เข้าสู่ระบบผ่าน

พระชายาคือแพทย์อัจฉริยะ นิยาย บท 1204

ท่านป้าเฟิ่งเข้าใจดี รีบยิ้มรับอย่างให้ความร่วมมือ โบกมือให้นางอย่างกระตือรือร้น “เจ้าเกรงใจกันเกินไปแล้ว รีบลุกขึ้นมาเถอะ มาให้ข้าดูใกล้ๆเถอะ”

เสวียนจีกลั้นลมหายใจเดินเข้าไปหา ความร้อนผ่าวบนใบหน้ายังไม่หายไป

นางแอบเหลือบมองพ่อแม่ของเฟิ่งเหมียนแวบหนึ่ง รู้สึกตื่นเต้นมาก

อุตส่าห์ฝึกฝนเตรียมการอย่างยากลำบากตั้งนาน ปรากฏว่าพอพบกันครั้งแรกก็ฝากภาพความทรงจำที่ซุ่มซ่ามเอาไว้ให้อีกฝ่าย ช่างดวงซวยจริงๆ

แต่ดีที่ท่านผู้เฒ่าทั้งสองดูเป็นคนใจดีมาก ทำให้นางรู้สึกผ่อนคลายลงไม่น้อย

ท่านป้าเฟิ่งอายุน่าจะสี่สิบกว่าแล้ว บำเพ็ญเพียรอยู่ในวัดมานาน นางไม่ได้ดูแลตัวเองเหมือนฮูหยินในตระกูลร่ำรวย ริ้วรอยเล็กๆบนใบหน้านั้นเห็นได้ชัดเจนมาก

แต่เป็นเพราะมีจิตใจที่ดี ทำให้ดูมีบุคลิกที่ร่าเริงและอ่อนกว่าวัยมาก

ไม่รู้ว่าเป็นเพราะใบหน้าที่ดูเป็นมิตรใช่หรือไม่ เสวียนจีจึงรู้สึกคุ้นหน้าอยู่บ้าง

เจ้าลัทธิเฟิ่งที่อยู่ข้างๆอายุมากกว่าหน่อย ได้ยินเฟิ่งเหมียนบอกว่าปีนี้เขาอายุห้าสิบปีแล้ว

อีกฝ่ายมองนางด้วยรอยยิ้มเมตตา เส้นผมที่ถูกรวบขึ้นมีสีขาวสลับกับสีดำครึ่งหนึ่ง ดูแล้วมีบุคลิกราวกับเทพเซียน แต่ไม่ได้ดูห่างเหินเย็นชาเหมือนเฟิ่งเหมียนในเมื่อก่อน

สองสามีมองนางหนูด้วยความชื่นชอบ

ท่านป้าเฟิ่งดึงเสวียนจีให้นั่งลงอย่างเป็นกันเอง ตบมือเล็กๆนั้นเบาๆก่อนจะพูดว่า “คิดไม่ถึงจริงๆเลย วนเวียนไปมาอยู่ตั้งนาน รักแท้ของเหมียนเอ๋อร์ก็เป็นเจ้านี่เอง จุ๊ๆๆ เป็นแม่นางที่ดูฉลาดปราดเปรียวมาก”

“นางหนู ลูกชายข้านิสัยแปลกประหลาดมาก ทั้งยังเอาใจผู้หญิงไม่เป็น ภายหน้าเจ้าต้องใจกว้างให้มากหน่อย แต่ถ้าหากเขาทำให้เจ้าต้องลำบากใจละก็ เจ้าบอกพวกข้าสองคนได้เลย ข้าจะช่วยเจ้าสั่งสอนเขาอย่างแน่นอน”

ใบหน้าของเสวียนจีแดงแล้วแดงอีก “ไม่ขนาดนั้น นก......อะแฮ่ม พี่เหมียนดีกับข้ามาก ตามใจข้าทุกเรื่อง”

