เข้าสู่ระบบผ่าน

ทะลุมิติ เปลี่ยนชะตา ชีวิตนี้ของข้าต้องรุ่งโรจน์ นิยาย บท 203

บทที่ 203 ชิงตำแหน่งฮวาขุย

“นี่คือภรรยาของข้า กวานเสี่ยวโหรว”

จินเฟิงแนะนำกวานเสี่ยวโหรวก่อนเป็นคนแรก จากนั้นจึงชี้ไปที่คนอื่นที่นั่งอยู่ในรถม้าทีละคน “ถัดไปคือสหายของภรรยาข้า แม่นางมู่หลาน แม่นางตงตง และนี่คือน้องสาวของข้ารุ่นเหนียงและเสี่ยวเอ๋อ”

เมื่อแม่เล้าได้ยินว่าชิ่งมู่หลานไม่ใช่ภรรยาของจินเฟิง นางก็รู้สึกโล่งใจ และแอบขยิบตาให้บรรดานางโลมของตน

เมื่อหญิงสาวเหล่านั้นเห็นจึงถอยหลังไปสองสามก้าวอย่างเงียบ ๆ

จากการอยู่ในหอนางโลมมาหลายปี แม่เล้าเข้าใจในเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างชายหญิงเป็นอย่างดี

แม้ว่าชิ่งมู่หลานจะไม่ใช่ภรรยาของจินเฟิงแต่นางก็นั่งมาในรถม้าคันเดียวกันกับเขา เห็นได้ชัดว่าความสัมพันธ์ของทั้งคู่ไม่ธรรมดาแน่ ๆ

อยู่ห่าง ๆ ไว้ดีกว่า

หลังจากแนะนำผู้คนที่อยู่เคียงข้างเขาแล้ว จินเฟิงก็ชี้ไปที่ถังเสียวเป่ยภายใต้สายตาที่อยากรู้อยากเห็นของกวานเสี่ยวโหรวและรุ่นเหนียง “นี่คือแม่นางเสียวเป่ย”

“เสียวเป่ยทำความเคารพฮูหยินจิน ทำความเคารพท่านพี่!”

ถังเสียวเป่ยก้าวไปข้างหน้า พร้อมกับย่อตัวลงเล็กน้อยแล้วทักทายกวานเสี่ยวโหรวและคนอื่น ๆ

เมื่อถังตงตงเห็น นางก็แทบจะกลั้นน้ำตาไว้ไม่ได้จึงรีบหันหลังกลับ

ย้อนกลับไปตอนที่ตระกูลถังตกต่ำ ถังเสียวเป่ยเป็นคุณหนูที่อายุน้อยที่สุดในตระกูล นางมักจะสร้างสีสันให้กับครอบครัวอยู่เสมอ

ผ่านมาไม่กี่ปี เด็กสาวคนนั้นเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือแล้ว ไม่ต้องถามก็รู้ว่าที่ผ่านมานางลำบากมากขนาดไหน

กวานเสี่ยวโหรวกลัวว่าถังตงตงจะไม่สามารถควบคุมความรู้สึกของนางได้จึงก้าวลงจากรถม้าด้วยรอยยิ้มเพื่อดึงดูดความสนใจของทุกคน

“ข้ามิแปลกใจเลยที่เมื่อสามีของข้ากลับถึงบ้าน เขามักจะบ่นคิดถึงแม่นางเสียวเป่ยเสมอ ที่แท้แม่นางก็เป็นหญิงที่งดงามและมีความสามารถนั่นเอง”

กวานเสี่ยวโหรวยืนอยู่ตรงหน้าถังเสียวเป่ยแล้วหันไปมองแม่เล้า “มิใช่เรื่องง่ายเลยที่สามีของข้าจะถูกใจใครสักคน ข้าอยากจะไถ่ตัวแม่นางเสียวเป่ยผู้นี้ ไม่ทราบว่านายแม่ตัดใจทิ้งนางได้ลงหรือไม่?”

