ก่อนที่จะแต่งงานกับเหลียงปิน ถูหมิงซวนเป็นคู่หมั้นของซูจื่อหังมาโดยตลอด แม้ว่าทั้งสองครอบครัวจะแอบลักลอบวางแผนกันมานานแล้ว แต่ถูหมิงซวนไม่เคยพบกับเหลียงปินเลย
ในคืนวันแต่งงาน เมื่อเห็นหน้าเหลียงปิน ถูหมิงซวนก็รู้สึกผิดหวังเล็กน้อย
ไม่ว่าอย่างไรซูจื่อหังก็หล่อเหลาและเป็นผู้มีความรู้ ในทุกการเคลื่อนไหวล้วนดูสง่างาม แต่เหลียงปินไม่เพียงแต่ไม่หล่อ แถมยังอัปลักษณ์อีกด้วย
เขาอายุมากกว่าซูจื่อหังสองปี มีร้านขายเสื้อผ้าในเมือง ครอบครัวของเขาร่ำรวยมากเมื่อเทียบกับผู้คนในหมู่บ้านต้าเย่ ด้วยเหตุนี้ แม้ว่าถูหมิงซวนจะไม่พอใจกับรูปลักษณ์ของเหลียงปินไปบ้าง แต่เธอก็สามารถกล้ำกลืนฝืนทนได้
ในคืนวันแต่งงาน เหลียงปินไม่แสดงความปราณีต่อเธอเลยสักนิด ถูหมิงซวนทำได้เพียงคิดว่าคงเป็นความกระหายในครั้งแรก นางจึงกัดฟันอดทนปล่อยให้ผ่านไป
แต่เธอไม่คาดคิดมาก่อนว่าเมื่อกลับจากตลาดวันนี้ เหลียงปินที่ใบหน้าบึ้งตึงไม่พูดไม่จากกลับผลักนางลงบนเตียงและตบนางเข้าหลายครั้ง แม้ว่าจะไม่ได้ตบหน้า แต่ร่างกายท่อนล่างของถูหมิงซวนก็รู้สึกเจ็บแสบปวดร้อน
เมื่อเห็นว่าเหลียงปินไม่สะทกสะท้าน ถูหมิงซวนจึงร้องไห้ขอความเมตตา "ท่านพี่ ท่านปล่อยข้าไปเถอะ ท่านแม่และท่านพ่อยังอยู่ห้องข้าง ๆ หากว่าได้ยินล่ะก็...."
“ข้ากำลังสั่งสอนเมียของข้าเอง ต้องกลัวว่าพวกเขาจะได้ยินด้วยหรือ? เหลียงปินยิ้มเยาะพลางกล่าวว่า "เจ้าบอกว่าถูซินเยว่ยุยงพวกเรา ใครบ้างที่ไม่รู้ว่าถูซินเยว่เป็นคนสติไม่ดี เจ้าคิดว่าข้าไม่เคยเห็นนางงั้นหรือ พูดนางยังพูดไม่รู้เรื่อง"
"ท่านพี่ข้า...."
“แต่งเข้ามาตระกูลเหลียงของข้า เจ้ารู้สึกเหมือนไม่ได้รับความเป็นธรรมใช่ไหม?" เหลียงปินขมวดคิ้วถาม
"ข้าเปล่า"
ถูหมิงซวนกัดฟันแน่น ยังไม่ทันพูดจบ ฝ่ามือของเหลียงปินก็ตบเข้ามาอีกฉาด เธอกรีดร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด ยังไม่ทันจะได้ตั้งตัว ชายหนุ่มก็พุ่งพรวดเข้ามา โดยไม่มีวี่แววของความเห็นอกเห็นใจ เขาคำรามเสียงต่ำอย่างเย็นชา "ข้าจะบอกเจ้าให้นะ ในเมื่อแต่งเข้ามาในตระกูลเหลียงแล้ว ก็จงปรนนิบัติรับใช้ข้าแต่โดยดี แล้วหยุดคิดถึงซูจื่อหังซะ"
“ข้าทราบแล้ว ๆ ” ถูหมิงซวนหลั่งน้ำตาในขณะที่ถูกบีบบังคับขืนใจ
นางยังเป็นแค่ภรรยาคนใหม่ ร่างกายบอบบางเป็นทุนเดิม นางจะสามารถทานทนความป่าเถื่อนของเหลียงปินแบบนี้ได้อย่างไรกัน ครู่ต่อมานางก็รู้สึกเจ็บแสบไปทั่วร่างกายท่อนล่าง
น้ำตาไหลไปตามแก้มของหญิงสาว ถูหมิงซวนมองไปที่ผ้าห่มอันหรูหราที่อยู่ตรงหน้า นางไม่รู้ว่าทำไมแต่ในใจกลับรู้สึกว่างเปล่า
ไม่สามารถข่มตาหลับลงได้ทั้งคืน
เช้าวันรุ่งขึ้นถูซินเยว่ที่อาศัยอยู่ในหมู่บ้านต้าเย่ก็ตื่นแต่เช้าไปวิ่งรอบคันนาหนึ่งรอบ
กลับมาบ้านด้วยความเหนื่อยหอบ ก็เห็นว่าซูจื่อหังกำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่ที่หน้าประตู เมื่อเห็นถูซินเยว่กลับมาความประหลาดใจก็แวบขึ้นมาในดวงตาของชายหนุ่ม เลิกคิ้วถามว่า "เจ้าไปไหนมา?"
