บทที่ 20 ข้าต้องการแต่งงานกับเจ้า
ในความคิดของถังตงตง ไนปั่นด้ายตรงหน้านางนั้นน่าทึ่งมากอยู่แล้ว แต่จินเฟิงกลับบอกว่าเขายังสามารถปรับปรุงมันได้มากกว่านี้อีก
สิ่งนี้ทำให้หัวใจของถังตงตงเต้นเร็วยิ่งขึ้น จากนั้นนางก็เอ่ยถามชายหนุ่ม “หลังจากปรับปรุงใหม่แล้ว สามารถเพิ่มความเร็วได้อีกเท่าใด?”
“สิ่งนี้ตอบลำบาก เนื่องจากต้องดูส่วนที่เกี่ยวข้องหลาย ๆ อย่าง”
บัณฑิตหนุ่มอดที่จะนึกถึงตอนมีโอกาสไปเยี่ยมชมโรงงานทอผ้าสมัยเรียนไม่ได้
เครื่องทอผ้ายาวกว่าหนึ่งร้อยเมตร กระสวยทอผ้าที่พุ่งสลับไปมา เมื่อเทียบกับเครื่องนี้แล้ว ไนปั่นด้ายที่อยู่ตรงหน้าเปรียบเสมือนของเล่นเด็ก
แต่สำหรับระดับอุตสาหกรรมของต้าคังในปัจจุบัน การสร้างเครื่องทอผ้าล้ำยุคดังกล่าวทำได้แค่คิดเท่านั้น
เพราะมันต้องใช้ทั้งแรง วัสดุการผลิต ฝีมือ ฯลฯ ทุกสิ่งล้วนแต่เป็นปัญหา เกรงว่าจินเฟิงใช้เวลาทำทั้งชีวิตก็อาจไม่สำเร็จ
“ส่วนเกี่ยวข้องอะไรหรือ?”
ถังตงตงยังคงถามถึงประเด็นสำคัญต่อไป
“เรื่องนี้ไว้ค่อยว่ากันอีกทีดีกว่า ข้าตอบคำถามของเจ้ามากพอแล้ว เจ้าเองก็ควรตอบคำถามของข้าด้วย?”
ไม่ง่ายเลยที่จินเฟิงจะอธิบายปัญหาทางอุตสาหกรรมให้อีกฝ่ายฟัง ชายหนุ่มเลยเลือกที่จะเปลี่ยนหัวข้อสนทนา “เจ้าจะนำไนปั่นด้ายนี้ไปขายหรือจะไปหาคนมาร่วมเปิดกิจการโรงงาน?”
“ของดี ๆ เช่นนี้นำไปขายก็โง่แล้ว…”
“เช่นนั้น เจ้าคิดว่าข้าเป็นคนโง่หรือ?”
“เอ่อ…”
ถังตงตงรู้ว่าตนน่าจะพูดอะไรผิดไป นางลูบจมูกแก้เก้อแล้วตอบจินเฟิง “หรือว่าเราจะเริ่มต้นทำโรงงานด้วยกัน ข้ารับรองเลยว่าเจ้าและเสี่ยวโหรวจะมีชีวิตที่เจริญรุ่งเรือง”
“ข้ามีไนปั่นด้าย แต่เจ้ายากจนไม่มีแม้กระทั่งเงินเสียภาษี จะเอาอะไรมาร่วมมือกับข้า”
“ข้าสามารถดำเนินการจัดการได้”
ถังตงตงพูดอย่างมั่นใจ “ข้ารู้ว่าเก๋อหมา*[1] ที่ราคาถูกที่สุดอยู่ที่ใด และรู้ด้วยว่าสถานที่ไหนเหมาะแก่การขายผ้าทอ เจ้ารู้เรื่องเหล่านี้หรือ?”
