จุติใหม่มหาเทพตี้เทียน นิยาย บท 313

ความสามารถของเขตอาคมสลายพลัง คือการตัดขาดการเชื่อมต่อระหว่างพลังภายในกับพลังฟ้าดินภายนอก

ทำให้ผู้ฝึกตนที่อยู่ในอาณาเขตไม่สามารถใช้เคล็ดวิชาเทพและเซียนได้ พลังของพวกเขาจะถูกลดลงมาอยู่ในระดับนักสู้ธรรมดา ที่พึ่งพาเพียงความแข็งแกร่งทางกายเท่านั้น

มีข้อยกเว้นเพียงผู้ฝึกตนที่อยู่ในระดับเทพโลกาและเซียนนภาเท่านั้นที่ไม่ถูกจำกัดด้วยเขตอาคมนี้ เพราะพวกเขามีแหล่งพลังงานพลังฟ้าดินเป็นของตัวเอง นั่นก็คือโลกภายใน

ที่บนแดนสวรรค์ เขตอาคมสลายพลังจะถูกใช้จองจำเหล่าศิษย์สำนักที่กระทำความผิดร้ายแรง ตราบใดที่ยังอยู่ในเขตอาคมนี้จะไม่สามารถฝึกฝนได้

ทำให้ต้องทนดูพลังที่ฝึกฝนมาอย่างลำบาก พร้อมกับอายุขัยของตนต้องสูญสลายไปเรื่อยๆตามกาลเวลา ไม่ต่างไปจากคนธรรมดาในโลกชั้นต่ำที่พวกเขาดูถูกดูแคลน

สำหรับผู้ฝึกตนที่ถือกำเนิดบนแดนสวรรค์แล้ว นี่นับเป็นบทลงโทษที่รุนแรงมาก

นี่จึงเป็นเหตุผลที่ทูตมังกรรู้สึกตกตะลึงและหวาดกลัว เมื่อรู้ว่าตนเองกำลังถูกกักขังไว้ในเขตอาคมสลายพลัง

ฉัวะ!ๆๆ เปรี้ยงงง!ๆๆๆๆ

กระบี่ในมือของทูตมังกรฟันออกไปอย่างถี่รัว ทุกกระบี่แทงเข้าใส่ม่านพลังที่กักขังเขาไว้เป็นจุดเดียวอย่างแม่นยำ เหมือนต้องการทะลวงมันออกไปให้ได้

“ บัดซบ! ฉันไม่เชื่อ มดปลวกอย่างพวกแกจะสร้างเขตอาคมโบราณชั้นสูงแบบนี้ได้ยังไง ”

“ นี่มัน…ต้องเป็นของปลอม มันก็เป็นแค่ภาพมายาที่คิดจะใช้ตบตาเท่านั้น ขอเพียงฉันทุ่มพลังทั้งหมดออกไป ต้องทำลายมันได้แน่นอน”

ทูตมังกรตะโกนออกมาเสียงดังด้วยความเดือดดาล กระบี่ในมือยังคงฟาดฟันออกไปไม่ยั้ง เหมือนต้องการยืนยันในสิ่งที่พูดไป

ตอนนี้ ตัวเขาไม่หลงเหลือภาพของยอดฝีมือผู้เย็นชาอีกแล้ว

แต่ทว่า

ทุกสิ่งทุกอย่างกลับไร้ประโยชน์อย่างสิ้นเชิง ไม่ว่าเขาจะพยายามดิ้นรนสักเท่าไหร่ ก็ไม่อาจหลีกหนีจากความเป็นจริงตรงหน้าได้

เพราะถ้าสิ่งที่เขากำลังเผชิญอยู่เป็นเพียงภาพลวงตาจริงๆ

ด้วยระดับพลังฝีมืออันสูงส่งของเขาแค่ฟันกระบี่ออกไปสุดแรงครั้งเดียว ก็สามารถตัดพระราชวังแห่งนี้ออกเป็นสองส่วนได้แล้ว

อย่าว่าแต่ม่านพลังบางๆที่ขวางอยู่ตรงเบื้องหน้าเลย…

“ เป็นยังไงบ้าง…เขตอาคมสลายพลังของฉันใช้งานได้ดีเลยใช่ไหม ” คังหลินถามขึ้นด้วยรอยยิ้ม เมื่อเห็นอีกฝ่ายหยุดโจมตีใส่ม่านพลังแล้ว

“ ถึงกลับเตรียมของแบบนี้เอาไว้…พวกแกต้องการอะไรกันแน่ ” ทูตมังกรเลือกที่จะถามกลับไปอย่างใจเย็น พยายามสะกดอารมณ์ของตัวเองเอาไว้

เขารู้ว่ามันไม่มีประโยชน์ที่จะต่อปากต่อคำกับอีกฝ่าย ในสถานการณ์ที่ตกเป็นรองแบบนี้

“ อืม…แกควบคุมอารมณ์ได้ดีนะ ฉันนึกว่าจะโวยวายมากกว่านี้เสียอีก ” คังหลินส่ายหน้าเบาๆด้วยความผิดหวัง ตอนแรกเขาต้องการจะกระตุ้นให้อีกฝ่ายโกรธ จนเผลอเปิดเผยข้อมูลผู้อยู่เบื้องหลังออกมาเอง

