บทที่ 185 แร่ทังสเตน
ลึกเข้าไปในถ้ำ กวานเสี่ยวโหรวและสตรีคนอื่น ๆ รวมไปถึงทหารหญิงกำลังพูดคุยเกี่ยวกับพวกโจรเมื่อครู่ ทันใดนั้นก็เห็นจินเฟิงวิ่งพรวดพราดเข้ามา
“ท่านอาจารย์ แม้ว่าพวกข้าจะเป็นทหาร แต่ท่านคงลืมไปว่าพวกข้าเป็นทหารหญิง?”
ชิ่งมู่หลานพูดด้วยความโกรธ
“สามี…”
กวานเสี่ยวโหรวเองก็ตกตะลึงไปเช่นกัน
จากนั้นจินเฟิงก็เห็นว่าทหารหญิงถอดชุดเกราะออกหมดแล้ว และเสื้อผ้าของพวกนางก็ยังไม่แห้งดีด้วยซ้ำอีกทั้งยังแนบไปกับร่างกายของพวกนางอีก
เมื่อเห็นจินเฟิงเข้ามา ทหารหญิงหน้าบางหลายคนนั่งยอง ๆ อยู่บนพื้น และบางคนก็เริ่มสวมชุดเกราะอย่างเร่งรีบ
“ข้าต้องขอโทษทุกคนด้วย พอดีข้ามีเรื่องด่วนนิดหน่อย”
จินเฟิงรู้ว่าตนเองบุ่มบ่ามเกินไป ดังนั้นเขาจึงรีบเอ่ยขอโทษ
“เรื่องด่วนหรือ?” ชิ่งมู่หลานถามอย่างสงสัย “มีเรื่องด่วนอะไร”
“เสี่ยวเอ๋อเอาหินมาให้ข้าแล้วบอกว่าในถ้ำนี้เต็มไปด้วยหินสีดำ ข้าจะเข้าไปดู”
จินเฟิงเอ่ยพร้อมแบฝ่ามือเพื่อเผยให้อีกฝ่ายเห็นหินที่อยู่ในมือเขา
“มีอะไรผิดปกติเกี่ยวกับหินก้อนนี้อย่างนั้นหรือ?” ชิ่งมู่หลานถาม
“เจ้ารู้หรือไม่ว่าเหตุใดดาบของเจ้าจึงมีสีดำ อีกทั้งยังแข็งและคมกว่าดาบอื่น ๆ?”
จินเฟิงกล่าวต่อ “เป็นเพราะหินเหล่านั้น!”
สิ่งที่บัณฑิตหนุ่มถืออยู่คือแร่ทังสเตนก้อนหนึ่ง
ตอนที่จินเฟิงเก็บข้าวของที่อดีตช่างตีเหล็กทิ้งไว้ เขาบังเอิญพบแร่ทังสเตนสองสามชิ้นจากกองสิ่งของที่ยังไม่ได้ทิ้ง ต่อมาเมื่อเขาสร้างดาบให้ชิ่งไหว เขาก็พยายามเติมผงแร่ทังสเตนลงไป และก็ได้คาร์ไบด์มาโดยไม่ตั้งใจ จินเฟิงจึงนำคาร์ไบด์นี้ไปสร้างดาบทมิฬ
แม้ว่าคาร์ไบด์ที่จินเฟิงสังเคราะห์ได้จะไม่ผ่านมาตรฐานเนื่องจากเงื่อนไขทางเทคนิคที่จำกัด แต่ดาบทมิฬที่ผลิตขึ้นมาก็เพียงพอที่จะเอาชนะดาบที่ต้าคังมีอยู่ทั้งหมดได้
คุณสมบัติที่เด่นที่สุดของคาร์ไบด์คือแข็งแรงและทนทานต่อการสึกหรอ ในยุคสมัยใหม่มักใช้ทำดอกสว่านและเครื่องตัด
ด้วยดอกสว่านที่ทำจากคาร์ไบด์ จินเฟิงสามารถสร้างเครื่องมือกลแบบไฮดรอลิกหรือพลังงานลมแบบดั้งเดิม นั่นไม่เพียงเพิ่มความเร็วในการผลิตเท่านั้น แต่ยังช่วยให้การสร้างเครื่องมือของเขามีความแม่นยำในระดับหนึ่งอีกด้วย
นั่นเป็นเหตุผลที่บัณฑิตหนุ่มตื่นเต้นมาก
และชิ่งมู่หลานก็ตื่นเต้นยิ่งกว่าเขาเสียอีก
“ดาบทมิฬทำมาจากมันหรือ?”
“ใช่!”
จินเฟิงหยิบคบเพลิงขึ้นมา จากนั้นก็นั่งยอง ๆ และสังเกตหินในถ้ำอย่างระมัดระวัง นอกจากนี้ เขายังหยิบหินขึ้นมาสองก้อนและนำมากระแทกกันสองสามครั้ง จากนั้นก็หยิบอีกก้อนขึ้นมาและวางไว้ใต้คบเพลิงเพื่อสังเกตอย่างรอบคอบ
“มู่หลาน เจ้าช่วยคิดวิธีที่ทำให้ข้าสามารถครอบครองเขาลูกนี้ได้หรือไม่?”
