“วันนี้เป็นวันแรกของปีใหม่ ตระกูลเหลิ่งจะไปไหว้บูชาบรรพบุรุษที่พระราชวัง หรือว่านางไม่อยากไปด้วย”
เหลิ่งอวี้รู้ว่าในวันแรกของปีทุกๆ ปี ราชวงศ์จะต้องไหว้บูชาบรรพบุรุษตามกฎหมาย เพื่อขอพรให้อากาศดี ผลผลิตดีในปีใหม่ ในฐานะอวี้หวังเฟย ลั่วหลานย่อมต้องเข้าร่วม
เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ เหลิ่งอวี้ก็หรี่ตาลงเล็กน้อย คำนับให้เหลิ่งจื่ออัน
“เสด็จอารอก่อน หลานจะไปตามนาง”
เหลิ่งอวี้ไม่ได้ไปที่พระราชวังเพื่อไหว้บูชาบรรพบุรุษของเขาเป็นเวลาสามปีแล้ว ตอนนี้สถานะของเขาได้รับการฟื้นคืนแล้ว เขาจึงต้องเข้าร่วมงานสำคัญเช่นนี้เป็นธรรมดา
เมื่อเขากลับมาถึงห้อง ลั่วหลานก็ตื่นแล้ว อาไฉ่และอาหงกำลังช่วยนางอาบน้ำและแต่งตัว ใบหน้าของนางมีสีชมพู
“หลานเอ๋อร์...”
เขาเรียกเบาๆ หลังจากเข้าประตูมา
เมื่อเห็นเช่นนี้ อาไฉ่และอาหงก็โค้งคำนับเขาและแต่งตัวให้ลั่วหลานต่อไป
ลั่วหลานหันมามองเขาแล้วถามด้วยความสับสนเล็กน้อย
“ข้าได้ยินมาจากอาหงว่าท่านไปแสดงความเคารพต่ออ๋องเจิ้นหนาน ทำไมจึงกลับมาเร็วขนาดนี้”
เหลิ่งอวี้นั่งอยู่บนเก้าอี้ทรงกลมข้างๆ นาง มองดูใบหน้าเขินอายของนางก่อนจะส่ายหน้า
“เขาให้ข้าพาเจ้าไปด้วย ไม่รู้ทำไม”
“ข้า?”
ลั่วหลานมองดูเขาด้วยความสับสน “เขาจะให้ข้าทำอะไร”
หลังจากถามคำถามนี้นางก็ยิ้มทันทีราวกับว่านึกอะไรบางอย่าง
“ข้ารู้แล้ว”
“เจ้ารู้อะไร”
เหลิ่งอวี้ขมวดคิ้วและมองดูนางด้วยความสับสน
ลั่วหลานกะพริบตา ครุ่นคิดก่อนจะเอ่ย
“หากข้าเดาถูก เขาคงอยากให้ข้าไปหาเสี่ยวจื้อ ท่านลืมไปแล้วหรือ เมื่อวานเขาตอบรับฝ่าบาทว่าจะพาเสี่ยวจื้อเข้าวังไปไหว้บูชาบรรพบุรุษ”
เมื่อได้ยินนางพูดเช่นนี้ เหลิ่งอวี้ก็เข้าใจทันทีและพยักหน้า
“หากเจ้าไม่พูดข้าคงลืมไปแล้ว สิ่งที่เจ้าพูดก็มีเหตุผล แล้วเจ้าจะทำอย่างไร ช่วยเขาหรือ”
“ไม่ช่วย”
ลั่วหลานขมวดคิ้วโดยไม่ลังเล "เขาทำตัวเอง คนอื่นจะช่วยเขาได้อย่างไร”
เมื่อได้ยินเขาพูดเช่นนี้ ลั่วหลานก็อดหัวเราะในใจไม่ได้ นางเดาถูกแล้ว ต้องมีเหตุผลว่าทำไมเหลิ่งจื่ออันถึงพูดกับนางอย่างถ่อมตัวเช่นนี้
นางกระตุกยิ้ม ทำท่าทางลำบากใจ
“เสด็จอา ไม่ใช่ว่าข้าไม่อยากช่วย แต่ช่วยไม่ได้ อีกอย่างเรียนผูกต้องเรียนแก้ บุญคุณความแค้นระหว่างท่านกับหลิวเหมยจะสามารถตัดสินจากคำพูดไม่กี่คำของข้าได้อย่างไร”
“ข้าไม่มีบุญคุณความแค้นอะไรกับนาง”
เมื่อได้ยินลั่วหลานพูดเช่นนี้ เหลิ่งจื่ออันก็โกรธมาก “นางหนีไปกับลูกของข้า ข้ายังไม่ได้จัดการนาง นางยังต้องการอะไรอีก? ข้าบอกว่าจะพานางกลับวัง และไล่นางในวังออกไปให้หมดเพื่อนางและเสี่ยวจื้อ นางกลับยังไม่ยอม นางต้องการให้ข้าคุกเข่าขอร้องงั้นหรือ น่าขำเสียจริง ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง”
คำพูดของเขาทำให้ลั่วหลานหัวเราะ ดูเหมือนว่าเขาจะเป็นคนหลงตัวเอง เห็นแก่ตัว และหยิ่งยะโส ความเอาแต่ใจของเขาทำให้เขาคิดว่าหลิวเหมยทิ้งเขาไปทั้งๆ กำลังตั้งครรภ์ เขาไม่มีเจตนาจะทำอะไรที่ผิด
นางเอ่ยเสียงเบาด้วยใบหน้าเคร่งเครียด
“ในเมื่อเสด็จอามีความคิดเช่นนี้ ท่านก็บังคับเสี่ยวจื้อเข้าไปในวังด้วยเลยเสีย ข้าเชื่อว่าอย่างไรเขาก็ไม่กล้าขัดขืน ท่านนำกองทัพมานับพัน แต่ไม่สามารถควบคุมผู้หญิงและเด็กได้หรือ”
“หากคุมได้ข้าคงไม่มาหาเจ้าหรอก”
เหลิ่งจื่ออันคว้าแก้วน้ำบนโต๊ะขึ้นมาแต่พบว่าไม่มีน้ำในแก้ว เขาจึงวางลงและตะโกนด้วยความโกรธอีกครั้ง
“นิสัยของเด็กคนนั้นก็เหมือนของข้า เขาหัวแข็งเหมือนลา ถ้าเขาไม่อยากเข้าวังพร้อมข้า ต่อให้ข้าบังคับเขาแล้วอย่างไร ข้าจะไม่กลายเป็ฯตัวตลกหรอกหรือ”
ดูเหมือนท่านอ๋องผู้นี้จะไร้ความสามารถเสียจริง

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: พ่ายรักท่านอ๋องตัวร้าย
บทที่เคยปลดล็อกด้วยเหรียญไปแล้ว ทำไมกลับมาอ่านซ้ำไม่ได้...
เติมเหรียญแล้วแต่ปลดล็อกไม่ได้...