“ดูเหมือนเจ้าจะรู้เกี่ยวกับงานสิ่งทอมาก”
จินเฟิงส่ายหัวอย่างเชื่องช้า
เขาสามารถพัฒนาไนปั่นด้ายได้ แต่เขาไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับสิ่งที่ถังตงตงพูด
“แน่นอน บรรพบุรุษของข้าทอผ้ามาสามรุ่นแล้ว หากไม่ใช่เพราะท่านพ่อของข้า…”
เมื่อพูดถึงเรื่องนี้ ถังตงตงก็หยุดและสูดจมูกขึ้นพร้อมเงยหน้าขึ้นมองบัณฑิตหนุ่ม “อย่างไรก็ตาม ข้ารับรองได้เลยว่า หากเจ้ามอบไนปั่นด้ายให้ข้า เจ้าและเสี่ยวโหรวจะมีชีวิตที่ดีแน่นอน”
“สัญญาปากเปล่าผู้ใดก็สามารถพูดได้ เจ้าบอกแผนการที่คิดเอาไว้มาเถิด”
เมื่อรู้ว่าถังตงตงมาจากตระกูลที่ทำสิ่งทอ จินเฟิงก็เริ่มสนใจ
ชายหนุ่มยังไม่ตกปากรับคำในทันทีแต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธเสียทีเดียว เขาต้องการฟังแนวคิดของถังตงตงก่อน
“เดิมทีข้าตั้งใจจะนำไนปั่นด้ายไปในเมือง แล้วไปหาเพื่อนเก่าของท่านพ่อมาร่วมกิจการด้วย เช่นนี้ เราก็จะสามารถหาเงินได้อย่างรวดเร็ว ทว่าสหายเก่าของท่านพ่อข้าล้วนฉลาดทันคน เมื่อเห็นว่าครอบครัวของข้าตกต่ำลงพวกเขาต้องกดราคาเป็นแน่ พวกเราไม่ต้องพูดถึงก็แล้วกัน”
“อืม เช่นนั้นบอกข้ามาตรง ๆ ว่าเจ้าวางแผนที่จะร่วมมือกับข้าอย่างไร”
จินเฟิงไม่ต้องการทะเลาะกับคนเหล่านั้นเช่นกัน
“ข้าเพิ่งคำนวณได้ว่า ความเร็วในการหมุนของไนปั่นด้ายแบบนี้สูงกว่าไนปั่นด้ายแบบเก่าห้าถึงหกเท่า หากเสี่ยวโหรวและข้าช่วยกันปั่นไม่หยุดเป็นกะ นานสิบวัน เงินที่เราได้รับจะสามารถซื้อไม้มาทำไนปั่นด้ายเพิ่มได้ ถึงตอนนั้น ข้าจะจ้างคนงานหญิงมาช่วยอีกสองคน ด้วยวิธีนี้ เราจะสามารถเป็นโรงงานที่ใหญ่ที่สุดในจินชวนได้ภายในหนึ่งปี!”
ถังตงตงจ้องไปที่จินเฟิงด้วยดวงตาที่สดใสเป็นประกาย “เจ้าคิดเห็นอย่างไร?”
พูดตามตรง เมื่อได้ยินแบบนี้แล้วชายหนุ่มก็รู้สึกประทับใจ
แม้ว่าแผนการของถังตงตงจะฟังดูเรียบง่าย แต่ก็มีประสิทธิภาพมาก นายทุนส่วนใหญ่ในยุคเริ่มแรกก็มักจะเป็นแบบนี้
ในช่วงเริ่มต้นอาจจะยากหน่อย แต่เมื่อจับทางถูกก็จะสามารถเป็นเจ้าของร้านที่นอนอยู่บ้านเฉย ๆ ก็มีรายได้
เขามีฝีมือ ส่วนถังตงตงมีลู่ทางและประสบการณ์ในการจัดการสิ่งต่าง ๆ ทั้งสองสามารถชดเชยข้อบกพร่องของกันและกันได้ ถือว่าสมบูรณ์แบบ
“แล้วส่วนแบ่งล่ะ?”
