เข้าสู่ระบบผ่าน

พระชายาคือแพทย์อัจฉริยะ นิยาย บท 1203

เสวียนจีหนีบขาเข้าหากันทันที ทำเสียงขึ้นจมูกเบาๆ “ทำอะไร ข้านอนไม่หลับ ท่านก็จะไม่นอนดีๆใช่หรือไม่”

“รอให้เจ้าเหนื่อยแล้ว ย่อมนอนหลับไปเอง”

เฟิ่งเหมียนไม่พูดพร่ำทำเพลงอีก จูบนางท่ามกลางความมืด มือยังคงเคลื่อนไหวไม่หยุด

ผ่านไปครู่ใหญ่ เสียงของสาวน้อยในอ้อมอกก็นิ่มนวลขึ้นมา

เสวียนจีได้แต่บอกว่าหลังจากที่เฟิ่งเหมียน”ตบะแตก”ก็เปลี่ยนเป็นคนละคนไปเลย มีความอยากรู้อยากเห็นมาก ราวกับว่าจะทดสอบในสิ่งที่เคยได้ยินก่อนหน้านี้ทั้งหมดว่าเป็นจริงหรือไม่ มักจะทำให้นางหมดเรี่ยวแรงได้ในทุกค่ำคืน ทรมานมาก

ก่อนแต่งงานยังขนาดนี้ หลังแต่งงานคงหนักหน่วงยิ่งขึ้น

จู่ๆนางก็รู้สึกเสียใจอยู่บ้าง ก่อนหน้านี้ตอนที่ทำการสำรวจตลาดเพื่อเปิดร้านของเล่น ได้ทำการปลูกฝังสิ่งที่ไม่ค่อยดีสักเท่าไหร่ให้กับเฟิ่งเหมียนอย่างไม่ระมัดระวังเลยสักนิด ตอนนี้เกรงว่าจะเป็นการขุดหลุมฝังตัวเอง จึงลุกพรวดพราดขึ้นมาทันที

กลับไม่รู้ว่าเฟิ่งเหมียนทรมานกว่านางเสียอีก คนในใจอยู่ในอ้อมแขน มองได้แต่กินไม่ได้ สำหรับคนที่มีจิตใจหวั่นไหวต่อความรักเป็นครั้งแรกทั้งยังเป็นชายแท้ที่เลือดพลุกพล่าน สามารถเรียกได้ว่าเป็นการทรมานอย่างแสนสาหัส

โชคดีที่เขาฝึกบำเพ็ญตนมาตั้งแต่เด็ก มีความมุ่งมั่นและความอดทนที่คนทั่วไปเทียบไม่ได้ มิเช่นนั้นสาวน้อยคงร้องไห้อยู่บนเตียงนานแล้ว

การกระทำที่หุนหันพลันแล่นในครั้งนี้ดูเหมือนเขาจะได้เตรียมพร้อมล่วงหน้าแล้ว จะได้เร่งให้ผลท้อลูกนี้ที่ยังไม่สุกดีลูกนี้ ได้คุ้นเคยกับช่วงเปลี่ยนผ่านไปอย่างราบรื่น

พอคุ้นเคยกับนิ้วมือและริมฝีปากของเขาแล้ว พอถึงคืนส่งตัวเข้าหอจะได้ทรมานน้อยลง ยอมรับเขาได้มากขึ้น

“เหนื่อย......หยุดซนได้แล้ว”

เสวียนจีถึงจุดสุดยอดอย่างงงงวยคามือเขาถึงสองครั้ง รู้สึกแค่ว่าเหนื่อยมาก ง่วงจนหนังตาแทบจะลืมไม่ขึ้น

พึมพำเสียงอ่อนสองสามคำ ก็เอียงศีรษะนอนหลับไปแล้ว

เฟิ่งเหมียนจึงลุกขึ้น ไปล้างมือที่ห้องเก็บฟืน แล้วก็ก่อไฟต้มน้ำร้อน ช่วยทำความสะอาดให้นางอย่างระมัดระวังและอ่อนโยน

“คนแล้งน้ำใจ”

ตอนนี้หลับสบายมาก กลับไม่สนใจเขาที่ความง่วงได้หายไปจนปลิดทิ้งแล้ว

ช่วยห่มผ้าให้คนบนเตียงเรียบร้อย เฟิ่งเหมียนสวมเสื้อตัวในที่บางเบาเดินออกไปข้างนอก จ้องมองแสงจันทร์ท่ามกลางลมหนาวอย่างเงียบๆครู่หนึ่ง

เมื่อคิดได้ว่าชีวิตที่ทั้งทรมานและมีความสุขเช่นนี้จะต้องดำเนินไปอีกครึ่งปี เขาก็ได้แต่ถอนหายใจและนวดขมับ หลังจากที่ร่างกายและจิตใจสงบลงแล้ว ก็เข้าไปนอนกับหญิงในดวงใจ

……

เสวียนจีตื่นมาอีกทีท้องฟ้าก็สว่างมากแล้ว พอสติสัมปชัญญะกลับมา นางก็บิดขี้เกียจอยู่ใต้ผ้าห่มอบอุ่น ก่อนจะค่อยๆลุกขึ้นมานั่ง

เหมือนจะนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ นางก็รีบดูหน้าจอโทรศัพท์มือถือทันที ตอนนี้เป็นเวลาเก้าโมงเช้าแล้ว

เสวียนจีผ่อนลมหายใจออกมาเบาๆ ไม่ทันระวังก็ตื่นสายแล้ว ดีที่ยังพอมีเวลา

ก่อนที่พ่อแม่ของเฟิ่งเหมียนจะมาถึง นางต้องเตรียมอาหารเที่ยงไว้ล่วงหน้า เพื่อต้อนรับการมาถึงของทั้งสองท่าน

