ร่างไร้วิญญาณหลายศพนอนขวางอยู่บนพื้น หลัวซิวรู้ดีว่าตัวเองมีเวลาไม่มาก ดังนั้นจึงได้พูดแบบสั้น ๆ บอกเรื่องที่ลู่เฟยเฉินส่งคนไปจับตัวคนในครอบครัวของเขา ตั้งใจที่จะฆ่าเขาให้ตายออกมา
“นี่.....นี่เป็นไปไม่ได้!......” หลังจากที่ลู่เมิ่งเหยาได้ฟัง ใบหน้างดงามก็ซีดลงทันที
เมื่อสองวันก่อน ท่านพ่อยังได้บอกกับนางว่าหลัวซิวไปนำเอาทรัพยากรจากไปแล้ว ตอนนั้นนางเองก็คิดว่าหลัวซิวใช่คนแบบนั้น แต่นางคิดไม่ถึงจริง ๆ ว่า ท่านพ่อได้ทำเรื่องลับหลังมากมายเช่นนี้
นางคิดไม่ถึงว่า ท่านพ่อเพื่อแย่งชิงอำนาจผลประโยชน์ นอกจากจะสละความสุขทั้งชีวิตของบุตรสาวอย่างนางแล้ว ยังคิดแม้แต่จะสังหารหลัวซิว
เมื่อเห็นสายตาที่ล่องลอย ใบหน้าที่ซีดเซียวของลู่เมิ่งเหยา หลัวซิวพลันรู้สึกเสียใจที่ได้บอกเรื่องนี้กับนาง เพราะไม่ว่ายังไงสำหรับลู่เมิ่งเหยาแล้ว ได้รับรู้ว่าบิดาของตนเองเลวทรามเช่นนี้ คงยากที่จะรับได้เป็นแน่แท้
แต่ไม่นานหลัวซิวก็ได้ทั้งความคิดเช่นนี้ไป เพราะเมื่อเทียบกันแล้ว เขาไม่อยากจะให้ลู่เมิ่งเหยากลายเป็นเครื่องมือ กลายเป็นเหยื่อในการแย่งชิงอำนาจผลประโยชน์ของลู่เฟยเฉิน
“เมิ่งเหยา ไปกับข้าเถอะ พวกเราไปจากที่นี่” หลัวซิวไม่อาจทนดูท่าท่างเสียใจของนาง ที่เขามาในครั้งนี้ ก็เพื่อบอกความจริงกับนาง และพานางไปจากเขตการปกครองหยุนหลง
“หนีไปด้วยกันหรือ?” ลู่เมิ่งเหยามอองดูหลัวซิวที่อยู่ตรงหน้า หลังจากที่ได้รับรู้ความจริง นางก็อยากจะหนีไปให้รู้แล้วรู้รอดจริง ๆ
แต่ว่า ถ้าหากข้าไปแล้ว ท่านพท่อจะทำเช่นไร? ตอนที่ยังเล็กท่านแม่ได้จากโลกนี้ไปด้วยอาการป่วย เป็นท่านพ่อที่เลี้ยงดูนางมาจนเติบใหญ่ ดูแลทะนุถนอมนางมาเป็นอย่างดี ถ้าหากตนเองจากไป ปรมาจารย์ขงชิงหยูแย่งชิงตำแหน่งเจ้าสำนักไม่สำเร็จ ท่านพ่อจักต้องพลอยลำบากไปด้วย ชีวิตต้องตกอยู่ในอันตรายเป็นแน่
“เมิ่งเหยา ไปกับข้าเถอะ หากยังไม่ไป ก็คงไม่ทันแล้ว” หลัวซิวกล่าวอย่างร้อนรน ขณะเดียวกันนั้นก็ยื่นมือออกไปจับมือเมิ่งเหยา
เพราะจากกระแสสัมผัสพลังชีวิตของเขา มีศิษย์นอกสำนักหลายคน กำลังใกล้เข้ามาที่นี่
“ไม่! ข้าจะไปไม่ได้!”
