เมื่อเห็นเหล่าชาวบ้านที่ปรบมือ มุมปากของเหลิ่งอวี้ก็ยกยิ้มอย่างเยาะเย้ย เขามองออกไปไกลและพูดกับลั่วหลานสียงเบาว่า
“เป็นไอ้ขี้แพ้ของแคว้นต้าหนิงจริงๆ ฮ่องเต้ผู้สูงส่ง คิดไม่ถึงเลยว่าขุนนางที่นี่จะบ้าขนาดนี้”
ลั่วหลานถอนหายใจออกมาพร้อมกับพึมพำว่า
“ตั้งแต่โบราณมาก็เป็นเช่นนี้ ข้าหวังแค่ว่าเขาไม่มาหาเรื่องเราก็พอแล้ว”
“เฮ้อ ไม่หาเรื่องก็ไม่ใช่เขาแล้ว พวกเราควรจะรับมือเขา”
พูดจบ เขาจูงมือของนางเดินไปที่หอหุยชุนพร้อมทั้งพูดเสียงเบาว่า
“เมื่อก่อนตอนที่คนอื่นรังแกข้า เจ้าเป็นคนปกป้องข้า หลังจากนี้ถึงเวลาที่ข้าจะปกป้องเจ้าแล้ว”
ได้ยินคำพูดที่เขาพูดให้ชวนใจสั่นแล้ว หัวใจของลั่วหลานก็รู้สึกอบอุ่น นางพยักหน้าอย่างเชื่องช้าพร้อมทั้งใบหน้าที่มีเลือดฝาด
ขณะนี้เอง อาโฮ่วก็ได้วิ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว เขาตะโกนเสียงดังอย่างร้อนรนว่า
“คุณหนูขอรับ คุณหนู มีคนไข้ มีคนไข้มาตรวจโรคขอรับ”
ได้ยินประโยคนี้แล้วลั่วหลานก็ตื่นเต้น นางสลัดแขนของเหลิ่งอวี้และไปที่หอหุยชุนอย่างรวดเร็ว เขามองตามหลังที่จากไปอย่างรวดเร็วของนาง มุมกปากของเหลิ่งอวี้ก็ยกยิ้มขึ้น ผู้หญิงคนนี้เขาใช้ทั้งชีวิตมาปกป้องนางคงไม่พอ
ภายในศาลาว่าการ
วันนี้เสียเปรียบเป็นอย่างมาก ใต้เท้าสื่อจะเต็มใจยอมพ่ายแพ้ได้อย่างไร หลังจากกลับมาที่ศาลาว่าการแล้ว เขาก็รีบรวมพลเจ้าหน้าที่ทุกคน แม้แต่ข้ารับใช้ที่ทำงานเบ็ดเตล็ดในจวนก็เรียกมา
เขามองดูผู้คนที่อยู่เต็มลาน เขาจึงขมวดคิ้วและพูดเสียงดังว่า
“พวกเราคือผู้เป็นใหญ่ในเมืองหนิงหลัว ใครที่กล้าต่อต้านศาลาว่าการเท่ากับมันผู้นั้นรนหาที่ตาย ตอนนี้เมืองหนิงหลัวได้มีคนต่างถิ่นมากลุ่มหนึ่ง พวกเขาเช่าจวนเก่าของตระกูลอวี๋ แต่กลับไม่รู้ความเปิดโรงหมอของตัวเอง และไม่ส่งมอบเงินให้กับศาลาว่าการ เรื่องนี้ข้าปล่อยไปไม่ได้ พวกเจ้ายอมได้หรือ”
“ยอมไม่ได้...”
ขุนนางเหล่านี้ไหนเลยจะกล้าต่อต้านขุนนางชราผู้นี้ แค่เขาพูดอะไรพวกเขาก็ตามน้ำไปตามนั้น
“ดี ในเมื่อทุกคนคิดว่านี่คือการกระทำที่ยอมไม่ได้ เช่นนั้นตอนนี้ก็ออกเดินทางไล่พวกเขากลับหุยชุนถัง”
พูดจบ ทุกคนกำลังจะหันหลัง แต่ก็มีคนสามคนที่มีสีหน้าเคร่งเครียดเดินเข้ามา คนที่เดินมาหน้าสุดคือหลิวเวย ที่เป็นองครักษ์ส่วนพระองค์
ใต้เท้าสื่อขมวดคิ้วมองคนที่มา เขาตะโกนออกไปอย่างไม่ค่อยพอใจว่า
“เจ้าเป็นใครถึงได้บุกเข้ามาในศาลาว่าการ พวกเจ้ารู้ไหมว่าจะมีโทษอะไร”
啊。”
“ใต้เท้าไว้ชีวิตด้วย ใต้เท้าไว้ชีวิตด้วย ข้าแค่อยากทำให้พวกเขาตกใจขอรับ ไม่ได้อยากจะได้เงินของพวกเขาจริงๆ ขอให้ใต้เท้าใตร่ตรองด้วย”
“ไม่ต้องพูดอีกแล้ว”
หลิวเวยสะบัดแขนใส่เขาอย่างไม่ใส่ใจ “ข้ามาครั้งนี้ไม่ได้มาเพื่อตัดสินเจ้า ตอนนี้ข้าเตือนเจ้าได้แค่ประโยคเดียว คนของหอหุยชุน อย่างได้แตะต้องแม้แต่คนเดียว มิเช่นนั้น ไม่ใช่แค่เป็นการกระชากชุดขุนนางของเจ้าออก การจะทำให้ศีรษะของเจ้าหลุดก็เป็นไปได้”
ได้ฟังประโยคนี้แล้ว ใต้เท้าสื่อราวกับคนบ้า เขาพยักหน้ารัว “ขอรับ ขอรับ ข้าน้อยเข้าใจแล้ว ข้าน้อยเข้าใจแล้ว”
หลังจากที่ตักเตือนใต้เท้าสื่อแล้ว หลิวเวยก็พาผู้ติดตามทั้งสองออกไปและไม่ได้พูดอะไรเพิ่มเติม เขาหันหลังก้าวยาวเดินออกจากศาลาว่าการไป เหลือเพียงแต่ใต้เท้าสื่อที่ยังตกใจไม่ได้สติ
ออกมาจากศาลาว่าการแล้ว คนที่อยู่ด้านหลังพูดเสียงเบาว่า
“ใต้เท้าขอรับ พวกเราจะทำอย่างไรต่อไปดีขอรับ”
อีกคนหนึ่งก็พูดขึ้นว่า
“ใช่แล้วขอรับ เมื่อครู่พวกเราก็เห็นแล้วว่าผู้ติดตามท่านอ๋องพวกนั้นวิทยายุทธเยี่ยมมาก ต่อให้มีพวกเราสามสิบคนก็ไม่แน่ว่าจะสู้ได้ คิดจะฆ่าพระชายาอวี้เป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ขอรับ พวกเราจะทำอย่างไรดีขอรับ”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: พ่ายรักท่านอ๋องตัวร้าย
บทที่เคยปลดล็อกด้วยเหรียญไปแล้ว ทำไมกลับมาอ่านซ้ำไม่ได้...
เติมเหรียญแล้วแต่ปลดล็อกไม่ได้...