไปที่อื่นได้เลย ” เซียนขั้นต่ำคนหนึ่งของตระกูลเหยียนรีบเข้ามารายงาน

ในตอนนี้ เจ้าสำนักและผู้อาวุโสระดับสูงทุกคน ที่ควบคุมค่ายกลสี่สัตว์เทพกำลังพักผ่อนด้วยความอ่อนล้า ภาระหน้าที่ทั้งหมดจึงตกเป็นของจ้าวเทียนและเซียนขั้นต่ำสิบเอ็ดคนที่เหลือ

“ ไม่ต้องตกใจ…ฉันนึกอยู่แล้วว่าทางสมาพันธ์จะต้องเคลื่อนไหวแน่ คุณจัดเรื่องตรงนี้ต่อให้ที ที่สมควรลงโทษก็ทำไป ส่วนผู้ที่ผ่านการตรวจสอบว่าไม่มีความผิด ก็จัดสถานที่ให้พวกเขาพักผ่อน ”

“ เมื่อไหร่ที่เจ้าสำนักเปียนออกมา…ก็มอบเรื่องนี้ให้เธอเป็นคนจัดการ ฉันเชื่อว่าเธอรู้ดีว่าควรทำยังไงกับคนพวกนี้ ” จ้าวเทียนพูดขึ้นอย่างใจเย็น เขารู้ดีว่าเมื่อตัวเองเปิดเผยพลังที่แท้จริงออกไป สมาพันธ์จะต้องรู้ถึงตัวตนที่แท้จริงของเขาแน่นอน

‘ เมื่อเขตอาคมเคลื่อนย้ายใช้ไม่ได้…น่าจะยังมีเวลาอีกสองถึงสามชั่วโมงกว่าที่ทางสมาพันธ์จะมาถึง ’

!!

“ หืม…พวกคุณหายดีแล้วเหรอ ” จ้าวเทียนหันไปเห็นท่านยายกับท่านแม่ของตัวเองกำลังเดินเข้ามาหา

“ พวกเราไม่เป็นอะไรแล้วล่ะ…ได้โอสถฟื้นฟูที่ลูกมอบให้ ร่วมกับได้พักผ่อนไปหนึ่งชั่วโมง มันก็ทำให้ความเหนื่อยล้าหายไปหมด ” เหยียนซือหนิงพูดขึ้นด้วยรอยยิ้ม เธอรู้สึกภูมิใจในตัวลูกชายมาก

“ ลูกเทียน…ลูกเพิ่งผ่านการต่อสู้ดุเดือดมา น่าจะพักผ่อนซักหน่อยนะ ตรงนี้ปล่อยให้พวกแม่จัดการเอง ”

พูดจบเธอก็หยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาซับเหงื่อที่ใบหน้าของจ้าวเทียนอย่างอ่อนโยน ต่อหน้าทุกคนที่อยู่ตรงนั้น

“ เอ่อ…ขอบคุณครับ ” จ้าวเทียนตอบเสียงเบา แก้มของเขาแดงขึ้นเล็กน้อยด้วยความเขินอาย นานมากแล้วที่เขาไม่เคยสัมผัสถึงความรักจากมารดาผู้ให้กำเนิด

‘ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น…แม่ก็ยังเป็นคนที่รักฉันที่สุด บางทีในสายตาของเธอ ฉันก็ยังคงเป็นเด็กชายตัวเล็กๆที่ชอบออดอ้อนเธอเหมือนในอดีต ’

ภาพตรงหน้าทำให้ เปียนเจียวเมิ่งและผู้อาวุโสทุกคนยิ้มขึ้นอย่างอบอุ่น พวกเขารู้ดีว่าเหยียนซือหนิงคิดถึงลูกของตัวเองขนาดไหน

ในขณะที่จ้าวเทียนกำลังจะบอกแม่ ว่าตัวเองไม่เป็นไร สายตาของเขาก็มองเห็นเด็กแฝดสองคนกำลังเดินมาทางนี้ ด้วยท่าทางกล้าๆกลัวๆ

พวกเขาเป็นลูกบุญธรรมที่เหยียนซือหนิงรับไว้ แม้จะมีอายุเพียงสิบขวบ แต่เด็กทั้งสองคนก็ฉลาดเฉลียวเกินวัย สำหรับเรื่องที่พวกตนไม่ใช่ลูกแท้ๆของแม่นั้น พวกเขาเคยแอบได้ยินพวกผู้อาวุโสคุยกันมาแล้ว

ในเมื่อเห็นแม่ได้พบกับลูกที่แท้จริงแล้ว เด็กทั้งสองคนก็เกิดความหวาดกลัวขึ้นมา ว่าตนเองจะไม่เป็นที่ต้องการอีกต่อไป

การปรากฏตัวของเด็กทั้งสองคน ทำให้บรรยากาศอันอบอุ่นเมื่อครู่นี้แข็งค้างไปในทันที ผู้อาวุโสในตระกูลเหยียนทุกคน ต่างมองไปที่จ้าวเทียนด้วยความกังวล พวกเขาไม่รู้จ้าวเทียนจะจัดการเรื่องนี้อย่างไร

“ ลูกเทียน…แม่ ” เหยียนซือหนิงกำลังจะพูดบางอย่างออกมา แต่จ้าวเทียนก็ส่ายหน้าห้ามไว้ เรื่องนี้เขามีความคิดเป็นของตัวเองอยู่แล้ว

