น้องชายอายุเพียงเจ็ดขวบของเมิ่งฝูเอ๋อร์เลียริมฝีปาก แอบยื่นมือไปทางจานขนมอย่างตะกละ กลับถูกท่านป้าเมิ่งตีมือ
“ไปๆๆ เอาแต่คิดจะกินขนมสองชิ้นนี้ทั้งวัน ระวังฟันจะผุและปวดเอาได้นะ ไม่เห็นแขกหรืออย่างไร ยังไม่รีบไปเอาถ้วยกับตะเกียบมาอีก”
น้องเมิ่งแบะปากอย่างน้อยใจ แต่ก็ไปช่วยพี่สาวจัดโต๊ะอาหารอย่างเชื่อฟัง
หลังจากนั้น ท่านป้าเมิ่งก็เปลี่ยนสีหน้าทันที เลื่อนชามน้ำแกงไก่ที่เพิ่งจะตักมาไปตรงหน้าหลี่หยวนเส้า มองเขาพลางยิ้มอย่างเบิกบาน
“หยวนเส้าเอ๋ย ช่วงนี้คงจะร่ำเรียนลำบากมากกระมัง รีบดื่มน้ำแกงไก่บำรุงร่างกายเสียหน่อย อาหารบ้านๆของเกษตรกรไม่ได้พิถีพิถันอะไร เจ้าก็กินแก้ขัดสักหน่อยแล้วกัน”
อาหารบนโต๊ะนี้สำหรับหลี่หยวนเส้าที่เมื่อก่อนคุ้นเคยกับการกินอาหารชั้นดีราคาแพง ถือว่าเป็นอาหารง่ายๆ
แต่เขารู้ดีว่า เพราะการมาถึงของตนเอง ท่านป้าเมิ่งได้เอาสิ่งที่ดีที่สุดในบ้านออกมาต้อนรับ ยังใช้เนื้อหมูรมควันที่จะใช้ตอนปีใหม่มาผัดหน่อไม้โดยเฉพาะ
“ท่านป้าเกรงใจกันเกินไปแล้ว ขอบคุณที่ต้อนรับขับสู้เป็นอย่างดี อาหารมื้อนี้ดีกว่าอาหารปกติที่ข้ากินในสำนักศึกษามาก”
หลี่หยวนเส้านั่งอยู่บนโต๊ะไม้ด้วยท่าทีสุภาพเรียบร้อย ข้างๆเป็นพ่อและพี่ชายของเมิ่งฝูเอ๋อร์ แม้จะสวมใส่ชุดผ้าฝ้ายหยาบที่ไม่แตกต่างกันสักเท่าไหร่ ก็บดบังรัศมีที่สง่างามของเขาเอาไว้ไม่ได้
ท่านป้าเมิ่งยิ้มจนหุบไม่ลง “โธ่เอ๋ย อาหารที่ข้าทำจะเทียบกับเหล่าพ่อครัวในสำนักศึกษาได้อย่างไร เจ้าชมเกินไปแล้ว”
หลังจากที่รู้ว่าลูกสาวของตนเองมีคนรักแล้ว คนตระกูลเมิ่งก็ตื่นเต้นกันมาก
ชื่อสี่คุณชายแห่งเมืองหลวงชาวบ้านคนไหนไม่เคยได้ยินบ้าง แม้หลี่หยวนเส้าจะตัดขาดความสัมพันธ์กับตระกูลหลี่แล้ว แต่ในสายตาของพวกเขาก็ยังคงมีตัวตนอยู่ราวกับเทพบนสวรรค์
ท่านป้าเมิ่งรู้สึกว่าลูกสาวสามารถหาคนรักเช่นนี้ได้ ช่างเป็นเรื่องบุญพาวาสนาส่ง เป็นเรื่องที่ไม่แม้แต่จะกล้าคิด
ปกติแล้ว ครอบครัวเกษตรกรไม่มีกฎระเบียบที่ชายหญิงไม่สามารถร่วมโต๊ะทานอาหารด้วยกันได้ แต่เมื่อคิดว่าว่าที่ลูกเขยมีชาติกำเนิดจากตระกูลที่สูงส่ง คิดว่าคงจะให้ความสำคัญกับมารยาทเป็นแน่ จึงได้แยกเป็นสองโต๊ะในสองห้อง
โต๊ะนี้มีเพียงพ่อและลูกชายตระกูลเมิ่ง เมิ่งฝูเอ๋อร์รวมไปถึงน้องชายของนาง ล้วนถูกท่านป้าเมิ่งไล่ไปอีกห้องหนึ่ง ตนเองกลับอยู่ต่อเพื่อจัดจานเติมข้าวให้พวกเขาก่อน
ท่านลุงเมิ่งเป็นผู้เริ่มบทสนทนา มองไปทางหลี่หยวนเส้าอย่างใจดี
“หยวนเส้า อีกไม่นานฝูเอ๋อร์ก็จะจบการศึกษาจากสำนักศึกษาแล้ว ดูซิพวกเจ้ารู้จักกันมาก็ปีกว่าแล้ว เรื่องการแต่งงานเคยคิดอย่างละเอียดแล้วหรือไม่”
“เจ้าก็รู้ดี ไม่ช้าฝูเอ๋อร์ก็จะอายุยี่สิบปีบริบูรณ์แล้ว รอให้จบการศึกษาในปีหน้า ก็เป็นสาวแก่อายุยี่สิบเอ็ดปีแล้ว......”
