ยินถังก็สังเกตเห็นเซียวปี้เฉิง รีบเข้าไปคำนับ “ยินถังคำนับรัช......”
เซียวปี้เฉิงตัดบทเขาก่อน “วันนี้เป็นวันครบรอบสำนักศึกษา ทุกคนที่มาล้วนเป็นแขก ไม่จำเป็นต้องมากพิธี ถ้าจะเรียกก็ให้เรียกว่าคุณชายเซียวสามเถอะ”
เมื่อได้ยินดังนั้น ยินถังก็เข้าใจว่าเขาไม่อยากจะเปิดเผยสถานะที่สูงส่งของตนเอง เอ่ยอย่างรู้สถานการณ์ว่า “คำนับคุณชายเซียวสามและฮูหยินเซียวสาม”
เขามองไปทางอวิ๋นหลิงแวบหนึ่ง ในสายตามีแววตกตะลึงวาบผ่าน จากนั้นก็แทนที่ด้วยความตื่นเต้นอยู่บ้าง กระทั่งรู้สึกหวาดกลัวอยู่ลึกๆ
ยินถังมีโอกาสได้พบกับอวิ๋นหลิงไม่มาก เจอกันครั้งที่แล้วยังต้องย้อนไปตอนงานเลี้ยงในจวนเมื่อหลายปีก่อน ตอนนั้นฉู่อวิ๋นหลิงยังเป็นหญิงอัปลักษณ์ที่เลื่องชื่อในเมืองหลวง
ในงานเทศกาลชมบุปผาเมื่อนานมาแล้ว เขากับอีกฝ่ายเคยเกิดเรื่องเข้าใจผิดกัน ดังนั้นจึงเคยดูถูกเหยียดหยามถึงรูปโฉมของฉู่อวิ๋นหลิงลับหลังไม่น้อย
เขายังรู้สึกกังวลในอยู่ว่าตอนนี้อวิ๋นหลิงเป็นพระชายารัชทายาทแล้ว จะกลับมาคิดบัญชีเก่ากับเขา
แต่อวิ๋นหลิงได้แต่มองเขาด้วยรอยยิ้ม ถามอย่างอบอุ่นว่า “รัฐทายาทยินช่วงนี้เป็นอย่างไรบ้าง ข้าได้ยินใต้เท้าอาลักษณ์ยินบอกว่าเจ้าป่วยอยู่หลายวัน”
ยินถังตอบอย่างสุภาพว่า “ขอบคุณฮูหยินที่เป็นห่วง นั่นเป็นผลจากการที่ข้าถูกวิญญาณร้ายโจมตี ดังนั้นจึงเกิดอาการป่วย ดีที่ท่านราชครูเฟิ่งเหมียนมีวิชาเต๋าไร้เทียมทาน ตอนนี้ไม่เป็นไรแล้ว”
อวิ๋นหลิงเอ่ยด้วยน้ำเสียงเอื่อยๆว่า”ออ”ประโยคหนึ่ง “ที่แท้ก็เป็นอย่างนี้นี่เอง ทำไมจึงไม่เห็นโม่อี้ซือมากับเจ้าล่ะ”
“ตอนที่ข้าไม่สบาย ซือซือดูแลข้าโดยไม่หลับไม่นอน ข้าเพิ่งจะหายดีนางก็ล้มป่วยเสียแล้ว ตอนนี้ยังพักรักษาตัวอยู่ในจวน”
ยินถังถูกเฟิ่งเหมียนหลอก จนเป็นไข้ไม่สบายในคืนนั้นเลย
อวิ๋นหลิงเคยทำการปรับปรุงและเผยแพร่สูตรยาของโรคที่พบเห็นได้ทั่วไป ตอนนี้โรคไข้หวัดจากความเย็นไม่ได้มีอาการหนักจนคร่าชีวิตผู้คนได้อีกแล้ว แต่ความเป็นไปได้ที่จะแพร่กระจายนั้นยังสูงอยู่
ยินถังรู้สึกว่าตัวเองก็ลำบากมาก แต่งงานกับโม่อี้ซือตั้งนานแล้ว ยังไม่เคยได้กินอาหารดีๆอย่างจริงจังเลยสักมื้อ
อวิ๋นหลิงพยักหน้า แสร้งเอ่ยขึ้นมาว่า “ถ้าเช่นนั้นพวกเจ้าสองสามีภรรยาช่างมีเคราะห์กรรมมากจริงๆ ได้ยินมาว่าก่อนหน้านี้ตอนที่เทพงูเหลือมเข้ามาในเมืองหลวง เจ้าก็เคยถูกสิ่งชั่วร้ายเข้าสิง ทำพิธีขับไล่สิ่งชั่วร้ายอยู่ในศาลต้าหลี่เป็นเวลานานมากทีเดียว ทำไมอยู่ดีๆจึงถูกสิ่งชั่วร้ายเข้าสิงอีกแล้ว”
