ตอนที่ 1091
บทที่ 1522 : ไม่ไว้หน้า
October 22, 2026
บทที่ 1522 : ไม่ไว้หน้า หลิงหยุนเห็นหลิงลี่เดินออกไปต้อนรับหลี่กวนผิงด้วยตนเองหลี่กวนผิงและหลิงลี่เป็นคนในรุ่นเดียวกัน และเป็นถึงหนึ่งในแปดตระกูลใหญ่แห่งปักกิ่ง แน่นอนว่าหลิงลี่จะต้องออกไปต้อนรับด้วยตนเอง “อามิตาพุทธ” “สวรรค์เมตตา!” หลิงหยุนรีบหันหลังกลับไปมองทันทีที่ได้ยินเสียงและได้แต่ยิ้มออกมาเมื่อพบว่าทั้งคู่ก็คือหลวงจีนเจี๋วยหยวนและนักพรตชงซวี “โอ้..ลมอะไรหอบพวกท่านสองคนมาถึงที่นี่” หลิงหยุนรีบเดินเข้าไปพร้อมกับยิ้มและเอ่ยทักทาย “อามิตาพุทธหลังจากวันงานชุมนุมชาวยุทธ ประสกสบายเป็นปกติดีหรือไม่” “ดี..ดีมาก!” หลิงหยุนเอ่ยตอบหลวงจีนเจี๋วยหยวน “หลิงหยุนที่พวกเราสองคนมาในวันนี้ ก็เพื่อใช้โอกาสนี้แก้ไขเรื่องราวในอดีต ระหว่างโลกยุทธภพกับตระกูลหลิง..” สำหรับหลิงหยุนเรื่องในอดีตระหว่างตระกูลหลิงกับยุทธภพนั้น ไม่มีคำว่า ‘แก้ไข’ อะไรได้อีก เขาจึงไม่รอให้นักพรตชงซวีกล่าวจบ และรีบขัดขึ้นในทันที “ในเมื่อพวกท่านทั้งสองก็มาแล้วขอเชิญเข้าไปนั่งดื่มด้านในก่อน ส่วนเรื่องนั้นมิจำเป็นต้องพูดถึง.. นักพรตชงซวีถึงกับสะอึกส่วนหลวงจีนจี๋วยหยวนก็ได้แต่ฝืนยิ้มออกมา.. นักพรตชงซวีมิอาจอดกลั้นไว้ได้จึงเอ่ยออกไปว่า “หลิงหยุน เจ้าเองก็สังหารชาวยุทธไปกว่าครึ่งแล้ว เวลานี้ตระกูลหลิงของเจ้าก็สามารถกลับขึ้นมาผงาดในประเทศนี้ได้อย่างสง่างามอีกครั้งแล้ว และไม่ได้ด้อยไปกว่า…” หลิงหยุนเอ่ยสวนขึ้นในทันที“วันนี้ข้า –หลิงหยุน.. ไม่ต้องการที่จะทำร้ายผู้ใด โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่าน..” ทางด้านหลิงอี๋กับหลิงชีและคนอื่นๆต่างก็สังเกตเห็นสีหน้าที่ไม่ดีนักของหลิงหยุน จึงรีบกระโดดเข้าไปหาในทันที หลวงจีนเจี๋วยหยวน“….” นักพรตชงซวี“….” ทั้งหลวงจีนและนักพรตต่างนิ่งอึ้งไปเมื่อได้ยินคำพูดตรงไปตรงมาของหลิงหยุนเช่นนี้..แต่ทั้งคู่ก็ยิ่งกว่าคุ้นเคยกับท่าทางทางที่ไม่อาจคาดเดาของหลิงหยุนได้พวกเขารู้ดีว่าหลิงหยุนไม่เคยเห็นใครอยู่ในสายตา หากเขาบอกว่าไม่ต้องการคุยก็คือไม่ต้องการคุย มิว่าจะเป็นผู้ใดมาพูดก็ไร้ประโยชน์!