จุติใหม่มหาเทพตี้เทียน นิยาย บท 336

กล่องที่คังหลินถือมาด้วยมีขนาดเพียงแค่สองฝ่ามือเท่านั้น ดูไปแล้วไม่น่าจะเป็นสิ่งที่สามารถเป็นความหวังของทุกคนได้เลย ทำให้ผู้ที่พบเห็นเกิดความสงสัยในท่าทีที่เปลี่ยนไปของจ้าวเทียนขึ้นมา

“ ผู้อาวุโส สิ่งนี้มันคืออะไรงั้นเหรอ ” สุดท้ายเป็นเฉินจิ้งที่ทนไม่ไหว จึงได้ถามขึ้นมาก่อนเป็นคนแรก

เรื่องตัวตนที่แท้จริงของคังหลินไม่ได้เป็นความลับกับทุกคนในที่นี้ กับเทพที่มีอายุมากกว่าห้าพันปีอย่างเขา เรียกว่าผู้อาวุโสนั้นเหมาะสมที่สุดแล้ว

“ ลองดู ด้วยตาตัวเองสิ” คังหลินเปิดฝากล่องที่ถืออยู่ให้ทุกคนได้เห็น อย่างไม่คิดปิดบัง

!!

“ นี่มัน…เอ่อ ” เฉินจิ้งมีท่าทีอ้ำอึ้งขึ้นมา ไม่ว่าจะพยายามมองดูกี่ที มันก็ไม่น่าจะใช่เขตอาคมได้เลยนะ

วิ้งงง!

แมลงปีกแข็งลักษณะคล้ายด้วงบินออกจากกล่อง มาเกาะอยู่บนไหล่ของคังหลิน ทั้งยังแสดงท่าทีสนิทสนมโดยการขยับปีกอย่างร่าเริง

ถึงแม้ขนาดตัวของมันจะเล็กเพียงแค่ครึ่งฝ่ามือเท่านั้น แต่ปีกสีเขียวอ่อนของมัน เมื่อกางออกกลับกว้างถึงสองฝ่ามือ

จนอดสงสัยไม่ได้ว่า…ในยามปกติมันเก็บปีกขนาดใหญ่นี้ไว้ที่ไหนกัน

“ อย่าให้รูปร่างภายนอกของมันหลอกเอาได้เชียวนะ แมลงตัวนี้คือเขตอาคมที่มีชีวิต ซึ่งมีความสามารถในการลบล้างเขตอาคมอื่น ที่อยู่ในรัศมีการทำงานของมัน ”

“ เรียกได้ว่า ขอเพียงพวกเรานำมันติดตัวไปด้วย ก็ไม่ต้องกังวลเรื่องแผนการชั่วร้ายของตำหนักเทวะอีกต่อไป ” จ้าวเทียนอธิบายออกมาด้วยรอยยิ้ม นี่เป็นเพียงการเตรียมความพร้อมอย่างหนึ่งของเขาเท่านั้น

เพราะไม่รู้ว่าศัตรูมีจุดประสงค์อะไร ในตอนแรกเขาจึงจำเป็นต้องหาแผนรับมือ เอาไว้หลายๆแบบก่อนล่วงหน้า

“ จะว่าไป เจ้าตัวนี้มันก็ดูน่ารักดีนะ ” เฉินจิ้งลองใช้นิ้วจิ้มไปที่ปีกของแมลงตัวนี้ดู เขาคิดว่าเจนนี่เองก็น่าจะชอบเหมือนกัน

วิ้งงงง!

เจ้าด้วงสีเขียวตัวน้อยหุบปีก แล้วขยับหนีนิ้วของเฉินจิ้งทันที เหมือนไม่พอใจที่ถูกคนแปลกหน้ามาสัมผัส

“ นายต้องระวังหน่อยนะ ความแข็งแกร่งของมันก็ไม่ต่างไปจากแมลงธรรมดาทั่วไปเท่าไหร่นัก โดนอะไรนิดอะไรหน่อยก็อาจจะตายได้เลย ” คังหลินพูดขึ้นด้วยสีหน้าจริงจัง กว่าที่เขาจะสร้างมันขึ้นมาได้ ก็ยากลำบากเอาการ

โชคดีที่กงม่านเออร์ นำทรัพยากรมากมายจากสำนักสุสานโบราณมาด้วย จึงทำให้สามารถลองผิดลองถูกได้หลายครั้ง