ยินถังรอยยิ้มแข็งข้าง สีหน้าซีดลงเล็กน้อย “บางทีอาจเป็นเพราะดวงไม่ดี”
ไม่อยากรำลึกถึงเรื่องในอดีต จนตอนนี้เขายังลืมความน่ากลัวของงูเหลือมยักษ์ไม่ได้ บางครั้งเหลือบไปเห็นเชือกป่านยังรู้สึกแข็งทื่อไปทั้งตัว รู้สึกกลัวจนขนลุกไปครึ่งวัน
อวิ๋นหลิงเอ่ยด้วยน้ำเสียงเป็นห่วงเป็นใยว่า “ว่ากันว่าทำเรื่องที่ไร้ศีลธรรมมากไปจะเป็นการดึงดูดสิ่งสกปรกเข้าหาได้ง่าย แต่รัฐทายาทยินเป็นสุภาพบุรุษที่มีคุณธรรม ดีไม่ดีอาจเป็นหนี้ของชาติที่แล้วที่ยังใช้ไม่หมด ถ้าไม่มีอะไรก็ไปไหว้พระที่วัดหานซานให้มากหน่อย”
ได้ยินคำพูดประโยคนี้ แววตาของยินถังเปลี่ยนไปเล็กน้อย ในใจเกิดความหวาดระแวงขึ้นมาทันที
เขาสงสัยว่าสองสามีรัชทายาทจะรู้เรื่องผู้ที่อยู่เบื้องหลังข่าวลือครรภ์ปีศาจแล้ว จงใจสื่อความหมายแอบแฝงให้เขารู้
และได้ยินเสียงอวิ๋นหลิงหัวเราะ พลางพูดว่า “ถ้าหากเจอกับปัญหาอะไร ก็สามารถขอความช่วยเหลือจากสามีข้าได้ สามารถจัดหาฉี่เด็กบริสุทธิ์ร้อนๆให้กับพวกเจ้าสองสามีภรรยาได้ทุกวันโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย”
พูดจบ นางก็ตบก้นเล็กๆของลูกชายที่นอนอยู่ในอ้อมอก
ยินถังมุมปากกระตุก สีหน้าดำคล้ำลง ในจมูกราวกับมีกลิ่นคาวของเลือดสุนัขดำอบอวลขึ้นมาอีกครั้ง
“......ขอบคุณน้ำใจของฮูหยิน”
ผู้หญิงคนนี้เจ้าคิดเจ้าแค้นจริงๆด้วย ต้องเป็นเพราะเรื่องบาดหมางในวันวานจึงได้จงใจฉีกหน้าเขา
อวิ๋นหลิงไม่สนใจยินถังอีก พาสามีและลูกชายเข้าไปยืนแซงหน้ายินถังในแถว เบียดให้เขาไปอยู่ท้ายแถว
ยินถังพูดไม่ออก แอบแบะปากเล็กน้อยไม่พูดอะไร
จากมุมมองของเขา อีกฝ่ายจากหญิงอัปลักษณ์ไม่เอาไหนเปลี่ยนแปลงตัวเองจนกลายเป็นเทพธิดาพระชายารัชทายาท นี่ต่างหากที่เป็นเรื่องพิลึกที่สุดในโลก
ยินถังยังจำเรื่องการเดิมพันสินค้าในงานเทศกาลชมบุปผาได้ เขาได้ต่างหูหยกขาวรูปกระต่ายหนึ่งคู่ อวิ๋นหลิงได้มีสั้นประดับอัญมณีสีแดง
ฮั่วถวนลิงโลดอยู่ในอ้อมแขนของอวิ๋นหลิง นิ้วขาวอวบอ้วนชี้ไปยังทิศทางที่อยู่ซ้ายมือ เร่งเร้าให้อวิ๋นหลิงไปทางนั้น
ความจำของลูกชายทั้งสองดีมาก ครั้งที่แล้วตอนที่มาสำนักศึกษา เฟิงอู๋จีเป็นพี่เลี้ยงเด็กอยู่สองวัน จึงจำ”พี่เสี่ยวจี”คนนี้ได้ขึ้นใจ
