นางสนมแพทย์อัจฉริยะ นิยาย บท 716

บางคนชอบเปิดเผยตัวตน ส่วนบางคนก็ถูกเปิดเผยโดยไม่ต้องการ ในฐานะทายาทสกุลฝู่แห่งอารามเทพ ฝู่หลินรู้ดีว่าอะไรคือชื่อเสียงอันยิ่งใหญ่ เขาต้องแบกรับชื่อเสียงอันยิ่งใหญ่ ทุกการกระทำของเขาล้วนยิ่งใหญ่ แต่มันก็ง่ายที่จะถูกผู้ไม่หวังดีนำไปใช้ประโยชน์

ดังนั้นเขาจึงไม่ต้องการเปิดเผยตัวตน ไม่ต้องการให้ใครบนโลกรับรู้ถึงตัวตนของเขา เขาแค่อยากให้จักรพรรดิยอมรับและเชื่อใจในความสามารถ พึ่งพาเขา และไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าจะมีวันที่ตนเองถูกเปิดเผยต่อสาธารณชน

แต่ว่า.....

ไม่ว่าศัตรูจะแข็งแกร่งเพียงใด หากมีเพื่อนที่ดีค่อยให้การสนับสนุนก็ไม่จำเป็นต้องกลัว สิ่งที่น่ากลัวก็คือเพื่อนที่คอยให้การสนับสนุนนั้นดีพอหรือไม่ แต่ผ่านมาเพียงไม่กี่วัน ชื่อเสียงของฝู่หลินไม่เพียงแค่อยู่ในความทรงจำของจักรพรรดิแต่ละประเทศอย่างชัดเจน แต่ยังฝังอยู่ในใจของประชาชนแห่งตงหลิงด้วย

หลักการที่ใช้คือ......ศัตรูหายตัวไปอย่างกะทันหันปรากฏตัวอีกครั้ง บุคคลลึกลับที่คอยบรรเทาภัยพิบัติยังคงออกมาให้ความช่วยเหลือต่อไป และผู้ลึกลับที่คอยออกมาบรรเทาภัยพิบัติผู้นี้เปิดเผยตัวตนว่าตนเองเป็นคุณชายของตระกูลสันโดษ คุณชายแห่งตระกูลฝู่

เมื่อข่าวแพร่ออกไป จักรพรรดิไม่เพียงแต่ไม่ขัดขวางเท่านั้น แต่เขากลับเห็นด้วย อาจถึงขั้นรับรู้ได้ว่าผู้ลึกลับที่ออกมาบรรเทาภัยพิบัตินั้นก็คือฝู่หลิน

พรที่ได้รับจากสวรรค์ในครั้งนี้ ฝู่หลินไม่ได้มีความสุขกับมัน แต่กลับไม่สบายใจด้วยซ้ำ โลกใบนี้ไม่มีอะไรได้มาโดยง่าย ทำไมผู้อื่นถึงยอมสูญเสียทรัพยากรเพื่อสร้างชื่อเสียงให้แก่เขา แม้เหตุผลอาจจะบอกได้ว่าเป็นเพราะจักรพรรดิ แต่ผู้ซึ่งลงทุนโดยแท้จริงไม่มีทางเป็นจักรพรรดิอย่างแน่นอน

อีกอย่าง ฝู่หลินเข้าใจดีว่าการกระทำของจักรพรรดิมีเหตุผลเพื่อชดเชยเขา แต่จุดประสงค์สำคัญก็คือการกำจัดอันตรายที่ซ่อนอยู่ เขากลายเป็นผู้บรรเทาภัยพิบัติลึกลับ ในอนาคตก็ไม่มีผู้บรรเทาภัยพิบัติลึกลับปรากฏตัวขึ้นมาอีก ไม่ว่าจะเป็นเสด็จอาเก้าหรือตระกูลชุย ต่างไม่มีใครพูดถึงผู้บรรเทาภัยพิบัติลึกลับผู้นี้ได้

ผู้ยิ่งให้ชอบควบคุมอำนาจทั้งหมดไว้ในมือตนเอง ผู้บรรเทาภัยพิบัติลึกลับสำหรับจักรพรรดิแล้วเป็นหมากซึ่งไม่สามารถควบคุมได้ เมื่อเสด็จอาเก้าและตระกูลชุยนำเรื่องของเขาออกมาพูด จักรพรรดิแอบเห็นด้วยอย่างไม่ลังเลกับการกระทำของเสด็จอาเก้าและตระกูลชุย ให้เขากลายเป็นผู้บรรเทาภัยพิบัติลึกลับ กลายเป็นดาวเคราะห์น้อยภายใต้แสงสว่างอันยิ่งใหญ่ของจักรพรรดิ

