จุติใหม่มหาเทพตี้เทียน นิยาย บท 29

หลังจากที่ผ่านพิธีรับศิษย์ ตอนนี้จ้าวเทียนก็เริ่มถ่ายทอดเคล็ดวิชาให้โม่ปิงหยู โดยวิชานี้ก็เป็นวิชาของเธอเองในอดีตสมัยที่อยู่แดนสวรรค์

เขาได้ค้นพบมันจากคลังลับของมหาเทพคนเก่า…

“ วิชาที่ฉันจะถ่ายทอดให้ชื่อว่า เคล็ดอมตะจูเชว่ ซึ่งเป็นวิชาของสัตว์เทวะหงส์เพลิงในแดนสวรรค์ ” จ้าวเทียนเริ่มอธิบายเคล็ดวิชาที่จะสอน

“ โห…อาจารย์คะ นี่คือเคล็ดวิชาในตำนานรึเปล่า” โม่ปิงหยูพูดขึ้นด้วยความตื่นเต้น

“ มันอยู่สูงกว่าระดับตำนานอีกนะ…เพราะมันคือเคล็ดวิชาระดับศักดิ์สิทธิ์ ” จ้าวเทียนพูดด้วยรอยยิ้ม

“ เอ๋…แต่จากที่แม่เล่าให้หนูฟัง ระดับของเคล็ดวิชา มันแบ่งออกเป็นสี่ระดับ คือระดับนักสู้ ระดับผู้เชี่ยวชาญ ระดับปรมาจารย์และระดับตำนาน มันมีเหนือกว่านั้นอีกเหรอคะ ” โม่ปิงหยูถามขึ้นอย่างสงสัย

โม่ซินหยานเองก็ตั้งใจฟังอย่างสนใจเหมือนกัน วิชาที่เธอเรียนรู้มาจากองค์กรเป็นวิชาระดับผู้เชี่ยวชาญเท่านั้นเอง

“ ที่แม่เธอเล่าให้ฟังนั้นมันเป็นสิ่งที่ใช้กันบนโลกมนุษย์เท่านั้น แต่ที่แดนสวรรค์ เคล็ดวิชาจะถูกแบ่งออกเป็น 5 ระดับ คือระดับต่ำ ระดับปฐพี ระดับนภา ระดับศักดิ์สิทธิ์ ระดับเทวะ ”

“ ถ้าให้เปรียบเทียบง่ายๆ เคล็ดวิชาสามระดับแรกในโลกมนุษย์ จะเทียบได้กับเคล็ดวิชาระดับต่ำในแดนสวรรค์เท่านั้น ส่วนเคล็ดวิชาระดับตำนานก็เทียบได้กับเคล็ดวิชาระดับปฐพี ” จ้าวเทียนอธิบายอย่างใจเย็น

“ อาจารย์มาจากแดนสวรรค์ใช่ไหมคะ ” โม่ปิงหยูถามขึ้นด้วยแววตาเป็นประกาย

!!

นี่ก็เป็นสิ่งที่โม่ซินหยานกำลังสงสัยอยู่เหมือนกัน เธอคิดมานานแล้วว่าความเก่งกาจของจ้าวเทียนนั้นผิดปกติจนเกินไป แม้แต่พวกที่มาจากสำนักโบราณที่เธอเคยเจอก็ไม่สามารถเทียบได้

“ ทั่งใช่และไม่ใช่…เรื่องนี้เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสมฉันค่อยเล่าให้ฟัง ตอนนี้เธอรีบจดจำเคล็ดวิชาให้ดี ” หลังจากพูดจบ เขาก็เริ่มท่องเคล็ดอมตะจูเชว่ ออกมาอย่างช้าๆ

ซึ่งโม่ปิงหยูก็ตั้งใจจนจำอย่างเต็มที่ หลังจากผ่านไปประมาณ2ชั่วโมง เธอก็บอกจ้าวเทียนว่าจำได้หมดแล้ว

“ หนูจำได้แล้วจริงๆเหรอ ” โม่ซินหยานถามขึ้นอย่างสงสัย ตัวเธอเองจำได้เพียง 3 ส่วนเท่านั้น เพราะเคล็ดวิชานี้มันซับซ้อนอย่างมาก อีกทั้งจ้าวเทียนยังท่องให้ฟังแค่รอบเดียว

“ หนูจำได้แล้วจริงๆนะ…งั้นหนูจะท่องให้ฟังอีกรอบ ” โม่ปิงหยูก็ได้ท่องเคล็ดวิชา ตั้งแต่ต้นจนจบ โดยที่ไม่ผิดแม้แต่คำเดียว สร้างความตื่นตะลึงให้แม่ของเธอเป็นอันมาก

“ พี่ไม่ต้องแปลกใจไปหรอก…ดวงวิญญาณของเธอคือโอสถจักรพรรดิในตำนาน พรสวรรค์ของเธอนั้นสูงส่งมาตั้งแต่เกิด เทียบชั้นกับยอดอัจฉริยะในแดนสวรรค์ได้สบาย ”

“ นอกจากนี้ตัวเธอยังเป็นจุดศูนย์รวมดึงดูดพลังปราณบริสุทธิ์ของฟ้าดิน ทำให้ตัวเธอและคนที่อยู่ใกล้ๆได้ประโยชน์มหาศาล ผมคิดว่าสาเหตุที่พี่เข้าสู้ขั้นปรมาจารย์ได้ก็เพราะเธอนี่ล่ะ"