“เจ้าอายุยังน้อย เขาตามใจเจ้าก็เป็นเรื่องสมควรแล้ว เดิมทีก็เป็นท่อนไม้ที่ทั้งซื้อและทึ่มทื่อ ถ้าหากไม่สามารถทะนุถนอมเจ้าให้ดีได้ จะเอาเขาไปทำไม”

ท่านป้าเฟิ่งบ่น โดยที่ไม่ปิดบังความรังเกียจที่มีต่อเฟิ่งเหมียนเลยสักนิด นินทาต่อหน้าสองพ่อลูกขึ้นมา

เจ้าลัทธิเฟิ่งกระแอมเบาๆ “ศิษย์น้อง เจ้าอย่าเอาแต่คุยกับหยวนเป่าอยู่เลย จดหมายจากจวนเสียนกั๋วกงเจ้ายังไม่ได้เอาออกมาเลย”

“ตายแล้ว ท่านดูซิความจำข้าใช้การไม่ได้เลย” ท่านป้าเฟิ่งตบศีรษะตนเอง จากนั้นก็เอาจดหมายออกมาจากแขนเสื้อ “นางหนู นี่เป็นจดหมายที่คุณชายยวี่เหิงให้ข้านำมาส่งให้เข้า”

“ตอนนี้เขาสุขสบายดีอยู่ที่บ้านตระกูลชวี เขาได้รับความใส่ใจจากท่านผู้เฒ่ามาก เจ้าไม่ต้องเป็นห่วง รอปีหน้าเจ้ากับเหมียนเอ๋อร์แต่งงานกัน คุณชายน้อยก็จะมาเยี่ยมที่แคว้นต้าโจวด้วย”

เสวียนจีพยักหน้า เก็บจดหมายเอาไว้อย่างดี “ขอบคุณท่านป้า”

นางกับชวียวี่เหิงคลุกคลีอยู่ด้วยกันไม่นานนัก แต่ในปีที่แคว้นตงฉู่เกิดความวุ่นวายภายใน ต่างก็ลงเรือลำเดียวกันอยู่หลายครั้ง เผชิญความลำบากด้วยกัน ต่างก็มีความรู้สึกที่ลึกซึ้ง

หนุ่มน้อยคนนั้นก็เป็นคนที่มีนิสัยฉลาดปราดเปรื่องมาก ที่จริงในใจก็พอจะเดาได้แล้วว่านางไม่ใช่ชวีเสวียนจีตัวจริง กระทั่งการจากลาครั้งสุดท้ายจึงยอมเปิดเผยความในใจ

แต่อีกฝ่ายได้แต่บอกว่า เคยเรียกนางว่าพี่สาว ชาตินี้ย่อมต้องเป็นพี่สาวแท้ๆของเขาตลอดไป

“ท่านลุงกับท่านป้าเกินทางมาอย่างเหน็ดเหนื่อย ข้าก็ได้เตรียมของขวัญแรกพบไว้ให้ทั้งสองท่านด้วย ล้วนเป็นยาบำรุงร่างกายและของพื้นบ้านที่ขึ้นชื่อ ท่านทั้งสองโปรดอย่ารังเกียจ”

เสวียนจีเอ่ยทักทายตามมารยาทอย่างเขินอายเล็กน้อย ใช้สายตาส่งสัญญาณให้เฟิ่งเหมียนรีบเปิดกล่องผ้าออก

เฟิ่งเหมียนจึงเปิดกล่องผ้า เขาก็อยากรู้เหมือนกันว่าเสวียนจีทำตัวลับๆล่อๆอยู่ตั้งนาน ได้เตรียมของขวัญอะไรไว้ให้พ่อแม่เขากันแน่

