บทที่ 180 มีโจร
“ฆ่าจินเฟิง?”
หัวหน้าโจรเกาหัว “แต่จินเฟิงเข้าเมืองไปแล้ว!”
“เพราะเหตุนี้ นี่จึงเป็นโอกาสดีของเรา!”
จ้าวเสี้ยนเว่ยกล่าวว่า “ตอนนี้ซีเหอวานไม่ใช่สถานที่ที่จะทำลายได้ง่าย ๆ อีกต่อไป ไม่ต้องพูดถึงสามร้อยคนหรอก ข้าให้กำลังคนแก่เจ้าหนึ่งพันคน เจ้าก็ไม่สามารถเอาชนะได้! ยิ่งไปกว่านั้น จินเฟิงยังเป็นเสาหลักของซีเหอวาน หากจินเฟิงยังไม่ตาย เจ้าบุกซีเหอวานไปก็เท่านั้น เขาสามารถสร้างกองกำลังที่แข็งแกร่งขึ้นมาได้ อีกทั้งยังสามารถสร้างสิ่งต่าง ๆ ขึ้นมาได้อีก แต่หากจินเฟิงถูกฆ่าก็จะไม่มีใครจ่ายค่าจ้างให้กับทหารผ่านศึก กองกำลังทหารผ่านศึกจะถูกยกเลิก และจากนั้นก็ถึงเวลาโจมตีซีเหอวาน!”
“ข้าเข้าใจแล้ว!” หัวหน้าโจรยกนิ้วให้ “นายท่าน ท่านยังเป็นผู้รอบคอบเหมือนเคย ข้าจะตามไล่ล่าจินเฟิงเดี๋ยวนี้!”
“ไม่ได้!”
จ้าวเสี้ยนเว่ยกล่าวว่า “เจ้านำคนเดินทางไปตามถนนสายเล็ก ๆ แล้วไปดักรอพวกเขาที่เฮยเฟิงหลิ่ง จากนั้นค่อยลงมือ!”
“เพราะเหตุใด?” หัวหน้าโจรไม่พอใจเล็กน้อย “เฮยเฟิงหลิ่งอยู่นอกเขตจินชวน เราไม่คุ้นเคยกับพื้นที่นี้”
“เจ้าจะไปรู้อะไร?” จ้าวเสี้ยนเว่ยกล่าวว่า “ตอนนี้จินเฟิงเป็นขุนนางแล้ว และเขาก็มีชิ่งไหวคอยหนุนหลัง หากเจ้าถูกจับได้ขึ้นมาทุกอย่างจะจบเห่ ข้าเองก็ไม่สามารถช่วยอะไรเจ้าได้!”
“เป็นนายท่านที่คอยบอกกล่าวข้าเสมอ!”
จู่ ๆ หัวหน้าโจรก็ตระหนักได้ว่า “หากข้าลงมือที่เฮยเฟิงหลิ่ง ใครก็ไม่สามารถมาเอาเรื่องข้าได้”
“ดีที่เจ้าไม่ได้โง่เขลาจนกู่ไม่กลับ!”
จ้าวเสี้ยนเว่ยกล่าวว่า “จำไว้ว่าจินเฟิงเป็นคนบ้า เจ้าไม่ควรทำอะไรบุ่มบ่าม หากไม่สบโอกาสก็ห้ามลงมือ แต่หากเลือกที่จะลงมือก็ต้องทำให้สำเร็จ ต้องฆ่าเขาให้ตาย ไม่เช่นนั้นปัญหาที่ตามมาจะมากมายไม่รู้จบ เข้าใจที่ข้าพูดหรือไม่?”
“นายท่านวางใจได้ ข้าจะพาสหายทั้งหมด รวมไปถึงนักยิงธนูที่นายท่านสนับสนุนไปที่นั่น ข้าจะฆ่าเขาให้สำเร็จ!”
