เข้าสู่ระบบผ่าน

พ่ายรักท่านอ๋องตัวร้าย นิยาย บท 245

เหลิ่งอวี้เขียนด้วยตัวเอง”

เมื่อมองดูตัวอักษรที่คุ้นเคยเหล่านี้ ลั่วหลันก็คลี่มันออก จุดไฟเผามันบนเปลวเทียน เผามันทีละเล็กทีละน้อย ในส่วนลึกของดวงตาของนาง สีหน้านั้นก็เปลี่ยนเป็นลึกซึ้งเกินหยั่งถึง

แม้ว่านางจะไม่ต้องการกลับไปอย่างมาก แต่ก็รู้ว่าเหลิ่งอวี้คงช่วยอะไรไม่ได้ ฮ่องเต้ไม่อยากให้เขาออกจากวัง เขาก็ไม่สามารถออกจากวังได้ เพื่อที่จะอยู่กับเหลิ่งอวี้ นางไม่มีทางเลือกอื่น…

เช้าวันรุ่งขึ้น นางสั่งให้อาไฉ่และอาหงเก็บสัมภาระ และให้จางหยวนติดประกาศที่หน้าประตูหุยชุนถัง ว่าหุยชุนถังปิดทำการ วันที่เปิดทำการยังไม่มีกำหนด จากนั้นจึงพาคนทั้งหมดออกจากประตู

เมื่อนั่งอยู่ในรถม้าหลวงที่เตรียมไว้ให้นาง มองกลับไปดูประตูของหุยชุนถังที่ล็อคเเล้ว หว่างคิ้วของนางมีความอาลัยอาวรณ์มากขึ้นเล็กน้อย

ก่อนออกเดินทางนางให้จางหยวนเเจ้งไปยังที่ว่าการท้องถิ่น หากพวกนางไม่กลับมาเมื่อครบกำหนดค่าเช่าหนึ่งปี บ้านหลังนี้ก็สามารถเปลี่ยนเจ้าของได้

ถึงเเม้นางจะรู้ว่าพวกเขาคงจะไม่กลับมาอีก แต่ก็อยากจะเก็บความทรงจำไว้ ให้ตัวเองรู้ว่าใจของนางเป็นอิสระ

ที่นี่ นางคิดว่ามันจะทำให้นางใช้ชีวิตอย่างเงียบสงบได้ตลอดไป แต่สุดท้าย นางก็ยังคงต้องจากไป ยังคงต้องกลับไปยังดินแดนแห่งความเจริญรุ่งเรืองที่ไม่ใช่ของนาง

เมื่อคิดได้เช่นนั้น ในใจของนางก็รู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น ตราบใดที่ได้อยู่กับเหลิ่งอวี้

ขณะที่ดวงตาของนางเคลื่อนไหว นางก็หดศรีษะที่ยื่นออกไปกลับเข้ามา ปิดม่านรถม้า รถจึงเคลื่อนตัวออกจากที่นั่นอย่างช้าๆ

รถม้าของพวกเขาเดินทางถึงจวนอวี้อ๋องในเมืองหลวงก่อนวันปีใหม่สามวัน เนื่องจากไม่รู้ว่าพวกเขาจะกลับมาเมื่อไร ตอนที่นางกลับมา เหลิ่งอวี้จึงไม่อยู่ อากังบอกว่าเขาไปพบแม่ทัพคนหนึ่ง ส่วนจะเป็นใคร อากังไม่รู้และไม่กล้าถามอะไรมาก

หลังจากที่ลั่วหลันกลับมา เสี่ยวจื้อก็ตื่นเต้นที่สุด เดินตามนางไปมา ถามนู่นถามนี่ ทำให้หลิ่วเม่ยตำหนิเขาไม่หยุดว่าพูดมากเกินไป ลั่วหลันกลับไม่โกรธ แต่กลับนำของเล่นที่นำมาจากเมืองหนิงหลัวให้เขา

หลิ่วเม่ยยุ่งอยู่กับการเตรียมอาหารกลางวันให้นาง แต่นางโบกมือปฏิเสธ

“ข้าเหนื่อยมาก อยากจะนอนพัก บอกทุกคนที่กลับมาจากเมืองหนิงหลัวว่าวันนี้ไม่ต้องทำอะไรทั้งนั้น ไปนอนพักกันเถอะ!

