เมื่อได้ยินคำพูดนี้ สีหน้าของชายวัยกลางคนหออาโปรมย์ก็แข็งทื่อลงไป “เรื่องนี้หออาโปรมย์ของเราเป็นฝ่ายผิดจริง ๆ ทว่าเบื้องล่างคนนั้นของข้าก็เคยถูกเจ้าอบรมสั่งสอนไปแล้ว”
“เจ้าพูดง่ายสิ เจ้าเอาโอสถแก่นแท้ระดับเจ็ดออกมาสิบล้านเม็ด แล้วข้าจะไม่คิดเล็กคิดน้อยต่อเรื่องนี้อีก”หลัวซิวหัวเราะอย่างเยือกเย็นแล้วพูด
“สิบล้านเม็ด?”
เมื่อได้ยินคำพูดของหลัวซิว ชายวัยกลางคนก็หัวเสียมากจนแทบจะเป็นลมไป ผู้คนที่อยู่บริเวณรอบ ๆ ก็ต่างตกใจจนสะดุ้งเช่นกัน
มูลค่าของโอสถแก่นแท้ระดับเจ็ดไม่ใช่สิ่งที่ระดับหกสามารถเทียบเคียงได้ เนื่องจากนี่เป็นทรัพยากรที่ผู้แข็งแกร่งเทพมารระดับเจ็ดต้องการ จำนวนสิบล้านนั้น แม้แต่ผู้แข็งแกร่งเทพมารระดับเจ็ดขั้นสูงส่วนมากยังเอาออกมาไม่ได้เลย
อย่างไรเสียโอสถแก่นแท้ก็ไม่ได้ใช้แค่ขณะฝึกตนเท่านั้น การซื้อขายแลกเปลี่ยนสมบัติวัตถุดิบต่าง ๆ ก็ดำเนินการโดยโอสถแก่นแท้เช่นกัน จอมยุทธ์จำนวนมากล้วนขาดแคลนโอสถแก่นแท้มาก แล้วจะนับประสาอะไรกับโอสถแก่นแท้ระดับเจ็ดสิบล้านเม็ดล่ะ?
แน่นอนอยู่แล้วว่าหลัวซิวไม่มีความคิดที่จะเอาจริง ๆ ซึ่งจุดประสงค์ที่แท้จริงของเขาก็ไม่ได้จะหาเรื่องหออาโปรมย์เช่นกัน แต่จะล่อท่านหมี่ออกมา
เขาก็ถือว่าดูออกแล้วว่าชายวัยกำลังคนในหออาโปรมย์นี่กำลังถ่วงเวลาอยู่ เห็นได้ชัดเจนเลยเขาก็กำลังรอผู้แข็งแกร่งเร่งเดินทางมาจัดการเรื่องนี้ หลัวซิวจึงเลือกที่จะเล่นละครเป็นเพื่อนเขาซะเลย
“พ่อหนุ่มช่างโลภยิ่งนัก ไม่กลัวได้มากเกินจนทำเอาตัวเองจุกตายหรือ!”
และในเวลานี้เอง ก็มีเสียงหัวเราะอันเยือกเย็นสะท้อนมาจากนอกหออาโปรมย์ ถัดจากนั้นก็มีเงาดำร่างหนึ่งปรากฏในหออาโปรมย์ ก่อนจะง้างมือปล่อยพลังฝ่ามือตรงไปทางหลัวซิว
หลัวซิวไม่ต้องใช้ตามองก็ทราบแล้วว่าผู้มาเยือนคือท่านหมี่ วิถีไร้ลักษณ์วิวัฒนาการเกณฑ์วัฏสงสาร จากนั้นก็มีเงาลวงวัฏสงสารร่างหนึ่งปรากฏด้านหลังเขา ภายใต้การปลุกเสกจากพลังวัฏสงสาร หลัวซิวจึงปล่อยหมัดอออกไปจนเสียงดังสะเทือนเลื่อนลั่น
“ตู้มม!”
