อวี้เยี่ยนจ้องเขม็งใส่หลิ่วเหมยอู่”ใจของท่านเมื่อเทียบกับคนใจดำอำมหิตแล้วยังอำมหิตกว่าเลย!
หลิ่วเหมยอู่ยิ้ม เอ่ยอย่างลำพองใจ“ข้าจะมีวิธีไหนเล่า ชีวิตข้าร่อแร่ใกล้ตาย ท่านแม่ทัพหาส่วนผสมของยามาให้ข้าโดยไม่เสียดายไม่ว่าจะเป็นสิ่งใดก็ตาม รกขององค์หญิงครั้งหนึ่งข้าก็กินไม่หมดเลย หมอบอกว่านำมาตุ๋นดื่มทุกวันก็ดีขึ้นมาไม่ได้อีกแล้ว”
“ท่านไม่กลัวบาปกรรมตามสนองหรือเจ้าคะ?”
หลิ่วเหมยอู่เอ่ยด้วยสีหน้าเย็นชา.“กรรมตามสนองหรือ?ข้ายังจะมีกรรมตามสนองอันใดเล่า?ตั้งแต่ต้นจนจบ ข้ายังไม่ได้ทำอะไรสักอย่างเลย
อวี้เยี่ยน หากเจ้ายังไม่ไปอีกนะ ข้าจะเรียกคนมาลากเจ้าออกไป ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงเช่นนี้ ปกติองค์หญิงปล่อยให้เจ้าทำผิดโดยที่ไม่ปราม แต่กับข้าไม่ได้!"
ทำอย่างไรอวี้เยี่ยนก็ไม่ไป นางกลับเหยียบเข้ามาภายในห้องของหลิ่วเหมยอู่
นางเดินมา อีกด้านก็หยิบกริชออกมาจากแขนเสื้อ แล้วกางฝักกริชออก ปรากฏให้เห็นความคมของกริชนั้น
กริชเล่มนั้นเป็นกริชที่ปกติเฉินเสียนตระเตรียมไว้ใต้หมอน
อาวุธคมกริบอยู่ที่มือของนาง อวี้เยี่ยนนางไม่รู้สึกกลัวสิ่งใดเลย
พอหลิ่วเหมยอู่กับเซียงหลิงเห็น ทั้งสองชะงักงันและหน้าซีดเผือด
เซียงหลิงเอ่ยอย่างตระหนก“อวี้เยี่ยนเจ้าคิดจะทำสิ่งใดกัน?ถ้าหากเจ้ากล้าทำร้ายนายหญิง ท่านแม่ทัพไม่ไว้ชีวิตเจ้าแน่!”
อวี้เยี่ยนเอ่ยอย่างเหี้ยมโหด“ข้าไม่ได้ต้องการทำร้ายนาง ข้าต้องการฆ่านาง!”
พูดจบ อวี้เยี่ยนก็พุ่งไปทางทั้งสองคนทันที
เวลานั้น สวนดอกพุดตานที่สงบก็มีเสียงวี้ดร้องเสียงแหลมดังขึ้น
“เจ้าบ้าไปแล้ว!เจ้ามันบ้า!”
“ช่วยด้วย!ช่วยด้วย!รีบมาเร็ว มีคนจะฆ่าคนแล้ว!”
