เข้าสู่ระบบผ่าน

ข้ามมิติรักขุนนางกังฉิน นิยาย บท 93

ยามใบไม้ผลิเบ่งบาน กลีบดอกแอปริคอตปลิวร่วงโรย โปรยปรายเต็มศีรษะ

บนทางเดินใครกันหนอ ชายหนุ่มรูปงามสง่า

ข้าอยากมอบกายแต่งงานกับเขา ใช้ชีวิตที่เหลือร่วมกัน

แม้จะถูกทิ้งอย่างไร้เยื่อใย ข้าก็ไม่ละอาย

บทกลอนนี้ทำให้เหยียนมู่นึกถึงความทรงจำอันยาวนานในอดีตโดยไม่รู้ตัว คืนนั้นเป็นคืนฤดูใบไม้ผลิเช่นกัน หลังจากที่เขารับภารกิจจากพ่อบุญธรรมเสร็จสิ้น เขาก็มาที่ริมแม่น้ำเพื่อล้างคราบเลือดบนมือของเขา

ในคืนนั้น ดวงดาวนับพันส่องประกายดุจดั่งไข่มุก พร่างพราวระยิบระยับ ทั่วท้องน้ำ แสงดาวนับหมื่น สว่างไสวราวกับกลางวัน

เขากลับรู้สึกขยะแขยงเต็มหัวใจ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะทิวทัศน์ยามค่ำคืนอันงดงามเบื้องหน้า หรือเลือดที่เปรอะเปื้อนเต็มมือกันแน่ที่ทำให้เขารู้สึกเช่นนี้

ทันใดนั้นเอง ก็มีหญิงสาวสองนายบ่าววิ่งเล่นหยอกล้อกันมา พวกนางไม่เห็นเขาที่กำลังก้มหน้าอยู่ จึงวิ่งผ่านพุ่มไม้ไปยังอีกฟากหนึ่ง

“คุณหนู พวกเราลอยโคมกันเถอะเจ้าค่ะ”

“ลอยสิ”

“ท่านขอพรด้วยนะเจ้าค่ะ”

“ไม่หรอก ช่างโง่งมนัก”

“ไม่ได้นะเจ้าคะ ศักดิ์สิทธิ์ยิ่งนัก”

“ไม่เอา”

สาวใช้ตัวน้อยได้แต่ถอนหายใจ นางก็จะขอพรและจุดโคมลอยเองก็แล้วกัน

“ขอให้คุณหนูข้าได้พบกับชายที่ถูกใจ ต้องเป็นคนมีพรสวรรค์ เป็นจอหงวนยิ่งดีไปเลย”

“ได้ยินมาว่าจอหงวนส่วนมากก็ไม่อัปลักษณ์ก็แก่ชรา”

“หา? เช่นนั้นก็ทั่นฮวา?”

เสียงใส ๆ ของเด็กสาวฟังดูไร้เดียงสา เหยียนมู่ยืดตัวขึ้นมองไปทางนั้น เห็นเด็กสาวสวมชุดสีชมพูหวาน ผมเกล้ามวยสองข้าง ประดับดอกไม้ผ้าไหมสีเหลืองอ่อน กำลังเบะปากครุ่นคิดว่าทั่นฮวาจะหน้าตาดีหรือไม่

“เอาเป็นว่า สามีในอนาคตของข้าต้องสูงสง่าหล่อเหลา ผิวพรรณผุดผ่องดุจแสงจันทร์ในฤดูสารท งดงามราวกับบุปผาในฤดูใบไม้ผลิ”

“คุณหนู ผู้ชายหน้าตาดีมักเจ้าชู้นะเจ้าคะ”

“คนที่หน้าตาไม่ดีจะไม่เจ้าชู้เลยหรือ?”

“นั่นก็ไม่เสมอไปหรอกเจ้าค่ะ”

“งั้นก็แต่งงานกับคนที่หน้าตาดีไปเลยสิ อย่างน้อยก็กินข้าวอร่อย เพิ่มได้อีกตั้งสองชาม”

สาวใช้พยักหน้า “เช่นนั้นก็ได้ คุณชายของคุณหนูจะต้องหน้าตาหล่อเหลาที่สุด และต้องไม่เจ้าชู้ รักและเอาใจใส่คุณหนูของข้าเพียงผู้เดียว”

เห็นสาวใช้เอ่ยเงื่อนไขเพียงเท่านี้ เด็กสาวจึงรีบเสริมเข้าไปว่า

“พิธีกรรม ดนตรี ยิงธนู ขับรถม้า การเขียน และเลขคณิต ก็ต้องเชี่ยวชาญด้วย”