หมัดและฝ่ามือพุ่งชนกัน ทำให้เกิดเป็นคลื่นพลังที่ล้นฟ้ากระเพื่อมออกไป มาตรแม้นว่าเป็นหออาโปรมย์ที่มีการปลุกเสกจากค่ายกลต้องห้าม ก็ต้านทานพลังอันมากมายมหาศาลที่ซัดกระหน่ำไม่ได้ เสียงตู้มดังลั่นขึ้นแล้วพังทลายลงไป
ผู้คนที่อยู่ในหออาโปรมย์ในตอนแรกต่างตกตะลึงพรึงเพริด ก่อนจะหลบหนีออกไปอย่างอลหม่าน สีหน้าของสตรีแต่ละนางดูหวาดหวั่นพรั่นพรึง โดยทั่วไปแล้วจะเกิดการต่อสู้ในสถานที่อย่างหออาโปรมย์น้อยมาก
เท้าทั้งสองข้างของหลัวซิวถูไถกับพื้นดินจนเกิดเป็นร่องสองร่อง หินดินกลิ้งไหล กระทั่งถอยออกไปหลายร้อยเมตรแล้ว เขาก็รู้สึกชาตรงกำปั้น กระดูกแตกร้าว
ร่างเนื้อของเขาบรรลุถึงร่างเทวระดับเจ็ดขั้นสูง และดูดกลืนพละกำลังของสมบัติไปเป็นจำนวนมาก บวกกับมีการปลุกเสกจากวิชาสลักแห่งตน แต่ก็พอถูไถต่อกรกับเทพมารระดับแปดได้เท่านั้น
“ลาร์!”
หลัวซิวตะคร้องเสียงดังลั่นคำหนึ่ง ไม่ต้องให้เขาสั่งการ ลาร์ก็คำรามอย่างพิโรธ ก่อนจะผันร่างเป็นร่างดั้งเดิมที่ยาวหลายร้อยเมตร บนร่างกายที่ใหญ่โตมโหฬารมีสายฟ้าที่นับไม่ถ้วนตัดสลับไปมา แล้วพุ่งตรงเข้าไปพร้อมกับกระบองเหล็กเซียนในมือ
นี่เป็นครั้งแรกที่ลาร์เปิดเผยร่างดั้งเดิมของตัวเองบนดารามังกรดำ ทันทีที่ปรากฏ ก็ทำให้ทุกคนในเมืองเยว่คงล้วนรู้สึกช็อก
“พระเจ้า นั่นคือยักษ์ป่าเถื่อนหรือ?”
“เจ้าจักเข้าใจอะไร นั่นคือยักษ์อัสนี อีกทั้งยังเป็นยักษ์อัสนีที่ยึดกุมเกณฑ์อัสนีตั้งแต่กำเนิดด้วย!”
“......”
เสียงอุทานที่นับไม่ถ้วนดังขึ้น ๆ ลง ๆ แม้แต่รูม่านตาของท่านหมี่ก็หดลงไปด้วย มีรังสีแห่งความแปลกใจทะลุออกมาจากแววตา
ปัจจุบันยักษ์อัสนีเป็นเผ่าพันธุ์ที่แทบจะสูญพันธุ์ไปแล้ว มีเพียงในแดนศักดิ์สิทธิ์ขั้นสุดยอดที่มีการสืบสานเก่าแก่มาก ๆ ที่มีข่าวลือบอกว่ายังมียังอัสนีคงอยู่น้อยมากถึงมากที่สุด
อย่างไรก็ตามเหล่ายักษ์อัสนีที่คงอยู่มายาวนาน ส่วนมากล้วนแข็งแกร่งมากจนน่ากลัว ตลอดกาลเวลาอันยาวนานที่ผ่านมา ไม่เคยมียักษ์อัสนีกำเนิดขึ้นมาใหม่เลย ยักษ์อัสนีตัวหนึ่งที่มีผลการฝึกตนเพียงเทพมารระดับเจ็ด นี่มันมีความหมายว่าอย่างไร?
หากสามารถจับกุมยักษ์อัสนีตัวนี้ แล้วทราบชื่อที่แท้จริงของเขา ยังไม่ต้องพูดถึงเรื่องที่ว่าจะได้รับผู้ช่วยที่แข็งแกร่งคนหนึ่ง หากนำเขาไปขายละก็ มันก็เป็นทรัพย์สินที่น่าดูอย่างยิ่งเช่นกัน!
