บทที่591 การเปลี่ยนแปลงของหยุนฉิง
เฉินเกอไม่กล้าจะจินตนาการต่อไป โดยเฉพาะการที่วิ่งหนีไปในความมืดจนหาร่องรอยไม่เจจอแบบนั้น
ยิ่งเหมือนกับระเบิดลูกหนึ่งที่ดังอยู่ในหัวของเฉินเกอ
“จริงสิ เถียเฉิงล่ะ?”
จู่ๆ เฉินเกอตั้งนึกขึ้นมาได้
“เซ่งจู้น้อยกำลังอยู่ในอาการสลบไสล เขาได้รับบาดเจ็บเฉพาะด้านนอก ช่วงขาได้รับความเสียหายเป็นอย่างมาก ไม่เกินครึ่งเดือนที่แล้วเขาฟื้นขึ้นมาแล้วครับ ตอนนี้ยังไม่สามารถลงจากเตียงได้!”
บอดี้การ์ดพูด
“อย่างนั้นก็ดี!”
กับเถียเฉิงก็เป็นการแสดง แต่ว่าในตอนที่ตัวเองกำลังจะสลบไป เถียเฉิงเสี่ยงตายเพื่อมาปกป้องตัวเองไว้ ทำให้ในใจเฉินเกอทราบซึ้งมากๆ
“นอกจากพวกสองคน พวกคุณได้พบคนอื่นๆอีกหรือเปล่า? คุณกู่หยูเซียวล่ะ ได้ตรวจเจอสัญญาณของเธอบ้างหรือเปล่า?”
เฉินเกอถาม
“คุณชายเฉิน พวกเรายังตั้งใจค้นหาโดยเฉพาะเจ็ดวันเจ็ดคืน แต่กลับไม่พบร่องรอยอะไรของคุณกู่เลยครับ!”
พวกบอดี้การ์ดพูดขึ้น
เฉินเกอฟังจบ ภายในใจก็กล่าวโทษตัวเอง
ที่จริงเธอลงไปทะเล ตัวเองต้องเป็นคนปกป้องเธอ
แต่ว่า แม้แต่บอดี้การ์ดยังเกือบจะทำไม่ได้ ยิ่งไปกว่านั้นยังทำให้ไม่รู้ว่ากู่หยูเซียวเป็นหรือตายก็ยังไม่รู้
ถ้าเกิดเธอไม่ตามตัวเองมา ไม่แน่ว่าอาจจะไม่เป็นอะไร
เฉินเกอกำหมัด
ตอนแรกคิดว่าความสามารถของตัวเองในตอนนี้ สามารถที่จะทำอะไรก็ได้บนโลก
แต่คิดไม่ถึงเลยว่า แต่ว่าไร้ซึ่งความหวัง ตัวเองหลอกตัวเองทั้งนั้น
บุปผาผีเล็กๆสองสามดอก จัดการเสียจนตัวเองไร้ซึ่งเรี่ยวแรง ถ้าไม่ใช่เพราะได้จัดการเตรียมคนไว้ล่วงหน้า เกรงว่าตัวเองก็คงจะลงไปนอนเป็นศพอยู่ที่ก้นทะเล
น่าเสียดายที่สุด ก็คือกู่หยูเซียวแล้ว
ขอโทษ!
เฉินเกอหน้าซีด
มองเห็นสีหน้าแบบนี้ของเฉินเกอ
สีหน้าดีใจเมื่อกี้ของฟางเจี่ยนนันก็หายไปในพริบตา มีเพียงแค่ความเศร้าที่ไร้จุดสิ้นสุด
ทำไมเธอถึงได้โชคดีขนาดนี้นะ ทำให้เฉินเกอคิดถึงได้ขนาดนี้
เหอะๆ ถ้าเป็นตัวเอง เฉินเกอก็คงจะไม่เสียใจสินะ?