"ลดน้ำหนัก ไปวิ่งมา" ถูซินเยว่ไอค่อกแค่ก เช็ดเหงื่อที่อยู่เต็มหน้าผากแล้วเดินเข้าไปในห้อง อาศัยช่วงเวลาที่กำลังล้างหน้า เธอก็เข้าไปในมิติแห่งน้ำพุศักดิ์สิทธิ์ แล้วใช้จอบขุดดินในพื้นที่โล่งข้างรั้วตามคำแนะนำของฉงเป่า
เธอไม่รู้ว่าทำไม ทั้ง ๆ ที่แค่ใช้จิตในการขุดดิน แต่หลังจากขุดดินเสร็จ กลับเหนื่อยล้าไปทั้งตัว
เธอทรุดตัวลงบนเก้าอี้ เสียงของฉงเป่าก็ดังก้องขึ้นมาในหูและสั่งสอนโดยใช้น้ำเสียงจริงจัง "ท่านผู้ดูแลมิติ เจ้านี่มันไม่ได้เรื่องจริง ๆ ขุดมาตั้งนานเพิ่งได้เท่านี้ นี่มันต้องใช้เวลานานเท่าไหร่ถึงจะขุดเสร็จกันล่ะเนี่ย?"
“ข้าวน่ะ มันต้องกินทีละคำ เจ้าเข้าใจไหม?!” ถูซินเยว่กลอกตา รู้สึกหมดคำจะพูดกับฉงเป่าจอมประชดประชัน
แต่ฉงเป่ากลับแบะปากแล้วพูดว่า "ต่อไปเจ้าไม่ต้องไปวิ่งแล้ว ตื่นมาก็เข้ามาขุดดินในมิตินี้ดีกว่า ใช้พลังงานมากกว่าที่เจ้าวิ่งตั้งเยอะ"
เป็นอย่างที่ถูซินเยว่พูดจริง ๆ นางหยูที่ไม่ได้ลืมตามาสามวันแล้วกำลังจ้องมองด้วยสายตาที่ว่างเปล่าไปบนหลังคา ดูเหมือนว่าจะมีหลายสิ่งหลายอย่างที่นางไม่เข้าใจ
ซูจื่อหังรีบเดินเข้าไปนั่งลงบนเตียงของนางหยู แล้วตะโกนอย่างตื่นเต้น "ท่านแม่ ท่านแม่ฟื้นแล้ว"
“จื่อหัง” นางหยูอยากลุกขึ้นนั่ง แต่แขนยังคงมีอาการบาดเจ็บอยู่จึงยังไม่มีเรี่ยวแรง ได้แต่ถามขึ้นว่า “เกิดอะไรขึ้น ข้ามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร?”
นางจำได้ว่าวันก่อนล้มลงตามเนินคันนา แต่จำไม่ได้ว่าเกิดอะไรขึ้นหลังจากนั้น นางเพียงจำได้คลุมเครือถึงความรู้สึกเจ็บปวดบนร่างก่อนที่จะหมดสติไป
ซูจื่อหังช่วยประคองนางหยูลุกขึ้นนั่ง และเล่าให้นางฟังถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในสองวันที่ผ่านมา เมื่อพูดถึงการแยกครอบครัว นางหยูก็ตะลึงงันอยู่ชั่วครู่ ดวงตาฉายแววเจ็บปวด ส่ายหัวและพูดว่า “แม่เป็นวัวเป็นควายรับใช้ย่าของเจ้ามาครึ่งชีวิต นึกไม่ถึงว่าจะต้องมาเจอสภาพแบบนี้”
“ท่านแม่ ท่านอย่าเศร้าไปเลย ย้ายออกมาแล้วเราจะได้ไม่ต้องโดนกดขี่ข่มเหงอีกต่อไป" ถูซินเยว่ยกถ้วยใส่น้ำมาส่งให้ซูจื่อหังเพื่อป้อนให้นางหยู
“ซินเยว่?” นางหยูงงงันอยู่ครู่หนึ่ง มองไปที่หญิงสาวตรงหน้า
แม้ว่าหญิงสาวตรงหน้าจะยังคงมีรูปร่างอวบอ้วน ใบหน้าก็เต็มไปด้วยฝีหนอง แต่เสื้อผ้าและผมเผ้าของอีกฝ่ายถูกจัดแต่งอย่างเรียบร้อย นัยตาก็ไม่มีแววของความสติไม่ดีหลงเหลืออยู่
นางหยูอ้าปากค้างแล้วอดไม่ได้ที่จะถามขึ้นว่า "ซินเยว่ เจ้า? เจ้าหายสติไม่ดีแล้วหรือ?"
ถูซินเยว่พยักหน้างก ๆ พร้อมด้วยรอยยิ้มโง่ ๆ บนใบหน้า
“หายแล้ว ตอนนี้ค่ามีสติครบถ้วนสมบูรณ์แล้ว"

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: หญิงอ้วนทำนา กับสามีบนเขาจอมขี้แกล้ง
รออยู่นะคะ...
รอ.....,....
รอ.........
แอดจ๋า...
ไม่อัพต่อแล้วเหรอคะ น่าสนุกมาก😭😭😭...
กำลังสนุกเลย ช่วยมาเพิ่มตอนให้ทีนะคะแอดมิน...
สนุกดี ไม่อัพต่อแล้วหรอค่ะ...