เข้าสู่ระบบผ่าน

หญิงอ้วนทำนา กับสามีบนเขาจอมขี้แกล้ง นิยาย บท 23

เมื่อเห็นว่าถูซินเยว่พูดจาชัดถ้อยชัดคำ ความตกใจก็ปรากฏขึ้นในดวงตาของนางหยู

เป็นเพราะเมื่อก่อนทุกคนต่างก็รู้ดีว่าถูซินเยว่เคยเป็นคนสติไม่ดีคนหนึ่งในหมู่บ้าน แต่ตอนนี้เมื่อเห็นนางกลายเป็นปกติแล้ว จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะไม่แปลกใจ

หลังจากชะงักไปครู่หนึ่ง รอยยิ้มที่จริงใจก็ปรากฏขึ้นในดวงตาของนางหยู

ก่อนหน้านี้นางกังวลว่าถูซินเยว่เป็นคนสติไม่ดี หากแต่งงานกับจื่อหัง ด้วยสภาพความเป็นอยู่ของครอบครัวของนางคงดูแลถูซินเยว่ไม่ไหว

แต่ตอนนี้นางไม่ต้องกังวลเรื่องนี้แล้ว

“ดี ดีมาก ๆ” นางหยูจับมือถูซินเยว่แล้วพูดด้วยรอยยิ้มว่า "ในที่สุดสวรรค์ก็มีตา จากนี้ไปครอบครัวของเราทั้งสามคนต้องช่วยเหลือเกื้อกูลกันเพื่อให้มีชีวิตที่ดีขึ้น"

หลังจากฟังคำพูดของซูจื่อหังแล้ว นางหยูก็ไม่มีความหวังใด ๆ เกี่ยวกับแม่เฒ่าสกุลซูหลงเหลืออีกต่อไป

กลับรู้สึกโกรธอยู่ในใจด้วยซ้ำ ทั้ง ๆ ที่นางหยูอยู่ดูแลตระกูลซูมาครึ่งชีวิต ผู้ชายในตระกูลซูอ่อนแอ ไม่ว่าจะเป็นงานในไร่นา ดูแลปรนนิบัติแม่เฒ่า หุงหาอาหาร หรือซักเสื้อผ้า ไม่มีงานไหนเลยที่นางไม่ได้ทำด้วยตนเอง หลังจากดูแลพวกเขาอย่างขยันขันแข็งมาเป็นเวลานาน ไม่คาดคิดว่าในช่วงเวลาวิกฤติ พวกเขากลับยอมปล่อยให้นางตายเพียงเพราะเงิน นางหยูจะไม่รู้สึกเจ็บปวดได้อย่างไร

นางถอนหายใจและพูดอย่างจนใจ "การแยกครอบครัวครั้งนี้ ข้าได้แต่หวังว่าพ่อเจ้าที่อยู่ปรโลกจะไม่ตำหนิข้า"

“ท่านแม่วางใจเถอะ พวกเราไม่ได้ทำอะไรผิด" ซู่จื่อหังพูดอย่างสงบ ไม่แสดงท่าทีใด ๆ

พูดให้ฟังดูดีหน่อยก็คือการแยกครอบครัว แต่ถ้าจะให้พูดตรง ๆ ก็คือพวกเขาถูกขับไล่ไสส่งออกมาจากตระกูลซู

ถูซินเยว่ดีใจมากที่เห็นว่านางหยูสามารถคิดได้เช่นนี้ ในตอนแรกเธอกลัวว่าเมื่อนางหยูตื่นขึ้นมานางจะรีบกลับไปรับใช้แม่เฒ่าตระกูลซูเพราะความกตัญญูที่โง่เขลาอีก

แม้จะดูเหมือนว่านางหยูเป็นคนใจดี แต่นางก็ไม่ใช่คนที่จะถูกรังแกซ้ำแล้วซ้ำเล่า

พวกเขาทั้งสองพูดคุยกันอยู่รอบเตียงกับนางหยูอยู่พักหนึ่ง ถูซินเยว่และซูจื่อหังต่างก็มีเหตุผลพอที่จะไม่เอ่ยถึงค่ายาของนางหยู มิฉะนั้นถ้านางหยูรู้เรื่องเข้าก็คงจะรู้สึกไม่สบายใจอย่างแน่นอน

“ท่านแม่ไม่ได้กินอะไรมานานแล้ว คงหิวแล้วใช่ไหม พอดีที่บ้านมีข้าวต้มอยู่ ข้าจะไปตักมาให้" เมื่อเห็นว่านางหยูลังเลที่จะพูดอะไร ถูซินเยว่ก็เดินออกไปเตรียมข้าวต้มให้นางหยูอย่างรู้งาน

“ซินเยว่ เจ้าระวังหน่อยนะ” นางหยูกำชับ จากนั้นก็เห็นหญิงสาวเปิดประตูและพาร่างอ้วนเดินออกจากห้องไป