เพิ่งจะล้างหน้าแปรงฟันเสร็จ เตรียมจะเรียกเฟิ่งเหมียนมาหวีผมจัดทรงให้ตนเอง ก็พบว่าอีกฝ่ายได้ก้าวเข้ามาในห้องด้วยความรีบร้อน

“เจ้าตื่นแล้วหรือ พอดีเลย รีบเปลี่ยนชุดไปที่โถงด้านหน้าเถอะ ท่านพ่อท่านแม่ข้ามาถึงแล้ว”

เสวียนจีได้ยินคำพูดประโยคนี้ ก็มีสีหน้าตกใจมาก “หา ทำไมจึงมาถึงเร็วนักล่ะ ไหนบอกว่าจะมาถึงตอนเที่ยงอย่างไรเล่า”

เฟิ่งเหมียนเอ่ยอย่างจนใจว่า “เดิมทีควรจะมาถึงหลังเที่ยง แต่ท่านพ่อท่านแม่อยากจะเจอเจ้ามาก เมื่อคืนไม่ได้นอนที่โรงเตี๊ยม นั่งรถม้าเร่งเดินทางทั้งคืน เข้าเมืองหลวงตั้งแต่เช้า”

เดิมทีเขายังจะส่งคนออกไปรับ แต่ทั้งสองท่านสอบถามคนอื่นมาตลอดทาง จึงได้รู้ที่อยู่ของพวกเขา

เมื่อครู่ตอนที่เห็นทั้งสองคนอยู่หน้าประตู เขาก็รู้สึกประหลาดใจมาก

เสวียนจีนิ่งอึ้งไปทันที พอได้สติก็รีบเขย่าแขนของเฟิ่งเหมียนอย่างกระวนกระวาย

“เร็วเข้าๆ รีบช่วยข้าหวีผม”

นางหวีผมจัดทรงเหมือนคุณหนูในยุคโบราณไม่เป็น ปกติเพื่อเป็นการไม่เสียเวลาก็มักจะมัดเป็นสองจุก และปักดอกไม้ตามใจชอบก็สิ้นเรื่อง

ฝีมือการทำผมของเฟิ่งเหมียน ถูกนางบีบให้ฝึกฝนตอนที่อยู่ในแคว้นตงฉู่ แม้จะมาอยู่ในแคว้นต้าโจวแล้ว ก็มักจะรับผิดชอบทำผมให้กับนาง

ดูสาวน้อยที่น่ารักคนนี้ซิ ช่างเป็นบุญวาสนาจริงๆ

ถูกเรียกชื่อขึ้นมาอย่างกะทันหัน เสวียนจีก็ยิ่งรู้สึกตื่นเต้น เมื่อก่อนตอนที่เผชิญกับความเป็นความตายจากการปลดชนวนระเบิดยังไม่รู้สึกอกสั่นขวัญแขวนเท่านี้เลย

นางเยื้องย่างด้วยฝีเท้าเล็กๆที่อดทนฝึกฝนอย่างยากลำบากมาสองวัน อย่างไรก็ตามมีปัญหาหนึ่งที่ถูกมองข้ามไป

ตอนที่ฝึกเดินในคฤหาสน์ นางสวมใส่กางเกงลำลองและรองเท้าแตะ แต่ตอนนี้กลับสวมชุดกระโปรงยาวที่ไม่ค่อยได้สวมใส่มากนัก

ดังนั้นจึงเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น

“สวัสดีท่านลุงเฟิ่ง ท่านป้าเฟิ่ง ข้า......อ๊า”

ตอนที่ก้าวข้ามธรณีประตู เสวียนจีเหยียบชายกระโปรงอย่างไม่ตั้งใจ ฝีเท้าสะดุด ร่างพุ่งตรงไปข้างหน้าอย่างจัง

เฟิ่งเหมียนสีหน้าเปลี่ยนไปเล็กน้อย “ระวัง”

เขาอยากจะดึงเสวียนจีเอาไว้ด้วยสัญชาตญาณ แต่สองมือที่ถือกล่องผ้าเอาไว้กลับยื่นออกไปไม่ทัน ได้แต่มองอีกฝ่ายถลาไปข้างหน้าด้วยตาปริบๆ ล้มคะมำลงต่อหน้าทุกคน

ห้องโถงด้านหน้าเงียบลงทันที ในชั่วพริบตานั้น เสวียนจีภาวนาจากใจจริงว่าสวรรค์สามารถพานางไปจากโลกอันสวยงามนี้ได้หรือไม่

ท่านป้าเฟิ่งได้สติกลับมา ก็รีบเอ่ยอย่างเป็นห่วงว่า “สาวน้อย เจ้า......”

“ข้าไม่เป็นไร”

เสวียนจีใบหน้าแดงก่ำ จู่ๆก็ผลักเฟิ่งเหมียนที่อยากจะประคองนางออกไป ดีดตัวลุกขึ้นมายิ้มอย่างสดใส เพียงแต่รอยยิ้มนั้นดูบิดเบี้ยวและน่าเกลียดเล็กน้อย

“ฮ่าๆๆ เมื่อครู่ก็แค่อยากจะอวยพรปีใหม่พวกท่านสองคนล่วงหน้า ฮ่าๆ......ฮ่า”

ทำอย่างไรดี น่าขายหน้ามาก น่าขายหน้าจริงๆ

เสวียนจีใบหน้ามีรอยยิ้ม แต่ในใจกลับร้องไห้

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: พระชายาคือแพทย์อัจฉริยะ