หัวใจของอวี้เยี่ยนอบอุ่นเป็นอย่างมากจนเธอไม่สามารถอดกลิ้นน้ำตาไว้ได้ เธอพูดพร้อมกับน้ำตาก็ไหลรินลงมาจากดวงตา "แม้ว่าจะไม่เหมาะสมนักที่จะเอ่ย แต่ตั้งแต่ที่องค์หญิงกลายเป็นคนฉลาด บ่าวก็รู้สึกเหมือนเป็นคนในครอบครัวเดียวกันกับองค์หญิง...หลังจากนี้บ่าวจะต้องปกป้องครอบครัวตัวเองให้ดีเพคะ!"
เฉินเสียนไม่รู้จะขำหรือร้องไห้ดี "ก่อนหน้านี้ข้าเขลาขนาดนั้นเลยรึ?"
อวี้เยี่ยนส่ายหัวและพูดว่า "แท้จริงแล้วองค์หญิงไม่ได้เขลา องค์หญิงรู้ดีอยู่แก่ใจเพคะ แต่พวกเขาทั้งหมดชอบกล่าวหาว่าองค์หญิงโง่เขลา..."
เดินไปครึ่งทางเฉินเสียนได้ยินเสียงท้องของอวี้เยี่ยนคำราม
รอยยิ้มอันอบอุ่นผุดขึ้นระหว่างคิ้วของเฉินเสียนและพูดว่า "เจ้าหิวแล้วรึ?"
อวี้เยี่ยนจับท้องและพูดอย่างละอาย "องค์หญิงฟังผิดแล้วเพคะ เป็นเสียงจิ้งหรีดข้างถนนเพคะ"
"มีจิ้งหรีดที่ไหนกันเล่า? จิ้งหรีดจะเข้าไปในท้องเจ้าได้อย่างไร? มาเถอะ ให้องค์หญิงฟัง"
"อย่าเพคะองค์หญิง!"
นายและบ่าวกำลังไล่ตามกันอย่างเพลิดเพลินใจภายใต้แสงบุหลันดวงกลม อวี้เยี่ยนต้องระวังไม่ให้เฉินเสียนวิ่งเร็วเกินไป และต้องไม่ถูกเธอจับท้องได้ วิ่งๆหยุดๆเหมือนหมู่ผีเสื้อที่กำลังบินวนไปมา
ใกล้จะเข้าคิมหันตฤดูแล้ว และในยามราตรีกาลที่ควรจะหนาวดั่งน้ำที่เย็นเยียบ แต่กลับไม่รู้สึกหนาวเลย ค่อยๆมีน้ำค้างไหลลงหยดและส่องประกายแสงอยู่ที่ยอดใบหญ้าสีเขียวขจี
ปลายกระโปรงที่กวาดพื้นหญ้าริมทางไปด้วย ที่ให้เปียกเล็กน้อย
หลิ่วเหมยอู่ยังคงไม่ได้ดื่มยาของช่วงค่ำ เพราะอวิ๋นเอ๋อร์ถูกกั้นขวางไว้ระหว่างทาง ฉินหรูเหลียงรอเป็นเวลานานก็ยังไม่เห็นเงาใครมาส่งยาที่สวนดอกพุดตาน
ดังนั้นฉินหรูเหลียงจึงออกมาจากสวนดอกพุดตาน และไปที่ห้องครัวเพื่อรับยาด้วยตนเอง
เขาคิดไม่ถึงว่าเขาจะได้พบกับเฉินเสียนและอวี้เยี่ยนในคืนนี้ทั้งสองคน ที่กำลังไปที่ห้องครัวด้วย
เมื่อเจ้านายและบ่าวหยุดจากการหยอกล้อกัน พวกเธอจึงตัดสินใจไปที่ครัวเพื่อทำอาหารมื้อค่ำ
ฉินหรูเหลียงยังอยู่บนถนนสายนี้ เขาเห็นสตรีสองนางอยู่บนถนนอีกสายหนึ่งภายใต้แสงจันทร์ที่พร่ามัว
เขาหยุดเท้าทันที ใบหน้าของเขาเคร่งขรึมโดยไม่รู้ตัวเป็นครั้งแรก เงาของต้นไม้พาดตรงหน้าเขาพอดิบพอดีที่จะอำพรางร่างของเขา ทำให้คนอื่นสังเกตเห็นได้ยาก
เฉินเสียนสวมชุดกระโปรงคอกลมแขนยาวทรงสูงคอตั้งซึ่งปิดคอเธอแน่น ต่างจากหลิ่วเหมยอู่ที่ต้องการอวดคอที่สง่างามหรือเผยให้เห็นกระดูกไหปลาร้าที่เรียบเนียน แต่เสื้อผ้าแบบนี้มองนานๆ ทีก็สวยสะดุดตา
ความสนใจของคนมองจะไม่อยู่ที่คอหรือกระดูกไหปลาร้าของเธอ และก็จะไม่ต้องตามดูกระดูกไหปลาร้าของเธอเพื่อพยายามมองอะไรต่อมิอะไร
เสื้อคลุมของเฉินเสียนหลวมมาก ไม่รัดเอว และไม่จงใจอวดหุ่น แต่ร่างสวยนั้นก็ยังสามารถเผยรูปร่างที่สวยงามออกมาอยู่ดี
เสื้อคลุมไม่สามารถปกปิดท้องของเธอได้ทั้งหมด ท้องของเธอนูนขึ้นเล็กน้อย ดวงตาคู่นั้นหรี่ลงภายใต้แสงจันทร์สีขาวนวล เผยให้เห็นรอยยิ้มที่ชวรสิเน่หา
ในเวลานั้นฉินหรูเหลียงมองไม่เห็นรอยแผลเป็นบนใบหน้าของเธอ
นี่เป็นครั้งแรกที่เขาเห็นเฉินเสียนยิ้มอย่างจริงใจต่อบุคคลหนึ่ง ตอนไล่ตามอวี้เยี่ยนรอยยิ้มของเธอแตกต่างจากรอยยิ้มปกติซึ่งไม่ใช่ยิ้มเสแสร้ง แต่มันเป็นรอยยิ้มอบอุ่นเปล่งปลั่งไปทั้งตัว ไม่มีสิ่งเจือปนและมลทินใดๆ
ผู้หญิงคนนี้ในสายตาเขา ได้ลอกคราบที่โหดเหี้ยมและไร้ที่ติออกไป และในตอนกลางวันเธอก็ไม่ได้เสแสร้ง เธออ่อนโยนและใจดีเหมือนผู้หญิงธรรมดาๆ แต่เธอไม่เคยเป็นผู้หญิงธรรมดาเลย
การแสดงออกที่หลากหลายเช่นนี้ แล้วแบบใดกัน ที่เป็นเฉินเสียนจริงๆ?
เฉินเสียนเท้าเอวหอบหายใจ ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยแววตาที่เย้าหยอก เธอเอ่ยกับที่อวี้เยี่ยนที่บินโฉบไปมาอยู่ข้างหน้าเธอ "โอ้ย ข้าเจ็บท้อง!"
อวี้เยี่ยนตกใจและวิ่งกลับอย่างรวดเร็วเพื่อช่วยเธอ "องค์หญิง ลูกเตะหรือเปล่าเพคะ? บ่าวจะไม่วิ่งหนีแล้ว หยุดพักเสียก่อนเถอะเพคะ"
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ข้าคือหงส์พันปี
ชอบมากเรื่องนี้...