“ เพราะการเข้าสู่ขั้นปรมาจารย์ คือการกลั่นลมปราณของตัวเราทั้งหมดให้บริสุทธิ์ จนสามารถผนึกให้เป็นรูปร่าง และสามารถควบคุมใช้มันโจมตีได้” เขาได้บอกเหตุผลที่โม่ซินหยานสงสัยมานานแล้ว ว่าทำไมตัวเธอถึงเข้าสู่ขอบเขตปรมาจารย์ได้โดยไม่ได้ฝึกฝน

“ ที่แท้ก็เป็นแบบนี้นี่เอง ” โม่ซินหยานพยักหน้าด้วยความเข้าใจ เธอหันไปลูบหัวลูกสาวด้วยความรัก

“ แบบนี้แสดงว่า…ถ้าหนูอยู่ข้างๆอาจารย์ตลอดเวลา อาจารย์ก็จะได้ประโยชน์ใช่ไหม ” โม่ปิงหยูพูดขึ้นด้วยรอยยิ้มขี้เล่น เธอวิ่งมานวดหลังให้จ้าวเทียนอย่างเอาใจ

“ อาจารย์สอนเคล็ดวิชาดีๆให้แม่หนูหน่อยน้า แล้วหนูจะติดตามอาจารย์ไปทุกที่เลย ” โม่ปิงหยูพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงออดอ้อน

“ ปิงหยู…หนูอย่าไปทำให้อาจารย์ลำบากใจสิ ” โม่ซินหยานรีบดุลูกสาวด้วยความอาย แต่เธอก็แอบมองจ้าวเทียนด้วยสายตาคาดหวัง

เอ่ออ

“ วิชาที่ฉันฝึกมันไม่ได้ใช้พลังปราณของโลกนะ…ฉันอาศัยพลังจากแสงอาทิตย์ เลยไม่ได้ประโยชน์จากการอยู่ใกล้เธอ ” จ้าวเทียนรู้สึกตกใจกับการกระทำของโม่ปิงหยูมาก

เพราะในอดีตตัวเธอที่เขาเจอที่แดนสวรรค์นั้น เป็นคนเงียบๆที่ออกจะมีนิสัยเย็นชาต่างกับตอนนี้ลิบลับ เขาคิดว่าสาเหตุคงจะเป็นเพราะโม่ซินหยานแน่นอน เธอคงจะรักผู้หญิงคนนี้มาก

เมื่อเห็นสีหน้าของแม่ลูกคู่นี้เริ่มหมองลง เขาจึงรีบพูดขึ้น

“ อันที่จริงผมเตรียมเคล็ดวิชาที่เหมาะสมไว้ให้พี่ตั้งแต่แรกแล้ว เพราะจากที่ผมสังเกตวิชาที่พี่ได้เรียนรู้มาจากองค์กรอยู่เพียงระดับต่ำ มันจึงทำให้พี่ไม่สามารถใช้สนามพลังปรมาจารย์ได้ ”

“ เคล็ดวิชาที่ผมจะสอนพี่ชื่อว่า เงาจันทรา เป็นเคล็ดวิชาระดับนภา แม้มันจะอยู่ในระดับที่ต่ำกว่าระดับศักดิ์สิทธิ์ 1 ขั้น แต่ถ้าเทียบในด้านพลังโจมตีและการหลบเร้นสังหารนั้น มันเหนือกว่าระดับศักดิ์สิทธิ์บางวิชาเสียอีก”

หลังจากที่หมดเวลาไปอีกสามชั่วโมงกว่าๆ โม่ซินหยานก็สามารถจดจำเคล็ดวิชาได้ทั้งหมด โชคดีที่เคล็ดวิชานี้มันไม่ค่อยซับซ้อน เหมือนที่เขาสอนให้โม่ปิงหยู

“ ปิงหยู…คืนนี้อาจารย์จะหลอมยาให้เธอ เพื่อให้เธอเข้าสู่ขอบเขตผู้เชี่ยวชาญจะได้สามารถเริ่มฝึกวิชาได้ ” จ้าวเทียนพูดออกมาด้วยเสียงสบายๆ แต่นั่นสร้างความตกใจให้โม่ซินหยานอย่างมาก

ตัวเธอฝึกฝนอยากหนักอยู่สิบกว่าปีถึงจะเข้าสู่ขอบเขตผู้เชี่ยวชาญ แต่จ้าวเทียนกลับบอกว่าจะทำให้ลูกสาวเธอเป็นผู้เชี่ยวชาญในคืนเดียวงั้นเหรอ

“ น้องจ้าว…นี่มันจะเป็นไปได้เหรอ ” เธอถามออกมาด้วยสีหน้าไม่ค่อยเชื่อนัก

“ เดี๋ยวพี่ก็เห็นเองครับ…คืนนี้ตัวพี่เองก็เริ่มฝึกเคล็ดที่ผมสอนได้เลย มันไม่กระทบต่ออาการบาดเจ็บ ผมคิดว่าประมาณสามวันพี่คงจะใช้สนามพลังปรมาจารย์ได้แล้ว ” จ้าวเทียนตอบด้วยรอยยิ้ม

….

หลังจากที่เก็บข้าวของจำเป็นเรียบร้อย จ้าวเทียนก็พาทั้งหมดเดินทางกลับไปที่อพาร์ทเม้นท์ของเขา

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: จุติใหม่มหาเทพตี้เทียน