กว่าจะได้ผลลัพธ์ออกมา มูลค่าต้นทุนที่ต้องเสียไปนั้น เทียบเท่ากับงบประมาณของแคว้นต้าฉินเป็นเวลาสิบปีได้เลย

“ ศิษย์พี่ แมลงตัวนี้มีอาณาเขตกว้างขนาดไหนงั้นเหรอ ” จ้าวเทียนเทียนถามขึ้น พร้อมกับพาพวกคังหลินมาดูที่จอภาพ แล้วอธิบายสถานการณ์ต่างๆให้ฟัง

“ หืม…นี่พวกมันต้องการใช้เมืองทั้งเมืองเป็นกับดักสังหารเลยงั้นเหรอ อาณาเขตของแมลงตัวนี้ไม่กว้างถึงขนาดนั้นหรอก ”

“ แต่ไม่ต้องเป็นห่วง ถึงแม้จะลบล้างเขตอาคมทั้งเมืองไม่ได้ แต่ถ้าแค่หนึ่งในสามของเมืองล่ะก็ ไม่มีปัญหา ” คังหลินพูดขึ้นอย่างมั่นใจ

พวกเขาสามารถอาศัยอาวุธลับของศัตรูให้เป็นประโยชน์ได้ โดยใช้มันเล่นงานฝ่ายตรงข้ามคืนกลับไป

ซึ่งความคิดนี้ของคังหลิน คนอื่นๆก็มองออกเช่นกัน ขอแค่ช่วยชีวิตผู้บริสุทธิ์ได้ ส่วนชะตากรรมของศัตรูทั้งสองฝ่าย พวกเขาไม่จำเป็นต้องใส่ใจ

หลังจากแก้ปัญหาหนักใจไปได้ เรื่องหลังจากนี้ก็เหลือแค่ทำอย่างไรจึงจะล่อพวกเจ้าตำหนักเทวะทั้งหมดออกมาติดกับเท่านั้น

“ ทุกคน! รีบมาดูนี่เร็วเข้า ” หวังซินหยางชี้ไปยังจอภาพหนึ่งด้วยความตกใจ

“ นั่นมัน พวกผู้อาวุโสต้วนมู่ไม่ใช่เหรอ ” เฉินจิ้งพูดขึ้นด้วยสีหน้าเป็นกังวล

ตอนนี้สิ่งที่ปรากกฎบนจอภาพคือ ผู้ฝึกตนชุดดำหลายสิบคน กำลังล้อมพวกต้วนมู่เฉียนสามคนเอาไว้ตรงกลาง นอกจากนี้ ที่ด้านข้างยังมีกลุ่มคนประมาณสิบคน ที่มีทั้งเด็กและสตรีซึ่งต่างก็ได้รับบาดเจ็บด้วยกันทั้งหมด

“ สวมชุดสีน้ำเงินแบบนี้ ทั้งยังสะพายกระบี่ไว้ด้านหลัง คงจะเป็นคนของสำนักกระบี่เหล็กใช่ไหม ” เหยียนซืออู่มองไปยังกลุ่มคนที่ต้วนมู่เฉียนปกป้องอยู่ ถึงแม้เขาจะจากโลกนี้ไปนานถึงแปดปี แต่ก็ยังจำจุดเด่นของแต่ละสำนักได้

“ เป็นคนของสำนักกระบี่เหล็กจริงๆ ในอดีตฉันเคยมีไมตรีกับเจ้าสำนักรุ่นก่อนของพวกเขาอยู่บ้าง ดูจากสถานการณ์แล้ว ถ้าเดาไม่ผิดอีกฝ่ายคงเป็นพวกตำหนักเทวะแน่นอน ”

“ เจ้าตำหนักเทวะคงสั่งให้สำนักกระบี่เหล็กเข้าโจมตี กองทัพใหญ่สามแคว้นเป็นรายต่อไป แต่พวกเขาคงปฏิเสธ ก็เลยถูกกวาดล้างเพื่อเป็นตัวอย่างให้สำนักอื่นๆ ” เทพกระบี่พูดขึ้น พร้อมกับหันหลังเดินออกไปทันที เพื่อจะไปช่วยเหลือสำนักของสหาย

“ รอเดี๋ยวครับ ! ”

จ้าวเทียนรีบร้องห้ามเอาไว้ ทำให้เทพกระบี่หันมามองด้วยความแปลกใจ

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: จุติใหม่มหาเทพตี้เทียน