ยามรุ่งเช้าเหล่าคนใช้ก็เก็บกวาดอยู่ที่สวนดอกไม้ ได้ยินเสียงจากสวนดอกพุดตานก็ทยอยพากันวิ่งไปดู
เวลานี้ฉินหรูเหลียงก็กำลังเดินทางไปที่สวนดอกพุดตาน
สวนดอกพุดตานวุ่นวายจนหมาไก่กระเจิงหมด ไม่มีข่าวคราวการเคลื่อนไหวออกมาได้อย่างไร
มีสาวใช้ส่วนตัวเห็นเหตุการณ์ไม่ดี จึงรีบวิ่งร้อนรนมารายงานที่สวนสระวสันตฤดู
เดิมทีเฉินเสียนคิดว่าอวี้เยี่ยนยุ่งอยู่ ทั้งเช้าไม่เห็นแม้แต่เงาของนางเลย แต่ได้ยินสาวใช้คนนี้พูดคิดไม่ถึงว่านางจะไปก่อเรื่องที่สวนดอกพุดตานแล้ว
อวี้เยี่ยนยกกริชต้องการที่จะฆ่าหลิ่วเหมยอู่
ต่อมาฉินหรูเหลียงมาได้ทันเวลา จึงสามารถขัดขวางนางไว้ได้
ถ้าหากสวนสระวสันตฤดูไม่มีคนไปรับผิดชอบ ยังไม่รู้ว่าอวี้เยี่ยนจะได้รับบทลงโทษเยี่ยงไร
แม้บ้านจ้าวกับแม่นมซุยไม่อยากให้เฉินเสียนตระหนก เฉินเสียนอยู่ในช่วงอยู่เดือน ไม่สามารถออกไปได้ตามอำเภอใจ ถ้าหากโดนลมได้รับความเย็นแล้ว นั่นก็คือเอาคืนมาไม่ได้
แม่บ้านจ้าวบอกให้แม่นมซุยดูเฉินเสียนไว้ นางเตรียมตัวที่จะไปขอร้องฉินหรูเหลียงเอง
นึกไม่ถึงว่าเฉินเสียนจะได้ยินสิ่งที่สาวใช้คนนั้นมารายงานแล้ว
เธอใส่ชุดเรียบง่าย สีหน้าเรียบเฉยไร้อารมณ์เปิดประตูห้องออกมา ถาม“ตอนนี้อวี้เยี่ยนอยู่ที่ใด?”
สาวใช้เอ่ยพูดติดอ่าง “อยู่ที่ ยังอยู่ที่สวนดอกพุดตานฟังท่าน ท่านแม่ทัพจะจัดการเพคะ..........”
เห็นเฉินเสียนต้องการยกเท้าย่างกรายออกจากประตู แม่บ้านจ้าวรีบไปขวางหน้าไว้ เอ่ย“ไม่ได้เพคะองค์หญิง องค์หญิงควรที่จะนอนพักอยู่บนเตียงนะเพคะ ออกไปข้างนอกเคลื่อนไหวไม่ได้ ด้านนอกลมแรง ต่อไปจะทิ้งอาการเจ็บป่วยไว้ได้เพคะ!”
แม่นมซุยเอ่ยเห็นด้วย“ใช่แล้วเพคะองค์หญิง องค์หญิงกลับไปที่ห้องก่อนเถิดเพคะ ให้แม่บ้านจ้าวเป็นคนไปดูก็ได้ แม่บ้านจ้าวเป็นคนเก่าแก่ในจวน นางจะขอร้องให้อวี้เยี่ยนนะเพคะ เชื่อว่าท่านแม่ทัพต้องเมตตาเพคะ ”
เฉินเสียนออกมาจากห้องเหมือนเดิม หรี่ตามองบรรยากาศโปร่งใสดีๆด้านนอก
ในแววตาของเธอมีแสงสว่าง แต่ทว่าไม่มีอุณหภูมิ เหมือนเคลือบความเยือกเย็น
เมื่อก่อนตอนที่ตั้งครรภ์อยู่เธออ้วนตุ๊ต๊ะเดินไม่สะดวก ตอนนี้เธอออกมานอกประตู สูดหายใจลึกๆรับความสดชื่น ถึงแม้ว่าร่างกายจะยังฟื้นสภาพได้ไม่ปกติทั้งหมด แต่ก็สัมผัสได้ถึงความผ่อนคลาย
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ข้าคือหงส์พันปี
ชอบมากเรื่องนี้...