ในห้องเหลือแม่เพียงสองแม่ลูก นางหยูมองไปรอบ ๆ และเห็นว่าผนังหลุดล่อน และแผ่นไม้ตามมุมห้องก็ชื้นแฉะ อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจ

“เดิมทีที่นี่เป็นห้องที่ตระกูลซูใช้เก็บสิ่งของ แม้แต่ลูกพี่ลูกน้องของเจ้าก็ไม่อยากมาอยู่ ไม่คิดว่าย่าของเจ้าจะใจร้ายขนาดนี้" เมื่อครู่นางรู้สึกอายต่อหน้าถูซินเยว่ ในตอนนี้จึงยกมือขึ้นมาเช็ดน้ำตา

“ท่านแม่ อย่าเสียใจไปเลย เรื่องมาถึงขั้นนี้แล้ว ต่อไปก็ใช้ชีวิตของเราก็พอ" ซู่จื่อหังกล่าวต่อว่า “ต่อไปลูกจะพยายามให้มาก จะประหยัดกินประหยัดใช้ที่สำนักบัณฑิต ข้าจะตั้งใจเรียนและสอบเป็นขุนนางให้ได้โดยเร็วที่สุด"

“จื่อหัง เจ้าเป็นคนมีความรับผิดชอบ แม่รู้สึกวางใจต่อเจ้าเสมอ” นางหยูมองออกไปข้างนอกและเห็นว่าถูซินเยว่ยังไม่ได้เข้ามา เธออดไม่ได้ที่จะถามขึ้นว่า "เรื่องของหมิงซวน....วันนั้นป้าเจ้ากลับมาก็ไม่พูดอะไรสักคำ ตอนนี้ก็ไม่รู้ว่าสกุลถูหมายความว่าอย่างไรกันแน่ แม่ไม่อยากบังคับเจ้า หากเจ้าไม่ได้ชอบถูซินเยว่ก็...."

ด้านนอกประตู ถูซินเยว่บังเอิญได้ยินคำพูดเหล่านี้ขณะที่กำลังเดินถือชามข้าวไปที่ประตู เธอขยับริมฝีปากและมองดูอาหารในมือ หลังจากนั้นครู่หนึ่งเธอก็ตัดสินใจหันกลับเอาอาหารมาวางลงบนโต๊ะแล้วเดินออกไปนั่งข้างนอกบ้าน

แต่สำหรับถูซินเยว่ ใคร ๆ ก็รู้ว่าชื่อเสียงของนางเป็นอย่างไร และเมื่อมองดูรูปร่างและใบหน้าที่เต็มไปด้วยฝีหนองของนาง นางหยูก็รู้สึกผิดต่อลูกชายของเธอไม่น้อย

ผู้ชายต่างก็ชอบหญิงงาม ถูซินเยว่สภาพนี้คงมีไม่กี่คนที่จะยอมรับได้

"ถ้าเจ้ารู้สึกว่าเจ้าไม่อยาก...."

“ลูกไม่ได้รู้สึกรังเกียจอะไรเลย" ซูจื่อหังถอนหายใจ ยื่นมือออกไปขยับผ้าห่ม แล้วพูดว่า “ข้ากลับรู้สึกผิดต่อถูซินเยว่ นางอยู่ตระกูลถูก็ถือว่าได้รับความรักใคร่ดูแลเอาใจใส่เป็นอย่างดี ไม่ต้องกังวลเรื่องอยู่เรื่องกิน แต่ตอนนี้มาอยู่บ้านเราต้องอดมื้อกินมื้อก็แย่แล้ว ยังต้องมาอาศัยอยู่ในบ้านทรุดโทรมแบบนี้อีก ลูกไม่สบายใจเลยจริง ๆ "

“จื่อหัง…” นางหยูชะงักงัน ลูกชายของนาง นางรู้จักเขาดี

หากเขาพูดคำนี้ออกมาได้ ก็เห็นได้ชัดว่าเขาพอใจกับถูซินเยว่ไม่น้อย

แต่ทว่า นางหยูคิดไม่ออกจริง ๆ ว่าซูจื่อหังพอใจอะไรในตัวถูซินเยว่กันแน่?

ความจริงแล้ว ซูจื่อหังเองก็อธิบายไม่ได้เช่นกัน แต่ตอนที่ทั้งสองกำลังล่าหมูป่าอยู่ด้วยกันนั้น จนถึงตอนนี้เขายังจำได้ดีถึงท่าทางที่หญิงสาวกระโจนเข้าใส่หมูป่าอย่างไม่ลังเล

และก็เป็นตอนนั้นเอง ที่บางสิ่งบางอย่างดูเหมือนจะเกิดขึ้นในใจของซูจื่อหังอย่างเงียบ ๆ

ไม่ว่าถูซินเยว่จะรูปร่างหน้าตาเช่นไร เขาก็ไม่รู้สึกรังเกียจอีกฝ่ายแม้แต่น้อย

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: หญิงอ้วนทำนา กับสามีบนเขาจอมขี้แกล้ง