บทที่412 อาจจะยังไม่ตาย
“เสี่ยวเกอ พวกเราไม่เคยพูดถึงเสี่ยวล๋านให้ลูกฟังเลย นี่คือเสี่ยวล๋าน หลายปีนี้ ปัญหาเรื่องเงินทองของลูกเป็นเสี่ยวล๋านที่ช่วยดูแลให้ลูกทั้งหมด เธอก็เป็นคนที่พ่อกับแม่เลี้ยงมาตั้งแต่เด็กเหมือนกัน!”
ถึงแม้ว่าคุณแม่จะไม่ได้พูดออกมาตรงๆ แต่ว่าความหมายจากการเปรียบเทียบนั้นก็ชัดเจนอยู่แล้ว
เพราะว่าเมื่อกี้เฉินเกอได้ยินว่าคนพวกนั้น เรียกเธอว่าคุณนายน้อย
วันนี้เห็นสีหน้าของพ่อแม่ เฉินเกอเองก็เข้าใจ
“แม่ เมื่อกี้พวกเราเจอกันแล้วค่ะ!”
เฉินล๋านมองเฉินเกอแล้วยิ้มขึ้นบางๆ
“เจอหน้ากันแล้ว? ฮ่าๆ อย่างนั้นก็ดีๆ เสี่ยวเกอ เสี่ยวล๋านเธอเป็นคู่หมั้นของลูก!”
วันนี้เห็นได้ชัดว่าเฉินจิ้นตงอารมณ์ดีมาก พูดออกมาตรงๆ
คุณแม่หยางยู่ผิงกลับยื่นมือออกไปหยิกเฉินจิ้นตง ยังไงเสียเฉินเกอเองก็มีแฟนสาวอยู่แล้ว แถมเรื่องที่แฟนสาวเกิดเรื่อง พวกเขาเองก็รู้ดี
ตอนนี้พูดเรื่องนี้ออกมาตรงๆ ดูเหมือนว่าจะยังเร็วไปหน่อย
ส่วนเฉินเกอก็แค่ตกตะลึงไปชั่วขณะ
คิดไม่ถึงว่าพี่ล๋านที่อ่อนโยนและสง่างามจะเป็นถึงคู่หมั้นของตัวเอง ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมคนอื่นถึงเรียกเธอว่าคุณนายน้อย
แถม พี่ล๋านยังเหมือนรายการโทรทัศน์แต่ก่อนแบบนั้น เป็นคู่หมั้นของตระกูลเฉินตั้งแต่ยังเด็ก
อายุก็โตกว่าตัวเองประมาณสี่ปี
เฉินเกอไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่า เรื่องแบบนี้จะมาเกิดขึ้นกับตัวเอง
แถมดูท่าทาง เพื่อที่จะเลี้ยงดูพี่ล๋านจะพูดได้ว่าครอบครัวต้องใช้ความพยายามเป็นอย่างมาก
“เสี่ยวเกอ นายนั่งลงสิ!”
เฉินล๋านหน้าแดง สั่งให้เฉินเกอนั่งลง รวมทิชชูมาเพื่อที่จะเช็ดคราบน้ำชาบนตัวของเฉินเกอ
“ไม่ต้องแล้วครับพี่ล๋าน ผมจัดการเองดีกว่า!”
