ภาคิน (ซีรีส์ 3 หนุ่มซานเตียนโน่) นิยาย บท 47

“...” วรันยาชะงักนิ่งไปทันใดหลังได้ยินคำสัญญาที่แม้ว่าต่อจากนี้เขาจะไม่ได้ทำตาม เธอก็คงไม่อาจจะติดปีกบินหนีไปไหนได้ เพราะพิธีแต่งงาน ทะเบียนสมรสและอีกหลายๆ สิ่งที่จะตามมา จะผูกและพันชีวิตของเธอกับเขาเอาไว้ด้วยพันธะที่เหนียวแน่นซะยิ่งกว่ากาวตราช้าง

“แล้วคาร่าจะมางานแต่งของเราไหมครับ” ภาคินถามถึงคู่หมั้นของแฝดผู้น้อง ที่อยู่ๆ ก็ถูกจับโยงเข้ามาในดราม่า ซึ่งเรื่องราวของภัคคินัยกับคาร่านั้นมีแค่คนในครอบครัวที่ทราบ

“ไม่แน่ใจว่าจะมาได้หรือเปล่าค่ะ เห็นว่าตอนนี้กำลังระดมทุนสร้างโรงเรียนกับสถานพยาบาลร่วมกับเพื่อนๆ อยู่ที่ต่างประเทศ” วรันยาบอกอย่างเข้าใจ หากเพื่อนรักจะไม่ได้มาร่วมงานแต่งด้วยเธอก็ไม่โกรธ เพราะรู้ว่าสิ่งที่อีกฝ่ายกำลังทำมีความสำคัญมากมายกับผู้คนที่ยังรอการช่วยเหลือ

“งั้นน้องไวน์อยากให้ใครเป็นเพื่อนเจ้าสาวครับ” ภาคินถามก่อนจะขับรถออกไปตามทางอย่างช้าๆ

“ไวน์ว่าจะขอพี่นาค่ะ” วรันยาหันไปส่งยิ้มเจื่อนๆ ให้

“งั้นพี่ก็จะขอพี่สิงห์เป็นเพื่อนเจ้าบ่าวครับ” ภาคินเสนอชื่อเพื่อนเจ้าบ่าว

“ค่ะ” วรันยาขานรับเบาๆ ตอนแรกเธอคิดว่านารีกับสิงขรคบหากัน แต่พอเห็นท่าทีของทั้งคู่เมื่อวันก่อน มันกลับดูห่างเหินซะจนคล้ายกับคนแปลกหน้า ยังไงอย่างงั้น

“พี่ชอบที่น้องไวน์ใส่ชุดเดรสกับกระโปรงจัง” คนหื่นบอกพร้อมกับเหลือบไปมองขาอ่อนของสาวเจ้าด้วยสายตาแวววาว

“ทำไมคะ จะปล้ำถอดกางเกงในของไวน์อีกเหรอ?” วรันยาถลึงตาใส่คนลามกอย่างรู้สึกโกรธขึ้นมานิดๆ ที่วันก่อนถูกอีกฝ่ายดักปล้น กกน. ระหว่างทางกลับรีสอร์ตอย่างอุกอาจ

“หึๆๆ รู้ทันตลอด” คนเจ้าเล่ห์บอกพร้อมกับหัวเราะเบาๆ

“โรคจิต” วรันยาต่อว่า

“โรคจิตอะไร พี่ก็แค่อยากจะสะสมแพนตี้ของน้องไวน์เท่านั้น” ภาคินกลอกตาที่ถูกกล่าวหา

“บ้า! คนสติดีๆ ที่ไหนเขาทำกัน” วรันยามองค้อนคนที่ยังไม่ยอมหยุดแถ

“ก็พี่ไงครับ” ภาคินยิ้มรับหน้าตาเฉย

“เฮ้อ...ไวน์ไม่อยากจะเถียงด้วยแล้ว” วรันยาถอนหายใจอย่างรู้สึกเพลียๆ ‘นี่เราจะต้องแต่งงานกับคนแบบนี้จริงๆ เหรอเนี่ย?’

11

หนึ่งเดือนต่อมา...

