เข้าสู่ระบบผ่าน

ทะลุมิติ เปลี่ยนชะตา ชีวิตนี้ของข้าต้องรุ่งโรจน์ นิยาย บท 175

บทที่ 175 ข้าผิดไปแล้ว

ชิ่งมู่หลานบอกว่านางไม่ใช่นักดื่ม ผลก็คือนางดื่มไปไม่น้อยและฟุบลงไปบนโต๊ะในขณะที่ยังกินข้าวไม่เสร็จ ท้ายที่สุดอาเหมยก็ต้องมาแบกนางกลับไป

หลังจากถังตงตงกินอิ่ม นางก็ตั้งใจจะไปที่โรงงานสิ่งทอตามปกติ ดังนั้นนางจึงออกไปพร้อมกับอาเหมย

เสี่ยวเอ๋อเองก็หาวและแยกตัวกลับไปนอนที่ห้อง

โจวจิ่นดื่มเหล้าไปสองสามอึก ใบหน้าของนางจึงแดงเล็กน้อย เปลือกตาของนางกระตุกเบา ๆ แต่นางก็ยังไม่กล้ากลับออกไปจนกระทั่งจินเฟิงเอ่ยปาก นางจึงทำความเคารพอาจารย์ก่อนที่จะจากไปอย่างสุภาพ

ตอนนี้จึงเหลือเพียงกวานเสี่ยวโหรวและรุ่นเหนียงที่อยู่ในห้องเท่านั้น

จินเฟิงเห็นเถี่ยฉุยยืนอยู่ที่ประตูและดวงตาของเขาก็มองเข้ามาในห้องตลอดเวลา จินเฟิงจึงตะโกนเรียก “เถี่ยฉุยเข้ามานี่หน่อย!”

เถี่ยฉุยแอบตบตัวเองเบา ๆ แล้วเดินเข้าไปในบ้านโดยก้มหัวลง

ชนชั้นในต้าคังนั้นเป็นเรื่องที่เข้มงวดมาก ช่วงนี้มีสมาชิกในครอบครัวที่เป็นสตรีจำนวนมากอยู่ในห้อง และเขาก็มักจะแอบดูข้างในอยู่บ่อยครั้ง ตามมารยาทต้าคัง พฤติกรรมนี้ถือว่าหยาบคายมาก

หากพบเจ้านายที่ดุร้าย บ่าวรับใช้อาจถูกทุบตีด้วยไม้จนตาย หรืออาจโดนบทลงโทษต่าง ๆ ตามกฎของแต่ละบ้าน

ปกติแล้วเถี่ยฉุยปฏิบัติหน้าที่ของตนเองได้ดีเสมอมา แต่วันนี้กลิ่นของสุราปลุกเร้าความโลภในท้องของเขา และเขาก็ลืมกฎเกณฑ์ไปชั่วขณะ

เถี่ยฉุยเตรียมพร้อมที่จะถูกทุบตี จากนั้นก็ได้ยินจินเฟิงถามว่า “คนงานกะกลางคืนมาหรือยัง?”

“มาแล้ว เพิ่งเข้ากะเมื่อครู่” เถี่ยฉุยตอบ

“เช่นนั้นเจ้าเลิกงานแล้วเหตุใดยังไม่กลับไปพักผ่อนอีก?” จินเฟิงถาม

เรือนสี่ประสานที่จินเฟิงอาศัยอยู่มีสถานที่สำคัญต่าง ๆ เช่น โรงหลอมเหล็กและโรงงานสิ่งทอ ซึ่งจะมีทหารผ่านศึกเฝ้าเวรตลอดทั้งวันทั้งคืน

รวมถึงคนอีกกลุ่มหนึ่งที่ปฏิบัติหน้าที่ในตอนกลางคืนเช่นกัน ได้แก่ กองกำลังคุ้มกัน

เถี่ยฉุยเป็นหัวหน้าผู้คุ้มกันส่วนตัวของจินเฟิง โดยพื้นฐานแล้วเขาจะเข้ากะกลางวัน

หากจินเฟิงต้องทำงานล่วงเวลาในโรงหลอมเหล็กตอนกลางคืน เถี่ยฉุยก็จะนอนข้างประตู เพื่อเตรียมพร้อมอยู่ตลอดเผื่อว่าจินเฟิงจะเรียกใช้งาน