หลี่หยวนเส้าชะงักไป เอ่ยอย่างเกรงใจว่า “ย่อมเคยคิดอยู่แล้ว เพียงแต่ขอบอกท่านตามตรงอย่างไม่ปิดบัง ตอนนี้ข้ายังไม่สำเร็จการศึกษา นอกจากสำนักศึกษาแล้วก็ไม่มีที่อยู่อาศัยอื่น เกรงว่าจะมอบงานแต่งงานที่พึงพอใจให้กับฝูเอ๋อร์ไม่ได้”
ท่านลุงเมิ่งรีบพูดขึ้นมาว่า “โธ่เอ๋ย ครอบครัวเกษตรกรอย่างพวกเราไม่ได้ให้ความสำคัญกับเรื่องพวกนี้ ข้าเชื่อว่าภายหน้าเจ้าต้องมีอนาคตที่ดีแน่นอน เพียงแต่ฝูเอ๋อร์ก็อายุมากขึ้นเรื่อยๆแล้ว จะยืดเยื้อต่อไปก็คงไม่เหมาะสม ผู้ชายจะแต่งงานก่อนค่อยสร้างตัวก็ไม่สาย......”
ได้ยินเช่นนั้น ใบหน้าของหลี่หยวนเส้าก็มีแววลำบากใจและลังเลใจขึ้นมาเล็กน้อย
ท่านป้าเมิ่งแอบสังเกตสีหน้าของเขาอยู่ตลอดเวลา เห็นเช่นนั้นก็รีบเอาแขนกระทุ้งสีข้างสามีทันที แอบถลึงตาให้เขา
“โธ่เอ๋ย ท่านไม่ต้องออกความคิดเห็นที่ไม่เข้าท่าเลย หยวนเส้าเพิ่งจะเรียนหนังสือปีที่สอง ปีหน้าเป็นปีที่สำคัญที่สุด ถ้าท่านจัดงานแต่งงานเวลานั้น นั่นไม่เท่ากับเป็นการทำให้หยวนเส้าว่อกแว่กเสียสมาธิหรอกหรือ”
พี่ชายทั้งสองคนของตระกูลเมิ่งก็พูดเสริมขึ้นมาว่า “ตามความเห็นของพวกข้า รอให้หยวนเส้าจบการศึกษาจะเหมาะสมที่สุด”
“ถูกต้อง ในเมื่อเรื่องของเขากับฝูเอ๋อร์ก็แน่นอนแล้ว ช้าไปแค่ปีเดียวเอง ไม่มีผลกระทบใหญ่โต หรือท่านพ่อไม่เชื่อในตัวหยวนเส้า”
คนทั้งบ้านต่างก็ห้ามปราม ท่านลุงเมิ่งก็เป็นคนกลัวเมีย แม้ว่าในใจจะมีความคิดอื่นก็ไม่กล้าจะพูดต่อ
เขาไม่ได้ไม่เชื่อในตัวหลี่หยวนเส้า แต่ในใจมีความอึดอัดอยู่หลายส่วน
เพราะว่า ตระกูลเมิ่งชอบที่เขาเป็นเขา ไม่ได้สนใจว่าตอนนี้เขาจะมีที่ดินและบ้านหรือไม่
หลี่หยวนเส้าไม่ยอมเอ่ยถึงเรื่องแต่งงานเสียที ท่านลุงเมิ่งมาคิดดูแล้ว ก็ได้แต่คิดว่าถ้าแต่งงานโดยไม่มีเงินแม้แต่แดงเดียว จะทำให้หลี่หยวนเส้ารู้สึกขายหน้า
เพราะเมื่อก่อนเขาเป็นถึงคุณชายที่มีหน้ามีตาในสังคมมาก
หลี่หยวนเส้าเพิ่งจะสังเกตว่า เขาเกรงว่าอีกฝ่ายจะรออยู่นอกประตูนานเกินไป จึงเปลี่ยนเสื้อผ้าอย่างรวดเร็ว ด้วยเหตุนี้คอเสื้อจึงเปิดอ้า เผยให้เห็นหน้าอกอยู่รำไร
สาวน้อยไร้เดียงสาคนนี้
เขาแอบยิ้มพลางส่ายหน้า หลังจากปิดประตู กลับพลิกตัวไปมาอยู่บนเตียงนอนไม่หลับ มีแต่เรื่องของเมิ่งฝูเอ๋อร์อยู่เต็มหัวไปหมด
หลี่หยวนเส้าปีนี้อายุยี่สิบหกแล้ว ในสำนักศึกษาชิงอี้มีไม่กี่คนที่อายุเท่ากับเขา