จู่ ๆ ลู่เมิ่งเหยากลับก้าวถอยหลังหลายก้าว ขอบตาแดงเล็กน้อย น้ำตาคลอเบ้า “หลัวซิว เจ้าไปเถอะ”
ในวินาทีที่ต้องตัดสินใจเลือก ระหว่างท่านพ่อและหลัวซิว สุดท้ายนางยังคงเลือกบิดาของตัวเอง
ภายในใจนางไม่อาจตัดใจจากหลัวซิวได้ แต่ก็ยิ่งไม่สามารถมองดูบิดาของตัวเองต้องจบชีวิตโดยที่ไม่ทำอะไรได้ นางจะเป็นบุตรสาวเนรคุณไม่ได้
“หลัวซิว ระยะเวลาที่ได้ใช้ชีวิตอยู่กับเจ้า เป็นช่วงเวลาที่มีความสุขที่สุดในชีวิตนี้ของข้า แต่ข้าไม่สามารถไปกับเจ้าได้จริง ๆ”
นับจากที่โรคชีพจรขาดธาตุไฟได้กำเริบ เดิมคิดว่าชาตินี้จะมีชีวิตอยู่ไม่เกินยี่สิบปี กลับคิดไม่ถึงว่าจะได้พบกับหลัวซิว
เป็นหลัวซิว ที่ให้ความหวังในการมีชีวิตต่อไปกับนาง และหลังจากที่ได้ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันมาระยะหนึ่ง นางก็ได้มีใจให้กับผู้ชายที่มีอายุน้อยกว่าตัวเองไม่น้อยคนนี้
แต่ทั้งหมดนี้ เมื่อพวกเขาได้มาพบกันที่นอกสำนักเซียวเหยาอีกครั้ง ทุกอย่างก็ได้เปลี่ยนไป
ห่างออกไปไม่ไกลนัก เงาร่างของคนหลายคน สามารถมองเห็นได้อย่างเลือนราง
“เมิ่งเหยา เจ้าแน่ใจเหรอว่าเลือกที่จะอยู่ที่นี่ต่อไป?”
หลัวซิวเข้าใจความคิดของลู่เมิ่งเหยาเป็นอย่างดี ที่นางเลือกจะอยู่ที่นี่ต่อไปนั้น ก็เพราะบิดาของตัวเอง
นางยอมละทิ้งความรู้สึกระหว่างทั้งสอง ละทิ้งความสุขของตัวเอง
เมื่อเห็นลู่เมิ่งเหยาพยักหน้า หลัวซิวก็เอ่ยถามขึ้นมาอีกครั้ง: “ถ้าหากลู่เฟยเฉินเป็นพ่อที่ดีจริง ๆ ก็ไม่มีทางที่จะใช้แผนการเลวทรามต่ำช้าแบบนี้บังคับให้เจ้าแต่งงานกับโกวจินชวนอะไรนั่น เจ้าต้องคิดให้ดี!”
“หลัวซิว ข้าขอโทษ” ลู่เมิ่งเหยาน้ำตาอาบแก้ม ร้องไห้อย่างเสียใจขึ้นมากว่าเดิม
นางทราบดี ทันทีที่หลัวซิวหันหลังจากไป พวกเขาทั้งสองคน ก็ไม่มีทางที่จะเป็นไปได้อีกแล้ว จะไม่ใช่คนในโลกเดียวกันอีกต่อไป
“ศิษย์เลวช่างบังอาจนัก กล้าทำร้ายคนในสำนักเดียวกัน จับตัวตัวมันไว้ คุ้มครองคุณลู่!”
ในตอนนี้เอง ศิษย์นอกสำนักทั้งเจ็ดแปดคนก็ได้เห็นเข้ากับร่างไร้วิญญาณเหล่านั้น ขณะเดียวกันก็สังเกตเห็นหลัวซิว และได้ยินเสียงร้องไห้ของลู่เมิ่งเหยา
เสียงชักดาบชักกระบี่ออกจากฝักดังขึ้นต่อเนื่องกันเป็นระลอก ศิษย์นอกสำนักพวกนั้นปิดล้อมเข้ามาทางนี้ ขณะเดียวกันนั้นก็มีคนหนึ่งก้าวถอยหลังไป ซึ่งหน้าจะไปรายงานสถานการณ์
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: มหายุทธ์ สะท้านภพ
มาต่อๆ...
มีต่อไหมครับรออยู่นะครับ...
มึงๆ กูๆ เชี้ยไรเยอะแยะวะ นิยายจีนนะโว้ย อ่านเจอแล้วสดุดเสียรมตลอด...
แปลต่อทีค่า รออ่านอยู่นะคะ🥺🥺...
มีต่อไหมครับ...
รออยู่นะครับ...
เรื่องเก่าอัพเดตบ้าง ไม่ใช่ลงแต่เรื่องใหม่...
เมื่อไรจะลงซักที...
เค้ายังแปลอยู่ไหมครับ...
ไม่ลงให้อ่านซักที...