เฉินเกอประเมินโลงศพอมตะตรงหน้า ดูลักษณะแล้ว โลงศพอมตะไม่เหมือนกับของปลอม
ที่ตัวเองช่วยมา ตกลงใช่หรือไม่ใช่หญิงสาวชุดขาวนะ?
ตอนนี้ปัญหาต่างๆกองซ้อนทับกัน คุณปู่รู้ความเป็นไปเป็นมาของบุปผาผีดี รอจนเจอคุณปู่ เชื่อว่าจะต้องรู้หนึ่งในความเชื่อเรื่องนี้แน่ๆ
จริงสิ ตอนนี้เวลาหนึ่งเดือนครึ่งผ่านไปแล้ว เส้นทางแห่งงานนัดหมายน้ำมนต์ศักดิ์สิทธิ์ของคุณปู่ ได้เปิดให้ใช้ตั้งนานแล้ว
ไม่รู้เหมือนกันว่าคุณปู่กับพวกปรมาจารย์ สถานการณ์ตอนนี้เป็นยังไงบ้าง
ตอนแรกที่นัดกัน เป็นหลังจากช่วงนี้ที่พบศพผู้หญิง ก็ไปบอกพวกคุณปู่พร้อมๆกัน
แต่ตอนนี้ ศพผู้หญิงก็ไม่รู้ว่าหายไปไหนแล้ว.......
ปังๆๆ!
อยู่ๆ ด้านนอกแมนชั่น ก็มีเสียงบอดี้การ์ดร้องขึ้นด้วยความทรมาน
หลังจากนั้นก็ตามมาด้วยเสียงประตูไม้หักดังขึ้น
“คุณทำอะไร? ไม่ได้นัดก่อนเข้ามาไม่ได้!”
เฉินเกอรีบวิ่งออกไป
พอมอง บอดี้การ์ดของตัวเองกำลังยืนประจันหน้ากับหญิงสาวอายุราวๆยี่สิบปี
บอดี้การ์ดราวๆสิบคน กำลังนอนกุมหน้าอกตัวเองอยู่บนพื้น โดนทำร้ายร่างกายอย่างสาหัส
ส่วนหญิงสาวใบหน้าเย็นชา ท่าที่คนใหม่อย่าเข้ามายุ่ง
“รนหาที่ตาย!”
พวกบอดี้การ์ดพุ่งตัวกันไปข้างหน้า
ตู้ม!
มองหญิงสาวคนนี้ยกมือขึ้นมาแล้วโบก แต่ละคนก็ราวกับว่าวที่เชือกขาด ล้มลงกันราบคาบ
“ถอย!”
เฉินเกอมองสถานการณ์ตรงหน้า เปลือกตาก็กระตุกขึ้นมาอย่างแรง
รีบออกคำสั่งก่อนที่ลูกน้องตัวเองจะลงมืออีก
หญิงสาวคนนี้แต่งหน้า อายแชโดว์เป็นสีม่วงและสีดำ ลิปสติกก็สีค่อนข้างเข้ม
ท่าทางของเธอสวยมากๆ
ส่วนตอนนี้เฉินเกอเพิ่งเห็นชัดๆ เธอ กลับกลายเป็นหยุนฉิง
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ทายาทเศรษฐีฉบับหนุ่มจน
เรื่องนี้มีอัพต่อไหมครับ...
เอาข้อศอกแปลเหรอครับมั่วไปหมดแทนนามหญิงเป็นคำว่าผมเฉย...
กูงงกับการเขียนบทให้พระเอก,รวยมีเงิน,มีรถมีทุกอย่างแล้วก่อยังเขียนให้ดูโง่โดนดูถูกตลอดเวลา,คนเขียนบทมีปมปะเนี่ย...
555เขียนบทให้ตัวเอกโง่ดีครับ...
แล้วจะเขียนบทให้ตัวเอกโง่ไปถึงไหนละครับ...
เขียนแบบทำให้ตัวพระเอกโดนดูถูกมากไปหน่อยอ่านแล้วรำคาญ...
รออัพเดท เรื่องนี้จะมีการอัพเดทอีกไหมค่ะ...