พบว่าในกล่องนอกจากยาบำรุงร่างกายที่พบเห็นได้ทั่วไปในยุคปัจจุบันแล้ว ยังมีผลิตภัณฑ์ดูแลผิวคุณภาพสูงอีกหนึ่งชุด ผ้าพันคอและถุงมือที่เป็นขนหนานุ่ม รวมไปถึงลูกอมหลากสีอีกกล่องใหญ่

ไม่ว่าจะเป็นลูกอมแบบแข็ง ลูกอมนุ่มนิ่ม ลูกอมผลไม้ ลูกอมนม ช็อกโกแลต......ล้วนมีหมด เต็มกล่องใบใหญ่

มุมปากของเฟิ่งเหมียนกระตุกเล็กน้อย แอบพูดในใจว่านางช่างมีนิสัยเป็นเด็กจริงๆ ใช้ลูกอมเป็นของฝากพื้นเมือง

กล่องใหญ่ขนาดนี้ กินหมดรับรองว่าต้องมีฟันผุสองซี่แน่นอน

ดังนั้นตอนที่เตรียมของขวัญในครั้งนี้ เสวียนจีจึงไม่ได้หลีกเลี่ยงลูกอมที่มีห่อพลาสติกเหล่านี้

เฟิ่งเหมียนเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ท่านพ่อ ท่านแม่ ก่อนหน้านี้มีบางเรื่องที่ไม่สะดวกจะอธิบายในจดหมาย ดังนั้นเรื่องที่เกี่ยวกับชาติกำเนิดของหยวนเป่า ข้าไม่ได้เอ่ยถึงในจดหมาย”

“ชาติกำเนิด” สองผู้เฒ่าตระกูลเฟิ่งนิ่งอึ้งไป “ชาติกำเนิดของหยวนเป่ายังมีอะไรพิเศษอีกหรือ”

“หลังจากปิดประตูแล้ว ข้าจะเล่ารายละเอียดให้พวกท่านฟัง”

เสวียนจีมองเฟิ่งเหมียนแวบหนึ่ง เอ่ยอย่างให้ความร่วมมือว่า “ท่านลุงท่านป้า พวกท่านค่อยๆพูดคุยกันไปก่อน ข้าจะไปเตรียมอาหารกลางวันในครัว”

“นางหนูคนนี้ อยู่พูดคุยเป็นเพื่อนพวกเราก็พอ ไหนเลยจะต้องเข้าครัวด้วยตัวเอง”

“ท่านกับท่านลุงมาเป็นแขก ข้าย่อมต้องต้อนรับขับสู้อย่างดี ท่านวางใจเถอะ ฝีมือการทำอาหารของข้ายังพอใช้ได้ ประเดี๋ยวจะให้ท่านได้ลองชิมอาหารของบ้านเกิดข้า”

เสวียนจียิ้มพลางส่ายหน้า ดึงดันจะเข้าครัวด้วยตัวเอง

ล้อเล่นหรืออย่างไร เมื่อครู่นางเพิ่งจะหกล้ม ต้องรีบคว้าโอกาส เพื่อลบล้างความทรงจำนั้นจึงจะถูกต้อง

เช่นนี้เอง เสวียนจีทิ้งให้ครอบครัวตระกูลเฟิ่งทั้งสามคนอยู่ในโถงด้านหน้า ตนเองกลับมุดเข้าไปในครัว

ในขณะที่นางกำลังเอาวัตถุดิบชั้นดีราคาแพงออกมาจากห้วงแห่งกาลเวลา เพื่อเตรียมจะแสดงฝีมือ หัวใจกลับกระตุกวูบขึ้นมาทันที

ตายแล้ว

อาหารที่ฝึกทำในคฤหาสน์ก่อนหน้านี้ ล้วนใช้ก๊าซธรรมชาติและหม้อแรงดันสูง

ตอนนี้มีเพียงเตาอิฐและกระทะเหล็กขนาดใหญ่ที่ใช้ฟืนเผา นางแทบจะใช้ไม่เป็นเลย

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: พระชายาคือแพทย์อัจฉริยะ