เขาไม่ใช่หนุ่มน้อยที่เพิ่งจะอายุยี่สิบ กระทั่งยังไม่เคยผ่านเรื่องทางโลกมาก่อน เขามีประสบการณ์มากกว่า มีความคิดที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานความเป็นจริงและเป็นผู้ใหญ่กว่า ไม่ไร้เดียงสาเหมือนพวกเขา
พูดจากใจจริง เขานั้นชอบผู้หญิงซื่อๆอย่างเมิ่งฝูเอ๋อร์คนนี้
และเขาก็มั่นใจว่า ผู้หญิงซื่อบื้อคนนั้น ในใจก็มีเขาเช่นเดียวกัน
เพียงแต่ หลี่หยวนเส้าคิดไม่ถึงว่าตนเองจะหวั่นไหวกับผู้หญิงชาวบ้านธรรมดาคนหนึ่ง
ไม่ใช่เพราะรังเกียจคนจนรักคนรวย แต่แทบจะไม่เคยคิดถึงเลยว่าจะมีวันนี้
แม้แต่ลูกสาวที่เป็นสายเลือดโดยตรงของขุนนางระดับสามอย่างจ้าวหงจู แต่งงานกับเขายังถือว่าใฝ่สูงเกินไป เมื่อก่อนในแวดวงการเลือกคู่ครอง ไม่เคยมีตัวเลือกอย่างเมิ่งฝูเอ๋อร์ปรากฏขึ้นเลย
หลังจากที่เขาทรยศออกจากตระกูลหลี่ เพื่อนจอมปลอมในวันวาน และอดีตพี่น้องในตระกูลหลี่ ได้ดูถูกและหาเรื่องเขาอย่างลับๆสารพัด
เยาะเย้ยเขาที่ออกไปจากตระกูลหลี่ซึ่งเป็นต้นไม้ใหญ่สูงตระหง่านฟ้า ได้แต่ตกลงไปอยู่ในโคลนตม คลุกคลีอยู่กับหญิงชาวบ้านอย่างเมิ่งฝูเอ๋อร์ที่นิสัยป่าเถื่อน
ในใจของหลี่หยวนเส้าเต็มไปด้วยความขุ่นเคืองและไม่พอใจ ในวันที่จ้าวหงจูวางแผนทำร้ายเขา เขาก็แอบสาบานกับตัวเองอยู่ในใจ
สักวันหนึ่ง เขาจะอาศัยพลังของตนเองทะยานขึ้นไปให้สูงที่สุด สามารถแต่งงานกับหญิงสาวที่มีใบหน้างดงามกว่า และสูงส่งกว่าจ้าวหงจู จึงจะถือว่าได้ระบายความแค้นใจออกมา
เพียงแต่หลังจากที่ครุ่นคิดอยู่เป็นร้อยเป็นพันครั้ง ก็ไม่เคยคิดว่าจะต้องเสียหัวใจให้กับเมิ่งฝูเอ๋อร์

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: พระชายาคือแพทย์อัจฉริยะ
ทำไมใช้เหรียญไม่ได้ติดต่อกันเป็นอาทิตย์ละคะ...
ทำไมแสดงความคิดเห็น แล้วข้อความหายอ่ะ...
ซื้อตอนแล้วไม่ได้ปลดล๊อคค้างไว้เหรอคะ แบบนี้ก็ย้อนกลับมาอ่านไม่ได้สิคะ มือกดโดนผิดวิ่งไปหน้าอื่นต้องเสียเงินอีกรอบงี้เหรอ...
ทำไมซื้อตอนปลดล๊อคแล้ว กลับไปย้อนอ่านต้องปลดล๊อคใหม่คะ...
ทำไมตอนซื้อแล้วล๊อคไม่ได้คะ...
ทำไมซื้อตอนแล้วเปิดหน้าใหม่แล้วย้อนกลับไปอ่านไม่ได้คะ ล๊อคเหมือนเดิมต้องจ่ายเงินซื้อใหม่ตลอดรึคะ...
ทำไมปลดล๊อคแล้ว กดข้ามไปตอนใหม่แล้วย้อนกลับมาอ่านไม่ได้คะ...
ทำไมซื้อตอนไม่ได้คะ...
เติมเหรียญอย่างไร...
วิธีเติมเหรียญตรงไหนอย่างไร...