แต่ถ้าจินเฟิงไม่ออกไปข้างนอกตอนกลางคืน เถี่ยฉุยก็จะไม่ต้องเข้างาน และจะมีคนจากกะกลางคืนเข้ามารับช่วงต่อแทน

“ข้ารอท่านอาจารย์เข้านอนเสียก่อน ข้าจึงจะกลับออกไป” เถี่ยฉุยกล่าว

“ในเมื่อเจ้ายังไม่กลับ เช่นนั้นกินอะไรเล็กน้อยก่อนกลับสิ”

จินเฟิงกล่าวว่า “รุ่นเหนียง เจ้านำเนื้อตุ๋นและเครื่องเคียงมาหน่อย”

“ได้!”

รุ่นเหนียงรีบเก็บจานและตะเกียบที่ใช้แล้วบนโต๊ะออกไปอย่างรวดเร็ว จากนั้นจึงเข้าไปในครัวเพื่อนำเครื่องเคียงออกมาสองจานและหม้อเนื้อตุ๋น

“สามี เจ้าคุยกับเถี่ยฉุยไปก่อนนะ ข้าจะไปดูเสี่ยวเอ๋อ”

กวานเสี่ยวโหรวรู้ว่าจินเฟิงมีบางอย่างจะพูดกับเถี่ยฉุย นางจึงพยักหน้าให้เถี่ยฉุยเล็กน้อย จากนั้นจึงเดินตามรุ่นเหนียงออกไป

“นั่งลงแล้วกินก่อนเถิด”

จินเฟิงชี้ไปที่เก้าอี้

แม้ว่าจินเฟิงจะไม่สนใจเกี่ยวกับมารยาทของต้าคัง แต่เขาก็มักจะไม่ขอให้ผู้คุ้มกันมาร่วมโต๊ะด้วยกันเวลากินข้าว

เนื่องจากชายหนุ่มชอบบรรยากาศมื้ออาหารแบบสบาย ๆ ของครอบครัว การเรียกผู้คุ้มกันมาร่วมโต๊ะด้วยกันจึงไม่เหมาะเท่าไร

ประการที่สองคือเพราะเขามีผู้คุ้มกันมากเกินไป การเรียกคนนั้นไม่เรียกคนนี้จะดูไม่ดีเท่าไร

นี่เป็นครั้งแรกที่เถี่ยฉุยได้กินอาหารร่วมโต๊ะกับจินเฟิง แต่แทนที่จะรู้สึกมีความสุข เขากลับกังวลเล็กน้อยและพูดตะกุกตะกัก

“ท่านอาจารย์ ข้าผิดไปแล้ว ท่านอาจารย์จะทุบตีข้าก็ย่อมได้ ข้ายอมรับ… ข้าไม่กินข้าวแล้วก็ได้…”

“เหตุใดข้าต้องทุบตีเจ้าด้วย?”

จินเฟิงพูดว่า “เลิกงานแล้วมิใช่หรือ? พอดียังมีเหล้าเหลือ เดิมทีข้าอยากให้เจ้าได้ลอง แต่หากเจ้าไม่อยากดื่มก็ช่างเถิด…”

เขายื่นมือออกไปดันไหเหล้าออก แล้วผลักจอกดินเผาที่อยู่หน้าเถี่ยฉุยเล็กน้อย “อย่าเพิ่งดื่ม ลองชิมอาหารฝีมือของรุ่นเหนียงดูก่อนสิ”

“ข้าขอบคุณท่านอาจารย์”

เถี่ยฉุยคีบเนื้อตุ๋นขึ้นมาหนึ่งชิ้นแล้วใส่เข้าไปในปาก จากนั้นก็ยกนิ้วโป้งขึ้นพร้อมกับเบิกตากว้างและเอ่ยด้วยความประหลาดใจ “มันรสชาติดีมาก ไม่แปลกใจเลยที่แม่นางมู่หลานที่มาจากครอบครัวมีฐานะจะเอ่ยชื่นชมทุกวัน ฝีมือของรุ่นเหนียงดีมากเลย!”