ต้องมีคนใหญ่คนโตจำนวนมากยินดีทุ่มเงินเพื่อซื้อยักษ์อัสนีตัวหนึ่งมาเป็นสัตว์ที่ใช้ขี่ของตัวเองแน่นอน
หลังจากกลายร่างเป็นร่างดั้งเดิมแล้ว ลาร์สามารถปลดปล่อยกำลังรบที่แข็งแกร่งที่สุดของตัวเองออกมา ถึงแม้ท่านหมี่จะเรียกของขลังคุ้มกันออกมาหนึ่งชิ้น สุดท้ายก็ถูกลาร์ฟาดจนกระเด็นออกไปอยู่ดี
“ตู้มม!”
เท้าใหญ่ของลาร์ย่ำลงพื้นกะทันหัน หออาโปรมย์ที่พังทลายไปเกือบครึ่งในตอนแรกก็แตกสลายเป็นฝุ่นผงโดยตรง
ถึงแม้ท่านหมี่จะถูกทุบจนกระเด็นออกไปแล้ว ทว่ามีของขลังคอยคุ้มกันร่าง จึงไม่ได้รับบาดเจ็บอะไรมาก ในระหว่างที่เขาโบกมือครั้งหนึ่ง ราวกับได้เปิดเส้นทางที่มุ่งไปสู่โลกมหัศจรรย์ยังไงอย่างนั้น ปีศาจแมงมุมลายเขียวที่ไร้ขอบเขตก็พุ่งเบียดเสียดกันออกมา
แม้นจะยึดกุมฝูงปีศาจแมงมุมลายเขียวเหมือนกัน แต่ฝูงปีศาจแมงมุมของท่านหมี่แข็งแกร่งกว่าถังหย่งเมื่อครั้นนั้นมาก ๆ จำนวนก็มีมากกว่าด้วย
“ลาร์ ไป!”
เงาร่างหลัวซิวกระพริบครั้งหนึ่ง แล้วร่วงลงบนไหล่ลาร์ ถัดจากนั้นลาร์ก็เก็บกระบองเหล็กเซียน ก่อนจะกลายเป็นแสงอัสนีสีม่วงหนึ่งดวงภายในพริบตา แล้วหายไปจากเมืองเยว่คงทันที
พลังเกณฑ์อัสนีก็โดดเด่นด้านความเร็วเช่นกัน เพียงไม่กี่พริบตาเท่านั้น เงาร่างของลาร์ก็หายไปจากขอบฟ้าอันไกลโพ้น
ท่านหมี่ตบกระเป๋าสีดำที่แขวนอยู่บริเวณเอวครั้งหนึ่ง ปีศาจแมงมุมลายเขียวที่ไร้ขอบเขตจึงพุ่งเบียดเสียดกันกลับมา แล้วมุดเข้าไปในกระเป๋าจนหายไปอย่างไร้ร่องรอย
ถัดจากนั้นท่านหมี่ก็โบกมือครั้งหนึ่ง เรียกของขลังกระสวยออกมาหนึ่งชิ้น ซึ่งความเร็วก็เร็วปานสายฟ้าเช่นกัน พุ่งไล่ไปยังทิศทางที่ลาร์หายไป
ตั้งแต่ปล่อยให้หลัวซิวหนีรอดไปได้เมื่อครั้งก่อน ท่านหมี่ก็ได้เตรียมของขลังกระสวยเอาไว้หนึ่งชิ้นโดยเฉพาะ นี่คือของขลังประเภทกระสวยระดับอาวุธเทพระดับแปด ซึ่งมีลายค่ายของเกณฑ์ธาตุลมและเกณฑ์ความเร็วสลักจารึกอยู่
“โฮกก!”
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: มหายุทธ์ สะท้านภพ
มึงๆ กูๆ เชี้ยไรเยอะแยะวะ นิยายจีนนะโว้ย อ่านเจอแล้วสดุดเสียรมตลอด...
แปลต่อทีค่า รออ่านอยู่นะคะ🥺🥺...
มีต่อไหมครับ...
รออยู่นะครับ...
เรื่องเก่าอัพเดตบ้าง ไม่ใช่ลงแต่เรื่องใหม่...
เมื่อไรจะลงซักที...
เค้ายังแปลอยู่ไหมครับ...
ไม่ลงให้อ่านซักที...
รออานยุ...
รอต่อไปครับ...