“ เหอะ… ” ทูตมังกรแค่นเสียงออกมาอย่างเย็นชา จากนั้นก็พูดขึ้นต่อ

“ แค่กักตัวฉันเอาไว้ได้ อย่าคิดว่าพวกแกเป็นฝ่ายชนะซะล่ะ ขอเพียงแค่ฉันอดทนต่อไปสักสามสี่วัน เดี๋ยวพรรคพวกของฉันก็ต้องมาช่วยแน่นอน ”

“ พอถึงตอนนั้น…ฉันจะตอบแทนความอัปยศครั้งนี้กลับไปเป็นร้อยเท่าพันเท่า พวกแกเตรียมตัวเอาไว้ได้เลย ”

“ ห๊ะ…นี่แก คิดว่าตัวเองจะรอดไปถึงวันที่มีคนมาช่วยได้จริงๆเหรอ ” คังหลินรู้สึกแปลกใจเล็กน้อย ในความมั่นใจของอีกฝ่าย

เมื่อได้ยินแบบนั้นทูตมังกรก็หัวเราะออกมาอย่างดูแคลนแล้วพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน

“ สมกับที่เป็นพวกชาวพื้นเมืองจริงๆ…ถึงแม้จะสร้างเขตอาคมระดับนี้ขึ้นมาได้ แต่กลับไม่เข้าใจข้อจำกัดของมันแม้แต่น้อย ”

“ ให้ฉันอธิบายให้พวกโง่เง่าอย่างแกฟังก็แล้วกัน เขตอาคมสลายพลังนี้ทำได้เพียงกักขังอย่างเดียว ถึงแม้ม่านพลังของมันจะป้องกันไม่ให้ฉันออกไป แต่มันก็จะกันไม่ให้พวกแกสามารถโจมตีเข้ามาได้เช่นเดียวกัน ”

“ นั่นก็หมายความว่า ตราบใดที่ฉันยังอยู่ในนี้พวกแกก็ไม่สามารถทำร้ายฉันได้ ยกเว้นเพียงอย่างเดียว คือพวกแกจะต้องเข้ามาอยู่ในเขตอาคมนี้ด้วยเท่านั้น ”

“ ว่ายังไงล่ะ แกกล้าเข้ามาหรือเปล่า ” ทูตมังกรพูดท้าทายออกมาเสียงดัง เขาจงใจกระตุ้นอีกฝ่ายให้ลงมือเพื่อพลิกสถานการณ์

‘ พื้นที่ของเขตอาคมนี้เล็กมาก อีกฝ่ายน่าจะส่งคนเข้ามาได้ไม่เกินสิบคน ด้วยความแข็งแกร่งของฉันรวมกับโอสถฟื้นฟูที่อยู่ในตัว ต่อให้ต้องต่อสู้ติดต่อกันสี่วันสี่คืนก็รับไหว ’

ทูตมังกรเป็นถึงยอดฝีมือที่อยู่ในระดับเดียวกัน กับเจ้าอาวาสวัดเส้าหลิน แม้ว่าตัวเขาจะถูกจำกัดพลังไว้ที่ระดับนักสู้ ธรรมดา แต่ทั้งประสบการณ์และขอบเขตกระบี่ของเขานั้น สูงส่งกว่ายอดฝีมือแนวหน้าในยุทธภพมาก

ตราบใดที่ศัตรูถูกจำกัดพลังเหมือนกัน เขามั่นใจว่าตนไม่มีทางพ่ายแพ้แน่นอน

ทางด้านคังหลิน ที่เพิ่งจะเข้าใจความคิดของอีกฝ่าย ก็ถึงกับหลุดขำออกมา ทีแรกเขาก็นึกว่าทูตมังกรยังมีอาวุธลับหรือไม้ตายเด็ดๆเก็บไว้เสียอีก

‘ เป็นแค่ผู้ฝึกตนขอบเขตปราณทิพย์ แต่กลับกล้าท้าทายเทพโลกาขั้นกลางอย่างฉันงั้นเหรอ มันช่างน่าสนใจจริงๆ ’

“ ว่ายังไง…แกกล้าเข้ามาสู้กับฉันหรือเปล่า หรือถ้าเกิดกลัวตายขึ้นมา จะส่งผู้หญิงชุดดำคนนั้นหรือพวกองครักษ์เข้ามาก่อนก็ได้ ”

“ ฉันรับประกัน…ว่าจะไม่มีใครรอดชีวิตออกไปแน่นอน ” ทูตมังกรพูดออกมาด้วยสีหน้าเย็นชา สายตาของเขามองไปยังเหยียนซือหนิงด้วยความแค้นเคือง เพราะถ้าไม่ถูกอีกฝ่ายขัดขวางไว้ เขาคงจับตัวฮ่องเต้ได้แต่แรกแล้ว

“ นี่แก! กลายเป็นสุนัขจนตรอกแบบนี้แล้วยังอวดดีได้อีกนะ ” ถึงแม้เหยียนซือหนิงจะพูดขึ้นอย่างโมโห

แต่เธอก็รู้ว่าที่อีกฝ่ายพูดมาเป็นความจริง ตัวเธอเองขาดพรสวรรค์เรื่องการต่อสู้อยู่แล้ว ถ้าต้องถูกจำกัดพลังฝีมือเอาไว้ คงรับมือได้ไม่กี่กระบวนท่าแน่นอน

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: จุติใหม่มหาเทพตี้เทียน