“ถึงแม้เจ้าอยากจะเอาใจรุ่นเหนียง แต่ก็ไม่จำเป็นต้องพูดเกินจริงขนาดนั้นใช่หรือไม่?”

จินเฟิงมองไปที่การแสดงออกที่เกินจริงของเถี่ยฉุยและอดไม่ได้ที่จะคิดถึงผู้ที่มารับประทานอาหารในการ์ตูนเรื่อง ‘ยอดกุ๊กแดนมังกร’*[1]

“ท่านอาจารย์ ข้าไม่ได้พยายามเอาใจรุ่นเหนียงจริง ๆ แต่ข้าพูดตามเนื้อผ้า”

เถี่ยฉุยทุบหน้าอกของเขาแล้วพูดต่อ “ข้าเองก็ออกเดินทางมามาก นี่เป็นครั้งแรกที่ข้าได้กินเนื้อตุ๋นแสนอร่อยเช่นนี้ มันมีกลิ่นหอมเฉพาะตัว เมื่อกินเนื้อตุ๋นของรุ่นเหนียงแล้วก็คิดถึงเนื้อตุ๋นที่ภรรยาของข้าทำ มันแทบไม่มีรสชาติเลย น่าเสียดายเนื้อยิ่งนัก กลับไปข้าคงต้องจัดการกับนางเสียแล้ว!”

“เรื่องนี้โทษภรรยาของเจ้าไม่ได้หรอก” จินเฟิงพูดด้วยรอยยิ้ม “เนื้อตุ๋นนี้มีเครื่องเทศมากมายจึงช่วยดึงรสชาติของเนื้อออกมาได้ตามธรรมชาติ”

เครื่องปรุงที่สามารถนำมาปรุงรสได้มีน้อยมาก เครื่องเทศหลายชนิดที่หูซาง*[2] เดินทางหลายพันลี้ข้ามน้ำข้ามทะเลมาขายมีราคาแพงและคนธรรมดาก็ไม่สามารถซื้อได้

เครื่องเทศที่ใช้ในหม้อเนื้อตุ๋นของจินเฟิงจึงมีราคาแพงกว่ากระต่ายหลายเท่า

แต่ปกติแล้วคนธรรมดาไม่ได้ต้องการเครื่องเทศเหล่านี้มากนัก เพราะโอกาสที่พวกเขาจะได้กินเนื้อสัตว์นั่นถือว่าน้อยมาก และเมื่อใดที่พวกเขาได้กินเนื้อสัตว์ แม้ว่าจะไม่ผ่านการปรุงรสใด ๆ พวกเขาก็ยังสามารถเคี้ยวกระดูกจนเป็นกากและกลืนลงท้องไปได้

“ไม่น่าแปลกใจเลยที่รสชาติของมันอร่อยมาก ที่แท้ก็มีเครื่องเทศหายากนี่เอง”

ทันใดนั้นเถี่ยฉุยก็ตระหนักได้ เมื่อเขากินเนื้ออีกครั้ง เขาไม่ได้กลืนมันลงอึกใหญ่อีกต่อไป แต่เคี้ยวมันช้า ๆ เพื่อที่จะได้ลิ้มรสอย่างพิถีพิถัน

“เจ้าคิดว่าเหล้าของข้าเป็นอย่างไรบ้าง?”

จินเฟิงถามต่อ “ข้าอยากได้ยินความจริง”

[1] ยอดกุ๊กแดนมังกร : หรือชื่อในภาษาญี่ปุ่นว่า ชูกะอิจิบัง เป็นมังงะในประเทศญี่ปุ่น เขียนโดย เอ็ตสึซิ โอกาวะ เปิดตัวเมื่อปี ค.ศ. 1995

[2] หูซาง (胡商) : พ่อค้าจากตะวันตกที่ข้ามมาทำการค้ายังที่ราบภาคกลาง (จงหยวน)

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ทะลุมิติ เปลี่ยนชะตา ชีวิตนี้ของข้าต้องรุ่งโรจน์