“คุณหนูใหญ่...คุณกลับมาแล้ว...” คนรับใช้เห็นเฉินมู่ที่ประตูด้วยท่าทางหงุดหงิดก็เอ่ยเรียก
เฉินมู่พยักหน้า ยกเท้าขึ้น และก้าวเดินเข้าไปข้างใน แต่คนรับใช้ก็วิ่งไปดึงตัวเฉินมู่มาอย่างแรงจนร่างนั่นเดินโซเซ หล่อนตะโกนว่า “คุณเข้าไปไม่ได้!”
ใบหน้าของเฉินมู่เย็นชาจนน่ากลัว “หลีกไปให้พ้น”
เธอรู้ว่าตอนที่เฉินมู่อยู่ในตระกูลเฉินมีแต่คนรังแก แต่ก็คิดไม่ถึงว่าคนรับใช้ที่กวาดน้ำอยู่จะกล้าทำเช่นนี้กับเธอ!
จู่ๆ คนรับใช้ก็ยกมือขึ้นชี้หน้าเฉินมู่เชิงไม่ยอมให้เธอก้าวเข้าไป “คุณหนูใหญ่ถูกคุณหนูสามสั่งห้ามไว้แล้ว คุณเข้าไปไม่ได้!”
พลันคนรับใช้ที่อยู่ข้าง ๆ อีกคนก็เอ่ยหัวเราะเยาะ “ปล่อยเธอเข้าไปเถอะ! ยังไงซะ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกของเรื่องแบบนี้ คนในตระกูลของคุณชายลู่ไม่ต้องการเธอ เธอคงรีบเข้าไปใกล้ชิด!”
“โห มอง ๆ ดูแล้วมันน่าเกลียดมาก ถ้าเป็นเราตอนที่ยังเด็กล่ะก็ เราคงต้องโดนคนด่าลับหลังกันแน่!”
“นี่จำไม่ได้จริง ๆ เหรอว่าคุณหญิงที่เสียชีวิตได้สั่งสอนเธอว่ายังไงบ้าง ท่านสอนเธอไปแล้ว ทำไมยังไร้ยางอายอยู่อีกล่ะ?”
คนรับใช้เหล่านี้ที่ทำงานในตระกูลเฉินมาหลายปีและคุ้นเคยกับพวกเขามานาน เวลาที่พวกหล่อน ๆ เบื่อมักจะชอบพูดเหน็บแนมเฉินมู่
อย่างไรก็ตาม เฉินมู่อ่อนแอ และมักจะถูกรังแกโดยไม่โต้ตอบ
เมื่อเห็นลักษณะท่าที่ปากสว่างที่ดูเหมือนเรื่องปกติของคนพวกนี้ เฉินมู่ก็รู้ว่าพวกหล่อนมักพูดถึงแม่ของเจ้าของร่างเดิมเสมอ เธอยกมือขึ้นตบหน้าคนรับใช้ที่อยู่ตรงหน้าทันที!
“อะไรเนี่ย!” ยายแก่ถูกตบล้มลงกับพื้น ตัวสั่นระริกปนตกใจ “นี่คุณ...คุณ...”
เฉินมู่ผู้อ่อนแอและถูกรังแกในอดีต ยืนอยู่กลางแดดด้วยคิ้วที่เฉียบคมและดวงตาที่กรีดแทง “ฉันจะพูดเพียงครั้งเดียว ให้พวกเธอจะเข็ดหลาบ แล้วจำใส่หัวไว้นะ เข้าใจไหม?”
“ฉันเป็นคุณหนูใหญ่ของตระกูลเฉิน และแม่ของฉันที่ตายไปแล้วเป็นภรรยาถูกต้องตามกฎหมาย คราวหน้าถ้าพวกเธอกล้าใช้คำพูดต่ำ ๆ อีก ฉันจะตบอีกรอบ จนกว่าพวกเธอจะจำได้! จำได้หรือยังห๊ะ?”
เธอแข็งแกร่งมากจนทำให้คนรับใช้หลายคนกลัวที่จะรังแกและกลัวความลำบากในภายหลัง พวกหล่อนพยักหน้าครั้งแล้วครั้งเล่า “จำได้แล้ว...จำได้แล้ว…”
“หลีกทางไป!”
เฉินมู่ตะโกนปุ๊บ คนรับใช้ก็รีบก้าวออกไปทันควัน แถมยังไม่กล้าที่จะหยุดเธออีกเลย
ทันทีที่เดินเข้าไปในคฤหาสน์ เธอก็พบชายหญิงสองสามคนในห้องนั่งเล่น
ไม่มีใครอื่น เป็นน้องสาวที่ดีของเธออย่างเฉินชิงเสวี่ย และผู้ชายที่เป็นคนรักเดิมของเธอ ลู่ซีเจ๋อ
เมื่อพวกเขาเห็นเฉินมู่ เฉินชิงเสวี่ยไม่ได้มีความเขินอายแม้แต่น้อย ร่างบางสัมผัสได้ถึงการยั่วยุของน้องสาวตัวดีที่แวบเข้ามาในดวงตาของเธอ
ใบหน้าหล่อนหยิ่งยโส ไม่ได้สนใจการปรากฏกายของเธอเลยด้วยซ้ำ ชิงเสวี่ยทำทีตื่นตระหนกลุกขึ้นยืน ก้มศีรษะทักทายด้วยท่าทางเชื่อฟังว่า “พี่สาว พี่กลับมาแล้ว ฉันกับซีเจ๋อ เราไม่ได้เป็นแบบที่พี่เห็นนะ ฉัน เรา…”
คำอธิบายที่ดูลุกลี้ลุกลน น้ำเสียงแห่งความคาดหวังที่ดูสั่นเครือ ราวทำผิดกับสวรรค์จนเธอกลายเป็นเหยื่อ
เฉินมู่ดูการแสดงของเฉินชิงเสวี่ยอย่างเสียดสี และความเงียบในห้องนั่งเล่นทำให้เฉินชิงเสวี่ยดูเขินอายเล็กน้อย
เธอวิ่งจากโซฟาไปหาเฉินมู่ จับมือเฉินมู่ และอธิบายอย่างเร่งด่วนทันที “พี่สาว อย่าเข้าใจฉันผิด ที่พี่เห็นมันไม่ใช่แบบนั้นจริงๆ...”