“อุปนิสัยใจคอก็ต้องดีงาม”

“อย่างไรเสียข้าก็เป็นถึงคุณหนูรองเสนาบดีกรมพิธีการ ชาติตระกูลของเขาจะต้องทัดเทียมกับข้า ที่สำคัญที่สุด ข้าไม่อยากแต่งงานไปแล้วต้องลำบากอดมื้อกินมื้อ”

……

“คุณหนู ท่านมิใช่ว่าไม่เชื่อถือสิ่งศักดิ์สิทธิ์หรือ?”

“หากบังเอิญศักดิ์สิทธิ์ขึ้นมา แล้วข้ากลับไม่แสดงความยินดี ข้าจะเสียเปรียบไปเปล่า ๆ”

“ได้ ๆ ข้าเชื่อท่าน”

เด็กสาวได้ยินสาวใช้ของตนเองเอ่ยคำอธิษฐานตามที่นางบอกทุกประการ จึงค่อยวางใจลง

ทว่า ตอนนี้นางกลับจำเขาไม่ได้เสียแล้ว

“ข้าหมดหนทางแล้ว จึงได้แต่มาขอร้องท่าน”

คำพูดนี้ ดึงสติของเหยียนมู่ให้กลับคืนมา เขาเงยหน้ามองหลิวอวิ๋นเซียง นางมิใช่เด็กสาวผู้ร่าเริงสดใสคนเดิมอีกต่อไป การได้เป็นหม้าย ผ่านร้อนผ่านหนาวมามากมาย ทำให้นางไม่เหลือความไร้เดียงสาแบบวันวาน

ยามเอ่ยคำพูดนี้ คิ้วเรียวของนางขมวดมุ่น แววตาฉายชัดถึงความจนตรอก

เหยียนมู่ปิดตำราเล่มนั้น แล้วโยนมันกลับไปยังชั้นวางด้านหลัง

เขาหลุบตาลง ยังคงไม่เอ่ยคำใด

ในเวลานี้ มู่จิ่นก็ยกถ้วยโสมมาให้ เหยียนมู่จึงรีบดื่มขณะที่ยังอุ่นอยู่

เหยียนมู่ใช้ช้อนคน โสมกระทบกับถ้วยกระเบื้องเสียงดังกังวาน ซึ่งดังชัดเจนยิ่งนักในห้องที่เงียบสงัดเช่นนี้

หลิวอวิ๋นเซียงถอนหายใจยาว เห็นเหยียนมู่ยังคงนิ่งเฉย ความอดทนของนางก็ถึงขีดจำกัด จึงลุกขึ้นยืนเตรียมจะจากไป

“ดื่มโสมนี่เสียก่อน”

ว่าแล้ว เหยียนมู่ก็เลื่อนถ้วยโสมไปตรงหน้าหลิวอวิ๋นเซียง “อุ่นพอดีแล้ว ดื่มได้เลย”

หลิวอวิ๋นเซียงทรุดตัวลงนั่ง “ตอนนี้ข้าไม่มีกะจิตกะใจจะซดน้ำแกง…”

“ดื่มเสีย”

นางกัดฟันกรอด ยกถ้วยน้ำแกงโสมขึ้นจรดริมฝีปากอย่างเสียไม่ได้ สายตาเหลือบไปเห็นเลือดซึมออกมาจากผ้าพันแผลที่หน้าอกของเขา นางพยายามระงับโทสะ ซดน้ำแกงไปอีกสองสามคำ แล้วจึงยื่นถ้วยให้เหยียนมู่

“ข้าดื่มไปครึ่งหนึ่ง ท่านก็ดื่มอีกครึ่ง”

สีหน้าเคร่งขรึมของเหยียนมู่พลันอ่อนลงเมื่อได้ยินคำพูดนั้น เขารับถ้วยน้ำแกงโสมที่เหลือครึ่งหนึ่งมาดื่มจนหมดในสองอึก

“เรื่องร้านขายข้าวสาร ข้าพอจะช่วยเจ้าได้ แต่ข้าไม่เข้าใจ เหตุใดเจ้าจึงต้องเปลืองแรงกายแรงใจกับเรื่องพวกนี้ ในเมื่อเจ้าก็อยู่ได้อีกไม่นาน จะดิ้นรนไปเพื่ออะไรกัน?”

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ข้ามมิติรักขุนนางกังฉิน