หัวหน้าโจรเอ่ยอย่างมั่นใจพร้อมทุบกำปั้นลงบนหน้าอกของตนเอง
“เหล่าเนี่ย เจ้าไปหาฉินเลี่ยงที่กองพันที่หนึ่ง ให้เขาระดมนักยิงธนูมายี่สิบคนไปฝึกบนเขา”
จ้าวเสี้ยนเว่ยมองไปที่ผู้เฝ้ายาม
“รับทราบ!”
ผู้เฝ้ายามรับคำสั่งและหันหลังออกไป
“พวกเจ้าไปรออยู่นอกเมือง รอให้นักยิงธนูไปถึงแล้วรีบลงมือซะ!”
จ้าวเสี้ยนเว่ยมองไปที่หัวหน้าโจรอีกครั้ง
“นายท่านรอฟังข่าวดีได้เลย ข้าจะไม่ทำให้ท่านผิดหวัง!”
หัวหน้าโจรทุบหน้าอกของเขาแล้วจากไปพร้อมกับพวกพ้อง
…
ทางตอนเหนือของอำเภอจินชวน มีถนนหลวงยาวสองจั้งตัดผ่านภูเขา
นี่คือถนนกวางเหยวียน ซึ่งเป็นถนนสายเดียวจากอำเภอจินชวนไปยังเมืองกวางเหยวียนที่สามารถใช้รถม้าในการเดินทางได้
เวลาประมาณยามเซิน*[1] กองทหารม้าและรถม้าก็ปรากฏตัวขึ้นที่ปลายถนน
“ท่านอาจารย์ ข้างหน้าคือเฮยเฟิงหลิ่ง”
เถี่ยฉุยชี้ไปที่ยอดเขาแล้วพูดว่า “ถ้าอากาศดี เราจะสามารถมองเห็นซีเหอวานเมื่อยืนอยู่ด้านบนสันเขาเฮยเฟิงหลิ่งได้”
“ใกล้ขนาดนี้เชียวหรือ?”
จินเฟิงรู้สึกประหลาดใจ
“ใช่! อันที่จริงเฮยเฟิงหลิ่งอยู่ห่างจากซีเหอวานของเราไปทางเหนือเพียงห้าลี้เท่านั้น” เถี่ยฉุยกล่าว “เพียงแค่เราต้องเดินอ้อมเป็นวงกลม”
จินเฟิงคิดอยู่ครู่หนึ่ง ดูเหมือนว่ามันจะเป็นอย่างนั้นจริง ๆ
พวกเขาเดินไปทางทิศตะวันออกก่อนแล้วจึงเดินไปยังทางทิศตะวันตก แบบนี้เท่ากับว่าพวกเขากำลังเดินอ้อม
“เฮยเฟิงหลิ่งอยู่ใกล้กับซีเหอวานมาก เหตุใดเราไม่เดินทางตรงไปยังเฮยเฟิงหลิ่งเลยเล่า”
กวานเสี่ยวโหรวที่นั่งอยู่ในรถม้าถามอย่างสงสัย
“พี่สะใภ้ นั่นเป็นเพราะว่าเฮยเฟิงหลิ่งมีแม่น้ำอยู่หนึ่งสาย แม้ว่าจะมีความกว้างไม่ถึงยี่สิบจั้ง แต่กระแสน้ำก็เชี่ยวมากและหน้าผาทั้งสองด้านก็สูงชันจนไม่สามารถข้ามไปได้ ดังนั้นเราจึงทำได้เพียงอ้อมเท่านั้น”
เถี่ยฉุยกล่าวต่อ “แต่หากเราข้ามแม่น้ำสายนี้ไป เราก็จะเข้าใกล้ตัวเมืองมาก อาจเข้าไปใกล้เกินกว่าที่ตั้งของจวนว่าการอำเภอด้วยซ้ำ”
พื้นที่บริเวณนี้มีภูเขาไม่น้อยและนี่ถือว่าเป็นเรื่องปกติ
บางครั้งเนินเขาสองลูกที่อยู่ใกล้ ๆ กันจนได้ยินเสียงพูดของอีกฝั่ง หากต้องการเดินทางจากเนินหนึ่งไปอีกเนินหนึ่งจริง ๆ อาจจะต้องอ้อมเป็นเวลาหลายวัน
“หากมีคนสร้างสะพานข้ามแม่น้ำสายนี้ก็คงดี”
กวานเสี่ยวโหรวพูดด้วยรอยยิ้ม “หากเป็นเช่นนั้นในอนาคตเราก็จะสามารถเดินทางเข้าเมืองได้ง่าย ๆ”
เพราะการเดินทางในครั้งนี้มีกวานเสี่ยวโหรว ถังตงตง และเสี่ยวเอ๋ออยู่ในขบวนด้วย จินเฟิงจึงไม่ต้องการให้มีความเสี่ยงใด ๆ
“รับทราบ!”