พลันการสนทนาก็หยุดลงกะทันหัน เฉินชิงเสวี่ยมองเฉินมู่ขึ้น ๆ ลง ๆ และปิดปากของเธอด้วยความตื่นตระหนก “พี่สาว ทำไมพี่ถึงกลับมาสภาพนี้ล่ะ เมื่อคืนไปไหนมาเหรอ?”
จากนั้นลู่ซีเจ๋อก็มองเฉินมู่อย่างระมัดระวัง เธอสวมชุดสูทผู้ชายที่มีชุดนอนสั้นที่น่ากลัวอยู่ข้างใน ด้วยใบหน้าที่เหนื่อยล้า เธอดูเหมือนผู้หญิงที่ใช้เวลากลางคืนไปมีความสุขอยู่ข้างนอกบ้าน
ความยะโสในตนเองของชายผู้นี้เพิ่มขึ้นอย่างทันที เฉินมู่ยังคงเป็นคู่หมั้นในนามของเขา แต่เขาต้องมาเจอเธอไปมั่วสุมลับหลัง!
“เฉินมู่! เมื่อคืนคุณไปไหนมา!” ลู่ซีเจ๋อถามหน้าเขียว
“ยิ่งไปกว่านั้น ตระกูลลู่เป็นตระกูลที่มั่งคั่ง ภรรยาที่ผมจะแต่งงานด้วยต้องเป็นหญิงสาวที่งดงามด้วย แต่แผลเป็นที่หน้าของคุณมันน่าเกลียดมาก คุณจะทำให้ตระกูลลู่อับอายขายหน้ากันทั้งหมดเหรอ?”
เฉินมู่เยาะเย้ยในใจ หากจำไม่ผิดแน่นอนว่ารอยแผลเป็นนี้ เกิดจากการที่เจ้าของร่างเดิมไปช่วยขวางลู่ซีเจ๋อในอุบัติเหตุทางรถยนต์ และถูกกระจกบาด
ในเวลานั้น ลู่ซีเจ๋อพูดอยู่เสมอว่าเขาไม่เคยเกลียดเฉินมู่เลย ทว่าชั่วพริบตาเขาก็เปลี่ยนไปมุ่งมั่นกับความสัมพันธ์ของเฉินชิงเสวี่ยอย่างแน่นแฟ้น
“ซีเจ๋อ คุณอย่าทำแบบนี้กับพี่เลย...”
เฉินชิงเสวี่ยโน้มตัวเข้าไปในอ้อมแขนของลู่ซีเจ๋ออย่างมีชัย และมองเฉินมู่อย่างยั่วยุ เธอสามารถจินตนาการได้จากบุคลิกที่หลงใหลและยากเย็นของ เฉินมู่ หากวันนี้จะไม่ร้องไห้คงไม่ใช่เรื่องแปลก!
ทุกคนในเมืองปินไห่รู้ ผู้หญิงที่น่าเกลียดของตระกูลเฉินอยากจะมีความรักอย่างลึกซึ้งต่อลู่ซีเจ๋อ และเธอยินดีที่จะทำทุกอย่างตราบเท่าที่เธอสามารถอยู่กับลู่ซีเจ๋อได้!
แต่สำหรับลู่ซีเจ๋อ สิ่งที่น่ารำคาญที่สุดคือการที่ต้องมาพัวพันกับเฉินมู่ เฉินมู่ร้องไห้ไปครั้งหนึ่ง ทำให้เขาสูญเสียตัวเองไปครึ่งหนึ่ง!
เฉินมู่เหลือบมองทั้งสองคนอย่างแผ่วเบา สายตาของลู่ซีเจ๋อที่มองมาทั้งตกตะลึง ชัดเจน ใสสะอาด เย็นชา...รวมทั้งดูถูกเหยียดหยามเธอ?
เธอพยักหน้า “โอเค งั้นก็ตอนบ่ายนะ ตอนบ่ายฉันไปจะถอนหมั้นกับคุณ”
“พี่อย่าเศร้าไปเลย พี่...พี่กำลังพูดถึงอะไร ถอนหมั้นอะไรเหรอ?”
เสียงของเฉินชิงเสวี่ยเปลี่ยนไปหลังจากได้ยินคำตอบที่ไม่เคยคิดฝันว่าพี่สาวจะเอ่ยออกมา แม้เสียงจะแหบแห้งเล็กน้อย แต่นี่ไม่ใช่เป็นปฏิกิริยาของเฉินมู่ที่เธอคิดไว้!
เธอไม่ร้องไห้โวยวายเหรอ? จะไม่ร้องไห้กับความผิดหวังมาหลายปีแล้วเหรอ? ตกลงแล้วเธอบ้าไปแล้วหรือเปล่า?
เฉินมู่พยักหน้า “ต้องให้ฉันพูดซ้ำอีกรอบไหม? ตอนบ่าย ไปถอนหมั้นกัน ฉันเห็นด้วยกับความคิดนั่น”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: เกิดใหม่อีกครั้งกับยัยขี้เหร่