บทที่ 431 เฉินเกอคือคุณชายเฉิน
“ใครเหรอ?”
ทุกคนต่างหันมามองหน้าซึ่งกันและกัน
“ผู้จัดการหู!”
ในเวลานี้เอง ผู้จัดการหูก็ได้ใช้ประโยชน์จากช่องว่างตรงนี้ และมาถึงที่แผนกต้อนรับแขกวีไอพี
หยางยู่ถิงยิ้มและพูดขึ้นทันทีว่า
“ขอโทษด้วยประธานหยาง วันนี้มีเรื่องค่อนข้างเยอะ และต้อนรับได้ไม่ค่อยดีเท่าไหร่นัก ต้องขออภัยด้วย!”
ผู้จัดการหูกล่าว
“คุณก็ว่าไป แต่ละวันบริษัทซิ่นเฟิงกรุ๊ปมีเรื่องยุ่งเยอะขนาดนี้ และคุณก็ยังหาเวลาว่างมาโดยเฉพาะ ต้องขอขอบคุณคุณมากจริง ๆ!”
หยางยู่ถิงกล่าว
“เฮ้อ แต่ว่าประธานหยาง เรื่องนั้นที่คุณพูดมา เรื่องการเสนอราคา ฉันได้ถามแล้ว แต่ว่าช่วงนี้ประธานจ้าวผู้อยู่เบื้องบนของเรายังไม่มีเวลาดู ซึ่งคงต้องรอต่อไปอีกสักหน่อย !”
“ได้ ทั้งหมดฟังของผู้จัดการหู!”
หยางยู่ถิงจำเป็นต้องพูดอย่างถ่อมตัว
ส่วนผู้จัดการหู เขามองไปที่นาฬิกาตรงข้อมือของตัวเอง
แล้วพูดอย่างอดสงสัยไม่ได้ว่า:“น่าแปลกใจจัง ประธานจ้าวบอกว่าเวลานี้เขาน่าจะมาถึงแล้วนิ แต่ทำไมยังไม่มานะ?”
ผู้จัดการหูมองที่ทางเข้าของประตู
“ผู้จัดการหู คุณกำลังรอใครอยู่เหรอ?”
พนักงานแผนกต้อนรับสาวเสี่ยวหลิวถามขึ้น
“ใช่แล้ว ฉันกำลังจะหาคุณพอดี คุณรีบไปช่วยฉันเช็กที่หน้าเคาน์เตอร์หน่อยว่า ตอนนี้คุณหนูหยางเสี่ยวเป้ยมาถึงหรือยัง?”
จู่ ๆผู้จัดการหูก็นึกขึ้นได้ หรือว่าคุณหนูหยางจะมาถึงตั้งแต่เช้าแล้ว?
จึงเกิดคำถามเช่นนี้ขึ้น
“คุณหนูหยางเสี่ยวเป้ย?”
พนักงานต้อนรับสาวเสี่ยวหลิวตะลึง จากนั้นมองไปที่หยางเสี่ยวเป้ยที่ยืนอยู่ด้านข้าง
ส่วนหยางยู่ถิงและโกวหรูพวกเธอ ต่างก็ยิ่งตกตะลึงกันไปใหญ่ พระเจ้า ผู้จัดการหูหาหยางเสี่ยวเป้ยทำไม?
“ผู้จัดการหู เธอ……เธอคนนี้แหละที่มีชื่อว่าหยางเสี่ยวเป้ย!”
เสี่ยวหลิวชี้ไปที่เสี่ยวเป้ยแล้วกล่าว
“อะไรนะ?”
ใบหน้าของผู้จัดการหูเปลี่ยนไปกะทันหัน และรีบเดินไปที่ตรงหน้าของหยางเสี่ยวเป้ยอย่างรวดเร็ว
“คุณคือคุณหนูหยางเหรอ ผู้จัดการใหญ่จ้าวคังกับคุณ……?”
“อืมๆ ใช่ ฉันมาหาผู้จัดการใหญ่จ้าวคัง!”
หยางเสี่ยวเป้ยพยักหน้าและกล่าว
และแล้วก้อนหินก้อนใหญ่ที่อยู่ภายในใจของเธอก็ได้วางลงในที่สุด
นั่นน่ะสิ พี่ชาย(ลูกพี่ลูกน้อง)จะหยอกเล่นเรื่องใหญ่แบบนี้กับตัวเองได้อย่างไรล่ะ และเขาบอกว่ามีวิธี ก็ต้องมีวิธีอย่างแน่นอน
“ไอหย๊า!”
ผู้จัดการหูตบไปที่ต้นขาของตนเอง“คุณหนูหยาง ไม่คิดว่าคุณจะมาถึงก่อน ฉันเป็นคนที่ผู้จัดการใหญ่จ้าวคังสั่งให้มารอต้อนรับคุณโดยเฉพาะ!”