เวทีประลองของเฟิงอู๋จีจัดวางอย่างเรียบง่าย เขาเช่าร้านค้าเล็กๆร้านหนึ่ง บนโต๊ะมีของจำพวกตัวต่อปริศนาที่ประณีตวางอยู่ ด้านข้างยังมีกาน้ำชาวางเอาไว้ก็ถือว่าเสร็จสิ้นแล้ว
หน้าประตูมีป้ายไม้ที่วางทแยงอยู่ เขียนกติกาการแข่งขันและเงินรางวัล
เซียวปี้เฉิงอุ้มเสวี่ยถวนเดินเข้าไปก่อน เลิกคิ้วขึ้นก่อนจะกล่าวว่า “เปิดร้านตั้งแต่เช้าเลยหรือ”
เฟิงอู๋จีรีบเดินเข้าไปคำนับ “ศิษย์คิดว่าถ้ามีคนมาท้าแข่งขันตั้งแต่เช้า ก็จะสามารถเอาชนะเงินได้มากหน่อย”
อวิ๋นหลิงได้ยินก็เอ่ยล้อเล่นกับเขาว่า “จุ๊ ไม่กลัวว่าจะมีม้ามืดโผล่ขึ้นมากลางทาง ชนะเงินของไปจนหมดหรอกหรือ”
เฟิงอู๋จียิ้มอย่างเขินอาย “ศิษย์มั่นใจในความสามารถของตัวเอง ในเมืองหลวงไม่มีใครสามารถเอาชนะข้าได้ แม้จะมีม้ามืดโผล่ออกมา ก็คงจะมีแค่เมิ่งชู”
เขาไม่ได้ขาดแคลนเงิน การจัดลานประลองครั้งนี้ ก็แค่อยากจะหาเงินให้เมิ่งชูได้ใช้จ่ายในชีวิตประจำวันเท่านั้นเอง
เมิ่งชูมีศักดิ์ศรีและรู้ตัวเองดี ก่อนจะแต่งงาน ไม่ควรใช้เงินของเขาตามใจ ดังนั้นเฟิงอู๋จีจึงได้แต่คิดวิธีเช่นนี้ขึ้นมา
เขาหาเงินให้ได้ก่อน สามวันหลังจากนี้ค่อยเก็บร้าน ค่อยเอาเงินเหล่านี้”แพ้ประลอง”ให้กับเมิ่งชู
เมิ่งชูมักจะศึกษาเรื่องเหล่านี้เป็นเพื่อนเขา ก็เชี่ยวชาญพอสมควร แต่เขามักจะชอบยอมให้อีกฝ่ายชนะ ดังนั้นแม้จะเป็นการจงใจอ่อนให้ เมิ่งชูนั้นไม่ทันสังเกตเห็นแน่
ในเวลานี้ เฟิงอู๋จีที่วางแผนจะช่วยว่าที่ภรรยาในอนาคตอย่างเต็มหัวใจนั้นยังไม่รู้
เงินที่เขาหามาอย่างยากลำบาก ไม่ช้าก็จะเข้าไปอยู่ในกระเป๋าของอาจารย์ตัวน้อยแล้ว

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: พระชายาคือแพทย์อัจฉริยะ
ทำไมใช้เหรียญไม่ได้ติดต่อกันเป็นอาทิตย์ละคะ...
ทำไมแสดงความคิดเห็น แล้วข้อความหายอ่ะ...
ซื้อตอนแล้วไม่ได้ปลดล๊อคค้างไว้เหรอคะ แบบนี้ก็ย้อนกลับมาอ่านไม่ได้สิคะ มือกดโดนผิดวิ่งไปหน้าอื่นต้องเสียเงินอีกรอบงี้เหรอ...
ทำไมซื้อตอนปลดล๊อคแล้ว กลับไปย้อนอ่านต้องปลดล๊อคใหม่คะ...
ทำไมตอนซื้อแล้วล๊อคไม่ได้คะ...
ทำไมซื้อตอนแล้วเปิดหน้าใหม่แล้วย้อนกลับไปอ่านไม่ได้คะ ล๊อคเหมือนเดิมต้องจ่ายเงินซื้อใหม่ตลอดรึคะ...
ทำไมปลดล๊อคแล้ว กดข้ามไปตอนใหม่แล้วย้อนกลับมาอ่านไม่ได้คะ...
ทำไมซื้อตอนไม่ได้คะ...
เติมเหรียญอย่างไร...
วิธีเติมเหรียญตรงไหนอย่างไร...