โหวจื่อตอบรับคำสั่งพร้อมกระโดดลงจากหลังม้าแล้วเดินตรงเข้าไปในป่าทันที
“เตรียมเฝ้าระวัง!”
หลังจากที่เถี่ยฉุยออกคำสั่ง ทหารผ่านศึกและทหารหญิงก็เตรียมหน้าไม้ พร้อมเฝ้าดูบริเวณโดยรอบอย่างระแวดระวัง
“ท่านอาจารย์ เจ้าไม่ได้สวมชุดเกราะขึ้นไปอยู่ในเกวียนเถิด”
เถี่ยฉุยมองไปที่จินเฟิงอีกครั้ง
จินเฟิงรู้ว่าเมื่อมีการต่อสู้เกิดขึ้น เขาจะไม่สามารถช่วยเหลืออะไรได้ และอาจเป็นตัวขัดขวางทหารผ่านศึกเปล่า ๆ ชายหนุ่มจึงขี่ม้าไปหยุดอยู่ข้าง ๆ รถม้า
รถม้าคันนี้ได้รับการปรับปรุงโดยจินเฟิง มีชั้นแผ่นเหล็กประกบอยู่ข้างใน หลังจากปิดหน้าต่าง ลูกธนูธรรมดาก็ไม่สามารถทำอะไรได้
จินเฟิงกระโดดขึ้นไปบนรถม้าและโบกมือให้ชิ่งมู่หลาน “มู่หลาน ขึ้นมา!”
“ข้าสวมชุดเกราะ ข้าไม่เป็นไร”
ชิ่งมู่หลานส่ายหัว
ตอนนี้นางกระตือรือร้นที่จะต่อสู้ นางจะหลบซ่อนได้อย่างไร?
“เกวียนเล่มนี้มีธนูจ้งหนู่ เดิมทีข้าอยากให้เจ้าเป็นผู้ควบคุมมัน แต่ถ้าเจ้าไม่ต้องการ… ก็ไม่เป็นไร”
จินเฟิงส่ายหัวแล้วเข้าไปในรถม้าทันที
“ธนูจ้งหนู่หรือ?!”
ดวงตาของชิ่งมู่หลานเป็นประกาย จากนั้นนางก็รีบกระโดดขึ้นไปบนรถม้า “ท่านอาจารย์ ข้ามาแล้ว!”
“เสี่ยวโหรว พวกเจ้าลุกขึ้นสักครู่เถิด”
จินเฟิงขอให้กวานเสี่ยวโหรว ถังตงตง และเสี่ยวเอ๋อยืนขึ้น พร้อมเปิดแผงที่นั่งของรถม้าและหยิบชิ้นส่วนออกมาทีละชิ้น จากนั้นก็ประกอบเข้าด้วยกันเป็นธนูจ้งหนู่อย่างชำนาญ
อีกด้านหนึ่ง โหวจื่อบุกไปถึงด้านหลังกลุ่มโจรอย่างเงียบ ๆ
[1] ยามเซิน : 15.00-16.59 น.

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ทะลุมิติ เปลี่ยนชะตา ชีวิตนี้ของข้าต้องรุ่งโรจน์