พูดของเขาแต่ละคำเหมือนดั่งเข็ม ทำให้ฝ่าบาทได้ยินแล้วโกรธมาก ลูกชายของตัวเอง พูดเพื่อหญิงชนบทคนนี้ทุกอย่าง ทำให้เขาผิดหวังจริง ๆ
แต่ฮ่องเต้อย่างเขาจะทำอย่างไรได้ พูดถึงหญิงสาวคนนั้นมากเกินหนึ่งคำ ลูกชายของตัวเองก็จะไปเป็นคนธรรมดา ไปอยู่กับหญิงสาวคนนั้น
คำพูดนี้หากพวกฟานอ๋องได้ยินเข้า ต้องหัวเราะเยาะตระกูลเหลิ่งจนฟันร่วงแน่ โดยเฉพาะเจิ้นหนานอ๋อง กองกำลังของเขาใกล้จะถึงเมืองแล้ว ไม่ได้เจอมาหลายปีแบบนี้ เขาจะทำให้เจิ้นหนานอ๋องเห็นเป็นเรื่องตลกไม่ได้
คิดมาถึงตรงนี้ เขาก็มีสีหน้าเคร่งเครียด หายใจออกช้า ๆ พยายามระงับความโกรธและกล่าวเบา ๆ ว่า
“ซีเอ๋อร์กับหมิงเอ๋อร์ล้วนยังไม่ได้แต่งงาน ญาติผู้หญิงในงานเลี้ยงประจำปีค่อนข้างมาก ดังนั้นให้นางออกงานด้วยเถอะ ถึงตอนนั้นข้าจะสั่งให้คนส่งชุดพิธีการยกดิ้นเงินดิ้นทองชั้นดีไปให้หนึ่งชุด”
ถึงแม้คำพูดของฝ่าบาทจะมีความไม่เต็มใจแฝงอยู่ แต่มุมปากของเหลิ่งอวี้กลับแอบยกขึ้น
เขาควรให้ทุกคนรู้จักอวี้หวังเฟยของเขาแล้ว
……
การนอนหลับนี้ ลั่วหลันนอนนานมาก นานจนนางรู้สึกตัวเองนอนจนมืดฟ้ามัวดินหรือเปล่า?
ตอนนางลืมตาตื่นอย่างสะลึมสะลือ ก็สบเข้ากับดวงตาหล่อเหล่าที่ทำให้นางหลงใหล
ดวงตาคู่นั้น มองนางอย่างตรง ๆ เหมือนกับชมงานศิลปะ ไม่ละสายตาแม้แต่น้อย
“หลันเอ๋อร์ เจ้าตื่นแล้วหรือ?”
ตอนนางลืมตาขึ้น เสียงอันนุ่มนวลดุจสายน้ำของเขาก็ดังเข้ามาในหูของนาง
นางอมยิ้มและพยักหน้า บนใบหน้าเขินอายมีความน่ารักแฝงอยู่ “ข้าหลับไปนานแค่ไหน?”
“ตอนข้ากลับมาเจ้ากำลังหลับอยู่ หลับมาทั้งวันเลย”
ที่แท้ก็ทั้งวัน นางคิดว่าทั้งปีเสียอีก
พูดจบ เขาเอามือวางบนหน้าผากนาง และกล่าวด้วยความอ่อนโยนว่า
“เจ้านอนอีกสักพักเถอะ ข้าจะไปสั่งให้คนเอาของมาให้เจ้ากิน ท้องหิวแล้วใช่ไหม?”
เขาเพิ่งพูดจบ ท้องของนางก็ร้องจ๊อก ๆ ขึ้นมาจริง ๆ นางหน้าแดงด้วยความอายเล็กน้อย เหลิ่งอวี้กลับยกมือลูบท้องของนางเบา ๆ และกล่าวเบา ๆ ว่า
“ข้ารู้อยู่แล้วว่าเจ้าต้องหิว รอเดี๋ยวนะ”
พูดจบ เขาเหมือนกับกระต่ายมีความสุข ลากร่างอันสูงโปร่งของเขา ย่างเท้าออกไปนอกประตูด้วยความรวดเร็ว
หลังจากนั้นไม่นาน เขาก็ยกข้าวต้มเพิ่มไข่ไก่ถ้วยหนึ่งมาตรงหน้านาง นางกำลังจะลุกขึ้น ก็โดนมือขนาดใหญ่ของเขากดไว้
“อย่าลุก ตอนนั้นเจ้าก็ปรนนิบัติข้าแบบนี้ ตอนนี้ข้าปรนนิบัติเจ้าบ้าง”
“เอาล่ะ ไม่หยอกเจ้าแล้ว ได้ยินอาไฉ่พูดว่าเจ้าไม่ได้กินอะไรมาทั้งวัน ต้องหิวแน่ กินข้าวต้มร้อน ๆ อุ่นกระเพาะหน่อยเถอะ”
นางอมยิ้มและเปิดริมฝีปากแดง ทันใดนั้นความอบอุ่นก็ทะลักขึ้นมาในหัวใจ นางมองเขา หรี่ตายิ้มเบา ๆ ปากพึมพำว่า
“ท่านพี่ ข้าอยากกินไข่ไก่”
ตอนได้ยินประโยคนี้ ดวงตาเรียวยาวของเหลิ่งอวี้ก็กะพริบด้วยความเจ้าเล่ห์ มุมปากอมยิ้มมือปอกไข่ในมือไปพลาง ยิ้มอย่างมีความสุขไปพลาง
“หลันเอ๋อร์เดินทางมาเหนื่อยแล้ว กินข้าวต้มเสร็จ นอนหลับให้เต็มอิ่ม อีกสามวันจะปีใหม่ งานเลี้ยงต้อนรับบรรดาฟานอ๋องของฝ่าบาท เจ้าไปร่วมเป็นเพื่อนข้าเถอะ”
“ไม่ไปได้หรือไม่?”
นางเคี้ยวข้าวต้มในปาก พร้อมกับใช้สายตาอ้อนวอนมองเขา และกล่าวคล้ายกับออดอ้อนว่า “ข้าขอลาได้หรือไม่? ข้าไม่อยากไป”
“ไม่ได้”
เขาบิไข่ขาวชิ้นหนึ่งใส่เข้าไปในปาดของนาง และกล่าวเสียงอ่อนโยนว่า
“ข้าต้องทำให้คนบนแผ่นดินรู้ว่า ภรรยาของข้าเหลิ่งอวี้ชื่อว่าสุ่ยลั่วหลัน”
พูดถึงตรงนี้ จู่ ๆ เขาก็นึกถึงคำพูดของฝ่าบาทในตอนกลางวัน ในใจยิ่งแน่วแน่ว่า ต้องให้ลั่วหลันไปร่วมงานเลี้ยงให้ได้

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: พ่ายรักท่านอ๋องตัวร้าย
บทที่เคยปลดล็อกด้วยเหรียญไปแล้ว ทำไมกลับมาอ่านซ้ำไม่ได้...
เติมเหรียญแล้วแต่ปลดล็อกไม่ได้...