เฉินเสียนลืมตาขึ้น มองไปที่เงาของเขา ขมวดคิ้วแล้วพูดว่า “ท่านกับข้ามีความสัมพันธ์อะไรกัน แล้วท่านกับจักรพรรดิองค์ก่อนมีความสัมพันธ์อะไรต่อกัน?”
“หลังจากนี้ รอมีโอกาสข้าจะค่อยๆอธิบายให้ท่าน”
ในใจเฉินเสียนสัมผัสได้ถึงความตึงเครียด แล้วพูดว่า “ท่านคือคนที่อยู่เบื้องหลังของเหลียนชิงโจวใช่ไหม ท่านเป็นคนชี้แนะให้เขาเข้ามาอยู่ใกล้ชิดข้า ท่านต้องการทำอะไร?
ซูเจ๋อ ข้าบอกท่านไว้ก่อน ถ้าเป็นเพราะท่านพอใจว่าข้าคือองค์หญิงของจักรพรรดิองค์ก่อนและชอบเจ้าน่องน้อย ข้าแนะให้ท่านเปลี่ยนความคิด ไม่อย่างนั้น แม้แต่เพื่อนข้าก็ไม่สามารถเป็นเพื่อนกับท่านได้ ”
ซูเจ๋อถามเสียงเบาว่า “อาเสียน ถ้าเกิดข้าไม่มีความคิดอันใด ท่านกับเจ้าน่องน้อยจะอยู่ดีได้อย่างไร?”
เขาหยิบเนื้อกวางที่ย่างขึ้นมาดม แล้วเอาลงไปย่างอีกรอบ “หนทางข้างหน้ายังอีกยาวไกล มีแต่ภัยอันตราย ข้าไม่คิดจะไม่ทำอะไรไม่ได้ ไม่อย่างนั้นข้าก็ไม่สามารถปกป้องพวกท่านได้”
เขาลุกขึ้น แล้วหมุนตัวกลับ เดินมานั่งข้างๆเฉินเสียนที่ต้นไม้ เอามือขึ้นมาป้องปากเพื่อดมเนื้อกวางที่หอมน่ากินนั้น แล้วฉีกเนื้อส่วนที่นุ่มให้เฉินเสียนกิน
เฉินเสียนหลับตาลง โดยไม่ได้รับเนื้อชิ้นนั้น
ซูเจ๋อพูดออกมาเบาๆ “ท่านมักจะคิดว่าข้าเป็นคนเลว ก็จริง”
เฉินเสียนใจเต้น
เธอรู้สึกว่าเธอคงจะถูกซูเจ๋อหลอกอีกแล้ว แต่เมื่อได้ยินเสียงเวลาที่เขาถอนหายใจ เธอรู้สึกได้ถึงความเจ็บปวดที่ชัดเจนแต่ไม่สามารถพูดออกมาได้
ในขณะที่ซูเจ๋อกำลังจะเก็บมือกลับไป เฉินเสียนรีบคว้าข้อมือของเขาไว้ ซูเจ๋อนั่งยองๆ
เธอก้มลงกินเนื้อกวางที่อยู่ในมือของซูเจ๋อจนหมด
เฉินเสียนกินจนอิ่ม กลิ่นหอมฟุ้งกระจายไปทั่วปุ่มรับรส
เธอยังคงก้มลงแล้วพูดว่า “ข้าเชื่อท่าน ว่าท่านต้องการปกป้องข้า”
ซูเจ๋อจ้องมองแล้วจ้องมองอีก
“ข้าไม่รู้ว่าท่านเป็นคนดีหรือว่าคนไม่ดี แต่ข้าเชื่อท่าน สำหรับข้า ท่านนั้นเป็นคนดี”
ซูเจ๋อหรี่ตาลง แล้วกรอกตาหมุนไปมา
เฉินเสียนลืมตาขึ้น จ้องมองไปที่เขา “ถ้าท่านคิดร้ายกับข้า เวลานั้นข้าค่อยกลับมาตัดสินว่าท่านเป็นคนเลว นั่นก็ยังไม่สาย”
“ถ้าเวลานั้นมันสายไปแล้วล่ะ?”
“นั่นเพราะข้าไม่รู้จักคบคน สมแล้วล่ะ”
เมื่อเวลาตัดสินใจเชื่อใครสักคนแล้ว ก็ต้องเชื่อโดยไม่เก็บเอามาคิดอีก
ซูเจ๋อคนนี้ถึงแม้จะไม่ค่อยเอาไหนแต่เขาไม่เคยทำให้เธอผิดหวังเลย
ถ้าคนแบบนี้สุดท้ายแล้วเป็นคนเลว นั้นก็เป็นคนเลวที่หายากมาก
เฉินเสียนออกปากว่าเชื่อเขา แต่ในใจก็ยังรู้สึกแปลกอย่างแท้จริง
ซูเจ๋อพูดแล้วหัวเราะ “ ถ้าหากวันหนึ่งท่านพบว่า ในความทรงจำของท่าน ข้าไม่ได้เป็นอย่างที่ท่านเห็นตรงหน้า ท่านเสียใจจะทำอย่างไร?”
เฉินเสียนพูดต่อว่า “แม้ว่าท่านจะไม่บอกข้าว่าจะทำอะไรแน่นนอน เรื่องต่อจากนี้ค่อยว่ากัน จริงๆแล้วข้าอยากจะรู้มาก ว่าความทรงจำในอดีตนั่น ท่านเป็นอะไรกับข้ากันแน่”
ทั้งสองแบ่งกันกินเนื้อกวาง เฉินเสียนดื่มน้ำสะอาดจากลำธารนั้น แล้วเอนตัวลงนอนใต้ต้นไม้พร้อมกับถอนหายใจยาวออกมา
น้ำในลำธารเป็นประกายระยิบระยับจากการหักเหของแสงแดดที่ส่องมาจากดวงอาทิตย์ รัศมีส่องสว่างอบอุ่นอยู่ใต้ต้นไม้
ซูเจ๋อพยุงศีรษะเธอมาวางลงที่ขาของเขา เด็ดใบไม้ใหญ่มาคลุมใบหน้าและดวงตาของเธอ แล้วกระซิบที่ข้างหูว่า“พักสักหน่อย ยังต้องเดินทางอีกไกล”
เนื่องจากมีหมอนหนุนยังสบายดีกว่าไม่มี เฉินเสียนยอมจำนนอย่างสุภาพ
จริงๆแล้วเธอเหนื่อยมาก ตอนที่อยู่ในสวนสระวสันตฤดูเธอจะนอนกลางวันเป็นประจำ กินอิ่มนอนหลับ
สีเขียวของใบไม้ตัดกับใบหน้าสีขาวของเธอ ดูสุภาพนุ่มนวล
ใบไม้นั้นปิดคางของเธอไม่หมด ซูเจ๋อจ้องมองไปที่ริมฝีปากสีแดงอวบอิ่มของเธอ
แล้วเขาจะหลับได้อย่างไร ไม่ใช่เสียเวลาไปสูญเปล่าหรอกนะ
หลังจากที่เฉินเสียนหลับไปแล้ว ซูเจ๋อค่อยๆดึงมือเธอขึ้นมา มองไปที่รอยแดงหลังมือของเธอ แล้วเอายาที่ติดตัวมา ค่อยๆทาลงไปที่มือของเธอ
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ข้าคือหงส์พันปี
ชอบมากเรื่องนี้...