“ พวกเธอชื่ออะไรกันบ้างล่ะ…ดูเหมือนเราจะยังไม่เคยแนะนำตัวกันจริงๆเลยนะ ” จ้าวเทียนถามขึ้นด้วยน้ำเสียงผ่อนคลาย เขาเดินมาย่อตัวลงอยู่หน้าเด็กทั้งสองคน ทำให้สายตาของพวกเขานั้นประสานกัน

“ ผมชื่อ…เหยียนเมิ่งเป่าครับ ”

“ หนูชื่อ…เหยียนเมิ่งฉีค่ะ ”

“ เมิ่งเป่ากับเมิ่งฉีเหรอ…เป็นชื่อที่ดีนะ ” จ้าวเทียนยิ้มเล็กน้อย จากนั้นเขาก็ถอดหมวกงอบที่สวมอยู่กับนำผ้าสีดำที่ปกปิดใบหน้าออก

เขาเปิดเผยโฉมหน้าที่แท้จริงให้เด็กทั้งสองเห็น…

“ ฉันชื่อจ้าวเทียน…เป็นผู้ที่ถูกประกาศิตล่าสังหาร ซึ่งกำลังถูกสมาพันธ์บู๊ลิ้มตามล่าอยู่ ฉันเชื่อว่าพวกเธอคงรู้จักสมาพันธ์บู๊ลิ้มใช่ไหม ”

“ พวกเขา…เป็นผู้กุมอำนาจสูงสุดของโลกใบนี้ การเป็นศัตรูกับพวกเขาก็เท่ากับการเปิดศึกกับโลกทั้งใบ ฉันคิดว่าตอนนี้พวกเขาคงรู้ถึงความสัมพันธ์ของฉันกับแม่แล้ว หลังจากนี้จะมีมือสังหารและยอดฝีมือจำนวนนับไม่ถ้วนพุ่งเป้ามาที่พวกเรา ”

“ สมาพันธ์บู๊ลิ้มพร้อมจะใช้ทุกวิถีทาง เพื่อที่จะสังหารฉันให้ได้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสกปรกแบบไหนก็ตาม ดังนั้นหนทางเดียวที่ฉันกับแม่จะทำได้ ก็คือการหลบซ่อนตัวเอาไว้จนกว่าประตูมิติจะเปิด ”

“ ชีวิตหลังจากนี้ของพวกเรา…จะต้องเผชิญการต่อสู้เสี่ยงชีวิตมากมาย บางทีมันอาจจะดึงคนรอบข้างเข้าไปเกี่ยวข้องด้วย สงครามที่เกิดขึ้นในวันนี้มันอาจจะเกิดขึ้นซ้ำอีก ”

“ ฉันพูดมาถึงตรงนี้…พวกเธอคงเข้าใจใช่ไหม ”

สิ้นเสียงของจ้าวเทียนบรรยากาศรอบๆก็เปลี่ยนเป็นหนักอึ้งขึ้นทันที ทุกคนต่างรู้สึกว่าสิ่งที่เขาพูดเป็นเรื่องจริง

หลังจากนี้เหยียนซือหนิงคงไม่สามารถอยู่ที่สำนักคุนหลุนได้แล้ว ไม่อย่างนั้นคงดึงดูดยอดฝีมือมากมายเข้ามาจับตัวเธอ เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการจัดการจ้าวเทียน

ตอนนี้เหยียนซือหนิงเอง ก็เข้าใจจุดประสงค์ของจ้าวเทียนในที่สุด แม้จะรู้สึกเสียใจอยู่บ้างที่ต้องจากลูกบุญธรรมทั้งสองคนไป แต่นั่นก็เพื่อตัวของพวกเขาเอง

ยอมเสียใจตอนนี้ ดีกว่าดึงพวกเขาให้มาเดือดร้อนไปด้วย…

แต่ถึงแม้เธอจะรู้ว่านี่เป็นวิธีที่ดีที่สุด แต่หัวใจของเธอกลับเจ็บปวดเหลือเกิน มันทำให้เธอนึกไปถึงความทรงจำในอดีต ที่เธอต้องตัดใจจากครอบครัวมาด้วยความจำยอม

ทำให้น้ำตาของเธอไหลออกมาอย่างไม่สามารถควบคุมได้ ไม่ว่าเธอจะพยายามกลั้นน้ำตาไว้แค่ไหน มันก็ไม่ยอมหยุดอยู่ดี

อึก…

‘ นี่ฉันเป็นอะไรไป…สิ่งที่ลูกเทียนทำนั้นถูกต้องแล้ว เพื่อชีวิตหลังจากนี้ของเมิ่งเป่ากับเมิ่งฉี พวกเขาควรอยู่ที่นี่ ’

‘ ยิ่งฉันแสดงความอ่อนแอออกมาให้พวกเขาเห็น…มันจะทำให้สิ่งที่ลูกเทียนทำไปนั้นเสียเปล่า ’

เมื่อได้ยินเสียงร้องไห้เบาๆของแม่ ทำให้จ้าวเทียนถอนหายใจออกมา จากนั้นเขาก็ยืนขึ้นและกำลังจะเดินจากไป

แต่ทันใดนั้น

หมับ!

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: จุติใหม่มหาเทพตี้เทียน