จู่ ๆ จินเฟิงก็เงยหน้าขึ้นมองชิ่งมู่หลาน
เพราะไม่ชอบติดหนี้บุญคุณคน ชายหนุ่มจึงไม่ค่อยขอความช่วยเหลือจากชิ่งมู่หลาน แต่คราวนี้เขามีความหวังในใจจริง ๆ
ทังสเตนมีอยู่ทั่วไปในธรรมชาติ และพบได้ในหินหลายชนิด แต่มีปริมาณน้อยจนไม่สามารถหลอมได้
หินในถ้ำนี้มีความแวววาวของโลหะอย่างเห็นได้ชัด บ่งบอกว่ามันมีทังสเตนสูงมาก
ทังสเตนมักจะอยู่ลึกใต้ดิน การเจอทังสเตนที่ไม่ต้องขุดนั้นหาได้ยากยิ่ง จินเฟิงไม่รู้ว่าหากพลาดครั้งนี้ไป ในอนาคตเขาจะเจอมันอีกหรือไม่
แม้ว่าเขาจะต้องเป็นหนี้บุญคุณชิ่งมู่หลาน เขาก็ต้องเอาทังสเตนนี้มาให้ได้!
แต่ชิ่งมู่หลานกลับเกาหัวแล้วถามว่า “ครอบครองหรือ? เจ้าหมายถึงอะไร?”
“ข้าแค่อยากจะครอบครอบยอดเขานี้เพื่อทำการขุดแร่ที่ว่า” จินเฟิงอธิบาย
“เจ้าอยากขุดเหมืองก็ขุดสิ ใครจะมาสนใจเจ้ากันเล่า?”
“ไม่ต้องทำเรื่องขอครอบครองกับทางการหรือ?” จินเฟิงถามด้วยความประหลาดใจ
“หากเจ้าต้องการแร่จากภูเขานี้จริง ๆ ยิ่งไม่ควรแจ้งทางการ”
จากนั้นเถี่ยฉุยก็จำได้ว่าเหตุใดเขาจึงตามเข้ามา
“ไปกินข้าวกันก่อนเถิด”
ว่าจบจินเฟิงก็พาเสี่ยวเอ๋อออกไป
หลังอาหารเย็น ฝนยังตกหนักต่อไปเรื่อย ๆ พวกเขาย่อมไม่สามารถเดินทางในเวลากลางคืนได้อย่างแน่นอน จินเฟิงจึงขอให้หลิวเถี่ยจัดเตรียมทหารผ่านศึกสองคนไว้คอยคุ้มกัน ในขณะที่คนที่เหลือนอนพักเอาแรงอยู่บนพื้นในถ้ำ
ทหารผ่านศึกยังคงอยู่ข้างนอก ส่วนทหารหญิงและครอบครัวของจินเฟิงอยู่ข้างใน
เหล่าทหารผ่านศึกดีหน่อย พวกเขาสู้รบมาอย่างเหน็ดเหนื่อยและหลับไปอย่างรวดเร็ว
ในขณะที่จินเฟิงไม่มีโอกาสได้สัมผัสความแข็งของพื้นถ้ำหรือความไม่ราบเรียบของมันแม้เพียงนิด เพราะเสี่ยวเอ๋อยังคงอยู่ในอ้อมแขนของเขา
จนเวลาล่วงเลยไปถึงกลางดึก จินเฟิงจึงผล็อยหลับไปในที่สุด
รุ่งสางชายหนุ่มตื่นขึ้นมาและรู้สึกว่าขาของเขาชาอย่างช่วยไม่ได้
โชคดีที่ฝนหยุดตกแล้ว
ขณะทำอาหารเช้า เถี่ยฉุยก็เข้ามาถามว่า “ท่านอาจารย์ ท่านจะเดินทางเลยหรือพักอีกหน่อย?”
“ไปกันเถอะ เมื่อวานทุกคนโดนฝน รีบเข้าเมืองแต่เช้าดีกว่าจะได้อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้ากัน”
“เราจะทำอย่างไรกับถ้ำนี้ดี? มอบหมายให้สหายของเราคอยเฝ้าไว้ดีหรือไม่?”
“ไม่จำเป็น ที่นี่ไม่มีใครสังเกตเห็นมานานแล้ว ถ้ามีคนเฝ้าอยู่ที่นี่ คนอื่นจะสังเกตเห็นได้ง่ายขึ้น”
จินเฟิงส่ายหัว “อีกทั้งพวกโจรอาจย้อนกลับมาอีกครั้ง มันอันตรายเกินไปที่จะทิ้งคนส่วนน้อยเอาไว้ คราวหน้าค่อยเพิ่มกำลังคนและมาที่นี่อีกครั้งเถอะ!”
กว่าแร่ทังสเตนจะถูกค้นพบและนำไปใช้ประโยชน์ก็เป็นยุคหลัง ๆ แล้ว ไม่เช่นนั้นอดีตช่างตีเหล็กคงไม่โยนชิ้นส่วนแร่ทังสเตนเหล่านั้นทิ้งพร้อมกับของที่ไม่ได้ใช้อื่น ๆ
หลังกินอาหารเช้าเสร็จ พวกเขาก็ออกเดินทางต่อไป
จินเฟิงคิดถึงเรื่องของพวกโจรและแร่ทังสเตนตลอดทาง เขาไม่ได้อยู่ในอารมณ์ที่จะมองทิวทัศน์ ในขณะที่ขบวนรถม้าก็ได้เร่งความเร็วขึ้นมาก การเดินทางที่เหลือเป็นไปอย่างราบรื่น จนในช่วงบ่ายพวกเขาก็ไปถึงตัวเมืองอย่างปลอดภัย

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ทะลุมิติ เปลี่ยนชะตา ชีวิตนี้ของข้าต้องรุ่งโรจน์