ใช่ ดาวเคราะห์น้อย

ก่อนจักรพรรดิทำพิธีบูชาฟ้า ตัวตนของผู้บรรเทาภัยพิบัติลึกลับนั้นทำให้ตงหลิงสั่นคลอนเป็นอย่างมาก แต่หลังจากจักรพรรดิทำพิธีบูชาฟ้า เขาก็ได้ข่าวว่าชื่อเสียงของผู้บรรเทาภัยพิบัติลึกลับนั้นด้อยลง เหมือนกับการโยนหินลงมหาสมุทร แม้จะเกิดระลอกคลื่น แต่ก็จะสงบลงโดยเร็ว แต่เขา......เป็นผู้แบบรับชื่อเสียงของผู้มีความเมตตาอันยิ่งใหญ่ แบกรับความหวังของประชาชนในตงหลิง ในอนาคตเขาจะต้องเป็นคนที่ไม่สามารถทิ้งชื่อไว้เพื่อทำความดีได้

คนแบบนี้ตายไป ไม่ว่าเขาจะพูดถึงจักรพรรดิเช่นไร ผลบุญของเขาก็จะสัมฤทธิผลหลังจากเสียชีวิตไปแล้ว ต่อให้จักรพรรดิใส่ร้ายป้ายสีเขาขนาดไหนเขาก็สามารถทนได้ แต่หากเขามีชีวิตอยู่ เขามีชีวิตอยู่ก็จริง แต่ก็ต้องถูกคนเหล่านี้บีบคั้นจนไม่เป็นตัวของตัวเอง กลายเป็นนักบุญผู้ยิ่งใหญ่ดังที่พวกเขาพูด

ขอแค่ฝู่หลินสามารถมีชีวิตอยู่ไปถึงวันนั้น เขาจะต้องกลายเป็นคนดีในสักวันหนึ่ง เป็นคนซึ่งไม่สามารถทำสิ่งที่ทำให้ประชาชนในใต้หล้าผิดหวังได้

ต้องบอกเลยว่าการโต้กลับครั้งนี้ของเสด็จอาเก้านั้นงดงามยิ่งนัก ผูกมัดเขาอย่างสมบูรณ์ กำหนดแนวทางการเป็นอยู่ให้กับเขา ทำให้เขาไม่มีพื้นที่ในการเติบโต

ฮึฮึฮึ......ฝู่หลินยิ้มอย่างขมขื่น

ไม่ว่าเขาจะสุดยอดและมีความสามารถมากแค่ไหน ในสายตาของจักรพรรดิเขาก็เป็นแค่หมากตัวหนึ่ง ในฐานะหมากแน่นอนว่าต้องถูกใช้ประโยชน์ จักรพรรดิปรารถนาใช้ประโยชน์จากเขา นั่นเป็นเพราะเขามีค่าควรแก่การรับใช้

เรื่องมันเกิดขึ้นไปแล้ว เขากลายเป็นหมากบนกระดานเป็นอันเรียบร้อย ต่อให้เขาไม่พอใจแค่ไหนก็ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้

ฝู่หลินหลับตาลง เอนกายพิงรถม้าเพื่อพักผ่อนจิตใจ หลังจากนั้นไม่นานมีเสียงตะโกนดังขึ้นว่า “คุณชาย ถึงจวนเฟิ่งแล้ว”

ออกมาจากพระราชวัง คนแรกที่ฝู่หลินนึกถึงก็คือเฟิ่งชิงเฉิน ในเมืองของจักรพรรดิ นางเป็นคนเดียวที่เขารู้จัก อีกอย่างในตอนนี้ต้องบอกเลยว่าเฟิ่งชิงเฉินกำลังต้องการเขา

จากข้อความก่อนหน้านี้ เฟิ่งชิงเฉินรอเขาตั้งแต่แรก ทันทีที่ฝู่หลินมาถึง เฟิ่งชิงเฉินออกมาต้อนรับด้วยตัวเอง “คุณชายฝู่มาที่นี่ด้วยตัวเอง ชิงเฉินไม่ได้เตรียมการต้อนรับอย่างสมศักดิ์ศรี ขอคุณชายอย่าได้โกรธ”