งานแต่งของภาคินกับวรันยา ถูกจัดขึ้นที่รีสอร์ตพรรณนารา ท่ามกลางบรรยากาศที่ร่มเย็นและแขกจากทั่วสารทิศที่เดินทางมาร่วมงาน โดยแม่ทัพ ขุนพันและจอมพล พากันขนเครื่องเสียงราคาแพงมาจากร้านฮาร์เปอร์ พร้อมกับนักน้องและดีเจชื่อดัง เพื่อสร้างความบันเทิงให้กับขบวนขันหมากของเจ้าบ่าวที่กำลังเคลื่อนตัวออกจากเรือนใหญ่ไปรยาเวศ มุ่งสู่รีสอร์ตพรรณนารา

กังศมาที่ออกเดินนำขบวนหันกลับไปมองด้านหลัง เมื่อได้ยินเสียงดนตรีในจังหวะตื๊ดๆ ดังขึ้น ก็เห็นหนุ่มสาวต่างพากันออกท่าเต้นเฉพาะตัวอย่างครื้นเครง

“ยุคสมัยมันเปลี่ยนไปแล้วสินะ” คนที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมานานหัวเราะเบาๆ เมื่อเห็นโอมอุ้มต้นกล้วยเต้นเด้งหน้าเด้งหลังไปมาคล้ายกับคนถูกผีเข้า

“ใช่ค่ะ” ดาหลาที่หันไปมองตามก็อดหัวเราะไม่ได้

“แบบนี้ก็สนุกดีนะ แม่ชอบ” กังศมาฉีกยิ้ม เมื่อเห็นเหล่าคนงานที่ร่วมขบวนต่างฟ้อนรำกันอย่างสนุกสนาน

“จะไปร่วมแจมด้วยไหมครับคุณแม่” ลูคัสเอ่ยแซว

“แหม...พ่อลูคัสก็ถามไม่ดูอายุแม่เลย” กังศมามองค้อนลูกเขยที่หอบกระเป๋าใส่ซองแดงให้เจ้าบ่าวเตรียมแจกในงานอย่างขำๆ

“หึๆ เดี๋ยวผมไปเอารถมาขับนำขบวนดีไหมครับ” ลูคัสเสนอ

“ดีมากๆ เลยล่ะ แม่กลัวจะเป็นลมก่อนได้เห็นเจ้าสาว” กังศมาบอก

“ครับ” ลูคัสขานรับก่อนจะเดินไปสะกิดลูกชายคนโตให้ตามไปเอารถสปอร์ตที่จอดเรียงรายอยู่หน้าเรือนใหญ่

“เสียดายนะคะที่หนูคาร่าติดงานสำคัญเลยมาไม่ได้” ดาหลาเอ่ยถึง ว่าที่ลูกสะใภ้อีกคนที่ทำเหมือนหลบหน้าหลบตาผู้ใหญ่

“นั่นสิ! แต่ไม่เป็นไรหรอกอีกเดี๋ยวก็คงจะได้เจอกัน” กังศมาบอกก่อนจะล้วงมือถือมากดถ่ายรูปขบวนเจ้าบ่าวเพื่อจะแอบส่งไปให้เจ้าสาวดู

“ค่ะ” ดาหลาเห็นสามีกับลูกชายขับรถเปิดประทุนมารับ ก็รีบชวนมารดา ขึ้นไปนั่ง

ภัคคินัยเห็นผู้เป็นยายเข้าไปนั่งในรถกับพี่ชาย ในขณะที่มารดาเข้าไปนั่งคู่กับบิดาอีกคัน ก็เตรียมจะเดินเข้าไปหา

“ไอ้นัย! มานี่เลย” ภาคินเรียกแฝดผู้น้องที่ทำท่าจะหนีไปหาความสะดวกสบาย

“เออๆ” ภัคคินัยกลอกตาอย่างเซ็งๆ ที่ถูกจับทางได้ จึงเดินกลับมาหาแฝดผู้พี่อย่างไม่มีทางเลี่ยง

แม่ทัพกระซิบบอกเพื่อนที่เดินถือพานสินสอดมาด้วยกัน ให้หันไปมองเจ้าบ่าวที่ยืนอยู่ห่างออกไปสามเมตร “! ไอ้คินมือสั่นไปหมดเลยว่ะ”

“เจ้าบ่าวมือสั่นเพราะตื่นเต้น แต่กูมือสั่นเพราะหนักทองแท่ง” ขุนพันบอกด้วยสีหน้าขุ่นเคือง นึกว่าจะได้มายืนหล่อๆ เป็นอาหารสายตาให้กับสาวๆ ในงานแต่ที่ไหนได้ ดันถูกผู้ใหญ่ส่งพานที่มีทองคำแท่งมาให้ถือซะงั้น

“ฮ่าๆๆ ทนๆ หน่อยเพื่อน” แม่ทัพปลอบใจคนที่เริ่มจะงอแง

“ทำไมกูถึงไม่ได้ยกชุดเครื่องเพชรวะ” ขุนพันต่อว่าอย่างไม่พอใจ

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ภาคิน (ซีรีส์ 3 หนุ่มซานเตียนโน่)