“เชิญๆเข้าไปดื่มด้านใน”หลิงหยุนยิ้มออกมาเล็กน้อยพร้อมกับเชิญชวนทั้งสองคนอีกครั้ง และสีหน้าท่าทางของหลิงหยุนก็บอกชัดเจนแล้วว่า หากทั้งคู่ไม่เข้าไปดื่ม ก็เชิญกลับไป จะไม่มีการเจรจาใดๆทั้งสิ้นนักพรตชงซวีได้แต่หันไปบ่นกับหลวงจีนเจี๋วยหยวน“เฮ้อ.. ท่านดูเอาเองก็แล้วกัน จะให้ข้าทำเช่นใดดี”หลวงจีนเจี๋วยหยวนฝืนยิ้มออกมา“จะลองเข้าไปก่อนดีหรือไม่”“เชิญทุกท่านเข้าไปเถิดรับรองได้ว่าปลอดภัย..”หลิงหยุนเอ่ยบอกไปแล้วจึงส่งกระแสจิตบอกหลิงอี๋ว่า –เจ้าเชิญพวกเขาทั้งคู่เข้าไปด้านใน–หลิงอี๋รีบเดินเข้าไปหาหลวงจีนและนักพรตทันทีพร้อมกับเอ่ยขึ้นว่า “อาวุโสทั้งสองท่าน ได้โปรดเชิญด้านใน..”หลวงจีนเจี๋วยหยวนและนักพรตชงซวีได้แต่เดินตามหลิงอี๋เข้าไประหว่างทางหลวงจีนเจี๋วยหยวนจึงได้หันไปกล่าวกับหลิงหยุนว่า“อามิตาพุทธประสกน้อย.. เท่าที่ข้ารู้มาวันนี้คงจะมีชาวยุทธหลายคนเดินทางมาร่วมงานครั้งนี้ จุดประสงค์คือต้องการพบประสก หวังว่าประสกจะใจกว้าง ไม่ขับไสไล่ส่งพวกเขากลับไป..”“ข้าไม่เพียงไม่ขับไล่พวกเขากลับไปแน่แต่ยังจะให้พวกเขาได้เปิดหูเปิดตาด้วย!” หลิงหยุนพยักหน้าพร้อมกับเอ่ยตอบและนี่นับว่าเป็นคำตอบที่สุภาพที่สุดของเขาแล้ว..นั่นเพราะเวลานี้หลิงหยุนยังมิได้เป็นศัตรูของบู๊ตึ๊งและเส้าหลิน แม้ว่าในงานชุมนุมชาวยุทธคืนนั้น เขาจะได้สังหารศิษย์ของหออรหันต์ไปมากกว่ายี่สิบคน ซึ่งความจริงแล้วควรจะต้องมีการชำระแค้นกัน แต่เป็นเพราะหลวงจีนเจี๋วยหยวนเข้าใจเรื่องราวทุกอย่างดี จึงมิได้ทำให้เรื่องบานปลายมากไปกว่านี้แต่เส้าหลินก็ส่วนเส้าหลินบู๊ตึ๊งก็ส่วนบู๊ตึ๊ง การที่คนทั้งคู่ออกหน้ามาเจรจา เพื่อหวังที่จะสะสางปัญหาระหว่างเหล่าชาวยุทธกับตระกูลหลิงในอดีตให้หมดไปนั้น เสียใจด้วย.. หลิงหยุนไม่สามารถให้หน้าคนทั้งคู่ถึงเพียงนี้ได้แน่!หลิงหยุนได้สั่งหลิงอี๋ผ่านทางกระแสจิต–ไม่ต้องพาพวกเขาไปแนะนำให้กับสมาชิกตระกูลหลิงได้รู้จัก เจ้าพาพวกเขาทั้งคู่ไปที่ห้องรับรองทั่วไป..-–ท่านผู้นำตระกูลโปรดวางใจ!–และภาพต่อมาที่ได้เห็นนั้นแม้แต่หลิงหยุนยังไม่อาจทนมองต่อไปได้ เวลานี้ทั้งหลวงจีนเจี๋วยหยวนและนักพรตชงซวี ต่างก็ถูกรายล้อมด้วยสาวงามในชุดกี่เพ้าที่ผ่ามาถึงต้นขานับสิบคนทันทีที่หลวงจีนเจี๋วยหยวนกับนักพรตชงซวีเข้าไปถึงในห้องรับรองทั้งคู่ก็ได้แต่ตกตะลึง แต่ในเมื่อทั้งคู่เป็นแขกมิใช่เจ้าบ้าน จึงมิอาจเลือกได้ และได้แต่อดทนนั่งอยู่ในห้องรับรองที่รายล้อมด้วยสาวงามมากมายเช่นนั้นหลวงจีนและนักพรตทั้งสองจึงได้แต่นั่งก้มหน้า สายตาเหลือบมองปลายจมูก และเฝ้าพร่ำบ่นคำว่า ‘พุทโธ’ อยู่ในใจไม่ขาด “ฮ่าๆๆๆ”