ในใจของเฉินเกอรู้สึกว่าแปลกๆ แล้วรีบหยิบทิชชูมา
ใช่สิ ตัวเองกับพี่ล๋านไม่เคยมีเรื่องราวอะไรร่วมกันเลย
แถมพี่ล๋านยังโตกว่าตัวเองตั้งสามสี่ปี
ถึงแม้ว่าหน้าตาของพี่ล๋านจะงามจนล่มเมือง แต่ว่าความรู้สึกแปลกๆนี้ก็ไม่อาจจะทำให้เฉินเกอมองข้ามไปได้
โดยเฉพาะหลังจากที่งานไหว้บรรพบุรุษเสร็จแล้ว
เฉินเกอมีห้องเป็นของตัวเอง
ยังไงต่อล่ะ ห้องของตัวเองก็โดนพี่ล๋านเข้ามาอยู่ได้หลายปีแล้ว
เป็นแม่ที่จัดการให้เธอมาอยู่ที่นั่น
ไม่กี่วันก่อน พี่สาวกับตัวเองแล้วก็มู่หานเกิดเรื่องบางอย่างที่ก่างเต่า เธอบอกว่า ตัวเองกับมู่หานมีปัญหาการอยู่ร่วมกัน
ด่านของพ่อแม่ด่านนั้นก็ผ่านไม่ได้แล้ว
ตอนนั้นเฉินเกอยังไม่เข้าใจ
แต่ว่าตอนนี้ดูเหมือนว่าจะเข้าใจแจ่มแจ้งแล้ว ที่แท้พ่อแม่หาภรรยาให้ตัวเองเรียบร้อยตั้งนานแล้ว
“พี่ล๋าน ผมไปนอนที่ห้องอื่นนะครับ พี่ชินกับการอยู่ที่นี่แล้วอยู่ที่นี่ต่อไปดีกว่า! งานไหว้บรรพบุรุษวันนี้ พี่เหนื่อยมาทั้งวันแล้ว พักผ่อนนะครับ เลิกทำงานได้แล้ว!”
ต่อหน้าเฉินล๋าน เฉินเกอก็ไม่รู้ว่าควรจะพูดอะไร
แต่ว่าเห็นท่าทางพี่ล๋านจะไปฉันการปูที่นอนให้ตัวเอง เฉินเกอก็ตกใจเลิ่กลั่ก แล้วรีบพูดขึ้น
ก็ได้ยินคนเขาพูดกัน พี่รู้ว่านายกำลังหาที่ให้เธออยู่ พี่จะช่วยนายเอง!”
เฉินล๋านพูด
คิดไม่ถึงเลยว่าพี่ล๋านจะพูดอะไรแบบนี้ออกมา
แต่ว่าเฉินเกอก็แค่พยักหน้า “ขอบคุณครับพี่ล๋าน!”
หลังจากที่พูดจบ เฉินเกอก็ยืนอยู่ในห้อง จากนั้นก็เดินออกไป
มู่หานเพิ่งจะเกิดเรื่อง ในใจของเฉินเกอก็รู้สึกผิดอย่างมาก
เขาไม่มีอารมณ์จะไปคบหาดูใจกับใครคนไหน
แถมหาซูมู่หานไม่เจอแค่หนึ่งวัน ใจของเฉินเกอก็ไม่สบายใจไปทั้งวัน
จะว่าไปแล้ว ลองถามแบบนี้สำหรับพี่ล๋านมันยุติธรรมไหม?
ตระกูลเฉินเลี้ยงดูพี่ล๋านนั่นไม่ผิด แต่ว่าพี่ล๋านก็มีสิทธิ์ในการตัดสินใจเหมือนกันถึงจะถูก
ทำไมจะต้องใช้เวลากับคนที่ไม่ได้มีแต่ความผูกพันกันเลยแม้แต่น้อย ทั้งยังเป็นผู้ชายที่อายุน้อยกว่าเธอตั้งหลายปีด้วย?
คืนนี้เฉินเกอลองหาห้องนอนของแขกว่างๆห้องหนึ่งนอนไปก่อน
พอเช้าวันถัดไปตื่นขึ้นมา
ตอนที่ลืมตา ก็เห็นว่าที่หัวเตียงมีสูทวางเอาไว้อย่างเรียบร้อย มีทั้งสามสีรวมไปถึงพวกรองเท้าหนังต่างๆ
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ทายาทเศรษฐีฉบับหนุ่มจน
เรื่องนี้มีอัพต่อไหมครับ...
เอาข้อศอกแปลเหรอครับมั่วไปหมดแทนนามหญิงเป็นคำว่าผมเฉย...
กูงงกับการเขียนบทให้พระเอก,รวยมีเงิน,มีรถมีทุกอย่างแล้วก่อยังเขียนให้ดูโง่โดนดูถูกตลอดเวลา,คนเขียนบทมีปมปะเนี่ย...
555เขียนบทให้ตัวเอกโง่ดีครับ...
แล้วจะเขียนบทให้ตัวเอกโง่ไปถึงไหนละครับ...
เขียนแบบทำให้ตัวพระเอกโดนดูถูกมากไปหน่อยอ่านแล้วรำคาญ...
รออัพเดท เรื่องนี้จะมีการอัพเดทอีกไหมค่ะ...