การร่วมมือกับญาติสนิทมิตรสหาย ทางที่ดีควรหารือเรื่องการแบ่งสรรปันส่วนล่วงหน้า เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในภายหลัง
ไนปั่นด้ายเป็นของเขา ในอนาคตเขาก็ต้องเป็นคนปรับปรุง ในระยะแรกเสี่ยวโหรวต้องเป็นคนปั่นด้าย…
จินเฟิงคำนวณข้อต่อรองในใจ และตัดสินใจที่จะต่อสู้เพื่อผลประโยชน์สูงสุด
แต่ใครจะรู้ว่าถังตงตงจะส่ายหัวแล้วพูดว่า “ไม่แบ่ง!”
“ไม่แบ่งหรือ เจ้าหมายความว่าอย่างไร?”
จินเฟิงหันหลังให้นางแล้วเดินไปที่ประตู
ขณะที่ชายหนุ่มกำลังจะไปถึงประตูก็ได้ยินเสียงถอนหายใจจากด้านหลัง จากนั้นถังตงตงก็เอ่ยขึ้น “ข้ายอมรับว่าที่อยากแต่งงานกับเจ้า เพราะมีเหตุผลอื่นอีก”
“ก็แค่นี้เอง” จินเฟิงหันกลับมาแล้วถาม “บอกข้ามาว่าเจ้ามีเหตุผลอะไร”
ถังตงตงกำหมัดแน่นแล้วกัดฟันพูด
“ข้าต้องการฟื้นฟูกิจการของครอบครัวและเอาชนะตระกูลโจว”
“โจวไหน?”
ในความทรงจำของจินเฟิงผู้เป็นเจ้าของร่างเดิม เขารู้จักชายคนหนึ่งแซ่โจว
ชายคนนั้นอาศัยอยู่ที่ซีเหอหวาน ตรงข้ามบ้านของจางเหลียง
แต่ว่าเขาเสียชีวิตในสนามรบเมื่อปีที่แล้ว เหลือเพียงลูกสาววัยสิบขวบ ซึ่งไม่น่าจะใช่ตระกูลโจวที่ถังตงตงพูดถึงอย่างแน่นอน
“พ่อค้าขายผ้ารายใหญ่ที่สุดในเมือง นามว่าโจวฉางหลิน!”
ถังตงตงพูดเน้นทีละพยางค์
“หากเจ้าต้องการเอาชนะตระกูลโจว แล้วมันเกี่ยวอะไรกับการแต่งงานกับข้า”
จินเฟิงยิ่งสับสนมากขึ้นไปอีก
“เมื่อครู่เจ้าพูดชัดเจนว่าไนปั่นด้ายสามารถพัฒนาต่อไปได้ แต่เจ้าไม่ยอมอธิบายให้ข้าเข้าใจ”
“ไนปั่นด้ายเป็นของเจ้า ส่วนวิธีการจัดการต่าง ๆ ข้าก็บอกไปหมดแล้ว จริงอยู่ เจ้าสามารถให้ข้าออกไปจัดการเรื่องต่าง ๆ ได้ แต่ข้าคงได้ส่วนแบ่งไม่เท่าไหร่ ยิ่งกว่านั้น หากผู้ร่วมกิจการไม่รวมกันเป็นหนึ่งเดียวก็ยากที่จะขยับขยาย มีแค่การแต่งงานกับเจ้าเท่านั้นที่จะทำให้ข้าได้รับความไว้วางใจและการสนับสนุน หลังจากนั้นโรงงานก็จะสามารถเติบโตได้อย่างรวดเร็ว”
ถังตงตงยิ้มอย่างขมขื่นและกล่าว “นี่คือความคิดของข้า หากเจ้ายังไม่เชื่อก็ช่วยไม่ได้”
“ข้าเชื่อ”
“เจ้าพูดเช่นนี้ ยินดีจะแต่งงานกับข้าแล้วหรือ?”
“ไม่!”
[1] เก๋อหมา (葛麻) : เป็นพืชชนิดหนึ่งมีถิ่นกำเนิดในจีน สามารถนำเส้นใยจากลำต้นของมันมาสานเป็นผ้าเก๋อปู้ได้

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ทะลุมิติ เปลี่ยนชะตา ชีวิตนี้ของข้าต้องรุ่งโรจน์