ครู่เดียวประตูก็เปิดออกเสียงดังเอี๊ยดอ๊าด อาศัยแสงสลัว ลั่วหลันรู้ว่ารัชทายาทจอมโฉดมาถึงแล้ว
คล้อยหลังเสียงประตูปิดลง เสียงของรัชทายาทก็ดังขึ้น
“ลั่วหลัน ข้ามาแล้ว เจ้าอยู่หรือเปล่า”
ลั่วหลันยิ้มมุมปาก นางลุกขึ้นเดินออกไปนอกห้องโถง กอดอกมองเหลิ่งอวิ่นที่กำลังก้มเอวเข้ามา พูดอย่างดูถูก
“เหตุใดรัชทายาทระแวดระวังขนาดนี้ กลัวหรือ?”
เหลิ่งอวิ่นเห็นหญิงสาวที่เขาเฝ้าคะนึงหาทั้งวันทั้งคืนยืนอยู่ตรงหน้า ถูมือแรงๆ ส่ายหัวดิก
“เปล่า รัชทายาทมีอะไรต้องกลัว คนเดียวในโลกที่ข้ากลัวก็คือเจ้าลั่วหลัน ข้าทั้งกลัวทั้งรักเจ้า”
เขาโผเข้าไปหานาง ลั่วหลันเงี่ยหูฟังความเคลื่อนไหวข้างนอก เห็นว่าข้างนอกเงียบกริบ จึงพูดสบายๆ ว่า
“ฝ่าบาทไม่ต้องรีบ! หม่อมฉันยังมีหลายเรื่องจะพูดกับท่าน”
เหลิ่งอวิ่นอดรนทนไม่ไหวแล้ว พูดน้ำเสียงหงุดหงิด
“ข้ารอไม่ไหวแล้ว อยากจะคุยเรื่องอะไรอีก”
ลั่วหลันยกมือขึ้นทำท่าให้เขานั่งลง เบะปากพูดอย่างน้อยใจว่า
“ท่านก็รู้ว่าเหลิ่งอวี้นอนติดเตียง หม่อมฉันอยากคุยกับเขา แต่เขาไม่ยอม หม่อมฉันจึงรู้สึกว่างเปล่าทุกวัน อยากคุยกับใครสักคน ท่านคุยเป็นเพื่อนหม่อมฉันไม่ได้หรือเพคะ อีกอย่าง เรื่องดีๆ ไม่กลัวสายเกินไป ท่านไม่อยากคุยเป็นเพื่อนหม่อมฉันหรือ”
“ได้สิๆ”
เมื่อเห็นความไม่พอใจในน้ำเสียงของลั่วหลัน เหลิ่งอวิ่นก็รีบพยักหน้า “แน่นอนว่าข้าเต็มใจที่จะคุยกับเจ้า พูดตามตรง แม้ว่าข้าจะมีสนมมากมายในจวนรัชทายาท แต่มีไม่กี่คนที่คุยกับข้าได้ พวกนางรู้จักแต่แต่งตัวก็เท่านั้น ได้ใช้เวลากับผู้หญิงอย่างเจ้า เรียกได้ว่าข้าฝันยังยากจะได้มา”
ลั่วหลันถอนหายใจ พูดอย่างคับแค้นใจ
“ฮ่าฮ่าฮ่า เมื่อกี้เจ้าพูดถูกแล้ว หากต้องการทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่ ต้องกำจัดคนขวางทาง ข้าจะบอกความจริงให้ ข้าเหลิ่งอวิ่นวันนี้ยึดตำแหน่งรัชทายาทได้อย่างมั่นคง เพราะข้าทุ่มเททุกอย่างจึงได้มา สามปีก่อน เหตุผลที่เหลิ่งอวี้ทำอย่างนั้นก็เพราะข้าช่วยเอง ฮ่า ฮ่า ฮ่า!"
ลั่วหลันเม้มริมฝีปาก มองเขาอย่างดูแคลน สองมือเชยคาง พูดอย่างเหยียดหยาม
“หม่อมฉันไม่เชื่อ ได้ยินมาว่าวันนั้นเขาถือกระบี่จี้อกฮ่องเต้ ฝ่าบาทเกือบจะถูกเขาสังหาร ท่านยังบอกว่าทั้งหมดนี้เป็นเพราะท่านอีกหรือ ท่านมีความสามารถขนาดนั้นเชียว ท่านสามารถควบคุมความคิดของคนได้หรือ คุยโตจริงๆ"
เหลิ่งอวิ่นนั่งลงบนเก้าอี้ตรงข้ามกับนาง ขยับพัดอย่างได้ใจ ฮึดฮัดพูดอย่างดีใจจนลืมตัวว่า
“ข้าไม่ได้คุยโว ข้าควบคุมความคิดของคนอื่นได้จริงๆ ตอนนั้นข้าแค่ใช้ยากล่อมประสาทกับธูปหนึ่งกล่อง ทำให้เหลิ่งอวี้คุมสติไม่ได้ เห็นใครก็เหมือนสัตว์ร้าย เขาไม่ชักกระบี่ทำร้ายคนก็แปลกแล้ว เจ้าไม่เคยได้ยินของแบบนี้กระมัง ฮ่า ฮ่า ฮ่า..."
เพิ่งจะสิ้นเสียง ประตูก็ถูกเตะเปิดออกจากด้านนอก ฮ่องเต้สีหน้าซีดเผือดชี้หน้าเหลิ่งอวิ่นที่ยืนตะลึง ตวาดอย่างโกรธเกรี้ยว
“เจ้า...ที่แท้เจ้า...ที่แท้เจ้าเป็นคนทำทุกอย่าง”
เหลิ่งอวิ่นตกตะลึง ยืนนิ่งตัวแข็งทื่อ ราวกับว่าถูกตอกตรึงอยู่ที่นั่น พอรู้สึกตัวเห็นว่าใครกำลังมา ก็คุกเข่าลงโขกศีรษะไม่หยุด

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: พ่ายรักท่านอ๋องตัวร้าย
บทที่เคยปลดล็อกด้วยเหรียญไปแล้ว ทำไมกลับมาอ่านซ้ำไม่ได้...
เติมเหรียญแล้วแต่ปลดล็อกไม่ได้...