รู้สึกแปลกกับการต้อนรับอย่างสุภาพ เฟิ่งชิงเฉินไม่ได้พูดจาเลวร้ายกับฝู่หลิน และไม่ได้โกรธหรือเกลียดแต่อย่างใดที่ฝู่หลินใช้ประโยชน์จากนางเพื่อช่วยจักรพรรดิทำลายแผนของเสด็จอาเก้า แต่แล้วมันยังไง ฝู่หลินไม่ได้เป็นอะไรกับนาง นางมีสิทธิ์อะไรจะมาจัดการกับฝู่หลิน หากโทษก็ต้องโทษในความโง่เขลาของตนเอง

“แม่นาง......เฟิ่งชิงเฉิน นี่เจ้ากำลังทำเป็นไม่รู้จักข้าอยู่งั้นหรือ?” ตอนแรกฝู่หลินจะเรียกว่าแม่นางเฟิ่ง แต่เขาก็ไม่อยากจะดูห่างเหินกับเฟิ่งชิงเฉิน

จากมุมมองของฝู่หลิน เขาคิดว่าตนเองไม่ได้ทำอะไรผิด เขาไม่ได้ทำเรื่องอะไรไม่ดีกับเฟิ่งชิงเฉิน สิ่งที่เขาทำคือการทำลายผลประโยชน์ของเสด็จอาเก้า แต่การกระทำของเขาก็ไม่ได้ทำให้เสด็จอาเก้าได้รับผลกระทบมากมายอะไร เสด็จอาเก้าเองก็สามารถตอบโต้ได้ทุกเมื่อ

“จะเป็นไปได้อย่างไร ชิงเฉินจำไม่เคยลืม ผู้ซึ่งถูกขังอยู่ในทะเลเพลิงกับข้า รุกและถอยไปด้วยกัน ฝู่หลิน” คำพูดนี้ของเฟิ่งชิงเฉินนั้นกำลังบอกว่านางรู้จักฝู่หลิน ในขณะเดียวกันก็กำลังบอกกับฝู่หลินว่า ฝู่หลินที่นางรู้จักคือผู้ที่มีจิตใจรอบคอบ ผู้ที่ให้ความสำคัญกับคุณธรรม ไม่ใช่ฝู่หลินที่กลายเป็นหมากของจักรพรรดิ ฝู่หลินในสภาพแบบนี้สำหรับนางแล้วถือว่าเป็นคนแปลกหน้า

“ชิงเฉิง ข้ากับเจ้าไม่มีผลประโยชน์อะไรทับซ้อนกัน ข้ายังคงเป็นฝู่หลินคนเดิม” จากเฟิ่งชิงเฉินเหลือเพียงชิงเฉิง ฝู่หลินเดินเข้ามาอย่างคุ้นเคยพร้อมหยิบแก้วชาสาวใช้มอบให้ ฝู่หลินจิบมันเข้าไป พอใจกับรสชาติของมันเป็นอย่างมาก

ฝู่หลินเลิกคิ้วด้วยความประหลาดใจ เขาเคยได้ยินว่าเฟิ่งชิงเฉินไม่ชอบดื่มชา ชาในจวนรสชาติแย่มาก แต่เมื่อลองได้ชิมดูแล้วกลับพบว่ามันไม่เหมือนกับที่ร่ำลือกัน ข่าวลือมันฆ่าคนได้จริงๆ

ไม่รู้ว่าผู้ซึ่งสามารถเข้ามาดื่มชาในจวนเฟิ่งได้มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้น และคนอย่างฝู่หลินก็ถือเป็นคนพิเศษ จวนเฟิ่งยกเขาเป็นแขกคนสำคัญ ต้อนรับและปฏิบัติต่อเขาอย่างสุภาพ

“ไม่ เจ้าคือฝู่หลินตั้งแต่ต้นจนถึงตอนนี้ ก่อนหน้านี้เป็นข้าเองที่ไม่เข้าใจ” เฟิ่งชิงเฉินใช้ท่าทางของการดื่มชาหลบซ่อนอารมณ์ในดวงตาของนาง

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: นางสนมแพทย์อัจฉริยะ