เมื่อหลิ่วเม่ยเห็นเช่นนั้น ก็รีบดึงเสี่ยวจื้อ “ไปกันเถอะ ให้พระชายานอนพักสักครู่ เจ้าเสียงดังเกินไป”

เสี่ยวจื้อจึงมองลั่วหลันด้วยสายตาอ้อนวอน เม้มปากพยักหน้า “ถ้าเช่นนั้นพี่สาวนอนพักเถอะ เสี่ยวจื้อจะรอจนกว่าท่านจะตื่นแล้วค่อยคุยกับท่าน เสี่ยวจื้อมีเรื่องมากมายอยากจะคุยกับท่าน”

หลิวสี่ที่ยืนอยู่ด้านข้างเมื่อเห็นเช่นนี้ ก็รีบเข้ามาพูดไกล่เกลี่ย “ฝ่าบาท ถึงแม้ฐานะของพระชายาอวี้อ๋องจะไม่สูงส่งที่สุด เเต่ในงานเลี้ยงวันเกิดของพระสนมฉางกุ้ยเฟย นางก็เคยสร้างความประทับใจด้วยการร่ายรำ จนถึงทุกวันนี้ก็ยังคงเป็นที่เล่าขานกัน และการกระทำของนางก็ไม่เหมือนหญิงชาวบ้าน กลับดูเหมือนกุลสตรีที่มีสกุล ดังนั้นข้าน้อยคิดว่า ควรให้นางเเต่งกายเต็มยศเข้างาน”

เมื่อได้ยินเช่นนี้ คิ้วของฮ่องเต้ก็ขมวดเข้าหากัน หลิวสี่รีบส่งสายตาให้เขา หมายความว่าอย่าทำให้ท่านอ๋องอวี้โกรธในตอนนี้ ท้ายที่สุดแล้วท่านอ๋องอวี้ก็เป็นผู้ที่ต้อนรับเหล่าอ๋องจากแคว้นต่างๆที่เข้ามาในเมืองหลวง หากงานเลี้ยงในวันปีใหม่ในอีกสามวันข้างหน้า ท่านอ๋องอวี้ไม่ปรากฏตัว ก็จะต้องก่อให้เกิดการคาดเดามากมาย

ถึงแม้ฮ่องเต้จะยังคงดูถูกฐานะของลั่วหลัน เมื่อคิดถึงความทุกข์ทรมานที่เหลิ่งอวี้ได้รับในช่วงสามปีที่ผ่านมา ก็ทำได้เพียงลดสายตาลงและพูดอย่างเสียไม่ได้ว่า

“สิ่งที่หลิวสี่พูดก็มีเหตุผล เช่นนั้นก็ให้นางมาเถอะ เเต่บอกไว้ก่อนว่านางต้องไม่โอ้อวด”

คำพูดของฮ่องเต้ทำให้เหลิ่งอวี้รู้สึกขัดหู ความหมายในคำพูดของเขาเหมือนกับว่าหลันเอ๋อร์ของเขาชอบโอ้อวด งานเลี้ยงที่น่าเบื่อเช่นนั้นนางคงขี้เกียจที่จะเข้าร่วม ถ้าไม่ใช่เพื่อให้ทุกคนรู้ถึงฐานะพระชายาอวี้อ๋องของสุ่ยลั่วหลัน เขาคงอยากจะอยู่กับนางที่จวนอวี้อ๋องในช่วงปีใหม่เเรกของพวกเขามากกว่า

ดังนั้น เขาจึงขมวดคิ้ว ก้มตัวประสานมือและพูดว่า

“เสด็จพ่อคงจะเข้าใจความหมายของลูกผิดแล้ว ลูกไม่อยากให้นางออกหน้าออกตา นางก็ไม่ชอบเข้าร่วมงานเช่นนี้ ส่วนเรื่องโอ้อวด นั่นไม่ใช่ลักษณะการกระทำของนาง นางไม่จำเป็นต้องโอ้อวดเพื่อเอาใจใคร หากเสด็จพ่อกลัวว่านางจะโอ้อวด ทำให้ราชวงศ์เสื่อมเสีย ก็อย่าให้นางมาเลย ลูกจะดูแลนางอยู่ที่จวนอวี้อ๋อง”

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: พ่ายรักท่านอ๋องตัวร้าย