ในเวลานี้เอง ทุกคนต่างก็ตกตะลึงกันหมด
ยิ่งไปกว่านั้นปากของโกวหรูอ้าจนสามารถยัดไข่ไก่เข้าไปด้านในได้เลย
“ผู้จัดการหู คุณแน่ใจเหรอว่าไม่ได้พลาดพลั้ง ทางบริษัทมีคนที่ชื่อจ้าวคังจริงเหรอ?”
โกวหรูกล่าวอย่างไม่เชื่อ
ส่วนหยางเหยียนกับหยางเย่ต่างก็มองไปที่หยางเสี่ยวเป้ยด้วยความอิจฉา
“เขาคือผู้จัดการใหญ่คนหนึ่งของเรา ปกติเขาเป็นคนที่ไม่ค่อยโอ้อวด นอกจากนี้ คุณหญิงโกว คุณเรียกชื่อของผู้จัดการใหญ่เราโดยตรงแบบนี้คงจะไม่ค่อยดีเท่าไหร่หรอกมั้ง?”
ผู้จัดการหูกล่าวด้วยสีหน้าที่สะดุ้งและตกใจ
ผู้จัดการใหญ่ของบริษัทมีหลายคน และแน่นอนว่าพวกเขาจะไม่เปิดเผยตัวตนของพวกเขาต่อหน้าพนักงานระดับล่างอย่างง่ายดาย
และนี่ก็คือที่มาของเจ้านายผู้ที่อยู่เบี้องหลัง
“ขอโทษ ต้องขอโทษจริง ๆ!ฉันแค่อยากจะตักเตือนคุณว่า อย่าพลาดพลั้งเด็ดขาด และหยางเสี่ยวเป้ยคนนี้ เป็นเพียงแค่พนักงานเล็ก ๆคนหนึ่งของบริษัทเราเท่านั้น เพราะอะไรผู้จัดการใหญ่อย่างจ้าวคังถึงต้องต้อนรับเธอโดยเฉพาะ?”
โกวหรูกล่าว
“อันนี้คุณคงต้องถามผู้จัดการจ้าวเองแล้ว คุณหนูหยาง คุณมาที่นี่เพื่อคุยเรื่องโครงการใช่หรือเปล่า?”
ผู้จัดการยิ้มและกล่าวอย่างสุภาพ
หยางเสี่ยวเป้ยพยักหน้าอย่างหนัก
“เหอะๆ ถ้าเช่นนั้นก็ดี ผู้จัดการจ้าวคังได้เตรียมพิธีเซ็นสัญญาเพื่อคุณอยู่ที่ชั้นบนแล้ว ถ้าคุณไม่มีปัญหาอะไร เราก็ขึ้นไปเซ็นสัญญากันเถอะ?”
“หืม?เซ็นสัญญาตอนนี้เลยเหรอ?”
หยางเสี่ยวเป้ยตกตะลึงเล็กน้อย
เดิมที เป็นเพราะว่าพี่ชายลูกพี่ลูกน้องของตัวเองมีความสัมพันธ์แบบเพื่อนร่วมชั้นอย่างหยางเย่ และหลังจากที่ตัวเองมาถึงก็ต้องพยายามเพื่ออธิบายและเจรจาต่อรองเอง
แต่ไม่คิดว่า จะราบรื่นขนาดนี้
อีกอย่างไม่คิดว่าความสัมพันธ์ของพี่ชายลูกพี่ลูกน้องของเธอ คือหนึ่งในผู้จัดการใหญ่ของบริษัทซิ่นเฟิงกรุ๊ป?
หญิงสาวต้อนรับที่มีมารยาทคนหนึ่งได้เดินเข้ามารับกระเป๋าของหยางเสี่ยวเป้ย จากนั้นทุกคนก็ขึ้นไปที่ชั้นบนโดยตรง
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ทายาทเศรษฐีฉบับหนุ่มจน
เรื่องนี้มีอัพต่อไหมครับ...
เอาข้อศอกแปลเหรอครับมั่วไปหมดแทนนามหญิงเป็นคำว่าผมเฉย...
กูงงกับการเขียนบทให้พระเอก,รวยมีเงิน,มีรถมีทุกอย่างแล้วก่อยังเขียนให้ดูโง่โดนดูถูกตลอดเวลา,คนเขียนบทมีปมปะเนี่ย...
555เขียนบทให้ตัวเอกโง่ดีครับ...
แล้วจะเขียนบทให้ตัวเอกโง่ไปถึงไหนละครับ...
เขียนแบบทำให้ตัวพระเอกโดนดูถูกมากไปหน่อยอ่านแล้วรำคาญ...
รออัพเดท เรื่องนี้จะมีการอัพเดทอีกไหมค่ะ...