ถังตงตงสอนคำพูดเหล่านี้ให้กวานเสี่ยวโหรว นี่นับว่าเป็นส่วนหนึ่งของแผน

“ฮูหยินต้องการไถ่ตัวแม่นางเสียวเป่ยอย่างนั้นหรือ!”

ดวงตาของเหล่านางโลมเบิกกว้างขึ้นทันที

ชะตากรรมของหญิงสาวที่หอนางโลมนั้นช่างน่าเศร้า แม้ว่าจะเป็นหญิงสาวที่เป็นที่นิยมก็ตาม

และต่อให้จะได้รับตำแหน่งฮวาขุยไปก็จะมีชื่อเสียงได้เพียงไม่กี่ปีเท่านั้น และกว่าจะมีคนเข้ามาแทนตำแหน่ง ฮวาขุยผู้นั้นก็จะต้องรับหน้าที่ปฏิบัติงานตามคำสั่งของแม่เล้า ทำการต้อนรับแขกมากหน้าหลายตาไม่เว้นแต่ละวัน

แม้ว่านางจะชราและไม่มีคุณสมบัติมากพอให้ออกมารับรองแขกแล้ว แต่ก็ยังต้องทำงานเป็นลูกจ้างต่อไป

ในบรรดาหญิงชราที่กำลังกวาดพื้นและคอยยกน้ำชาในหอวาโยวสันต์ มีคนหนึ่งเคยได้รับตำแหน่งฮวาขุย และอีกสองคนก็เคยเป็นหญิงสาวไพ่แดงหรือหญิงสาวที่เป็นที่นิยมในหอนางโลมนั่นเอง

แม่เล้าจะไม่มีวันยอมปล่อยตัวพวกนางไปจนกว่าจะใช้งานอย่างคุ้มค่าจนหยดสุดท้าย

ดังนั้นนางโลมนับไม่ถ้วนจึงรอคอยใครสักคนมาไถ่ตัวพวกนางออกไป

เมื่อหญิงสาวไถ่ถอนตัวเองได้สำเร็จ ทั่วทั้งหอนางโลมก็จะคึกคักไปหลายวัน

หากคนที่ไถ่ตัวหญิงสาวไปเป็นบัณฑิตก็จะกลายเป็นเรื่องราวที่ดีและจะเป็นที่พูดถึงไปอีกนาน

แต่เมื่อพวกนางได้ยินว่ากวานเสี่ยวโหรวต้องการไถ่ตัวถังเสียวเป่ย แทนที่จะอิจฉา พวกนางต่างก็มองดูอย่างเห็นอกเห็นใจมากกว่า

ความจริงไม่ใช่เทพนิยาย และไม่ใช่ว่าหญิงสาวที่ถูกไถ่ตัวไปทุกคนจะใช้ชีวิตอย่างมีความสุข

เนื่องจากต้นกำเนิดที่ต่ำต้อยของพวกนาง แม้ว่านางโลมจะถูกไถ่ตัวออกไป นางผู้นั้นก็ไม่สามารถไปเป็นภรรยาใหญ่ของผู้ใดได้ อย่างมากก็จะถูกรับไปเป็นอนุภรรยา หลังจากแก่ตัวลงและหมดสีสันในเรื่องอย่างว่าแล้ว ก็ต้องอาศัยอยู่อย่างโดดเดี่ยวในบ้านเล็กที่อยู่ห่างออกไปเท่านั้น

หลังจากไม่เป็นที่ต้องการแล้ว นางโลมบางคนจะถูกทิ้งไว้ท่ามกลางอากาศหนาวเย็น หรือบางคนอาจโดนฮูหยินเอกนำตัวไปขายหรือกำจัดทิ้ง

นับว่าโชคชะตาไม่ได้ดีไปกว่าในหอนางโลมมากนัก ข้อแตกต่างคือ ในหอนางโลมมีคนร่วมหลับนอนกับพวกนางมากมาย แต่หลังจากที่ถูกไถ่ตัวออกไปก็จะได้ร่วมหลับนอนกับคน ๆ เดียว

เมื่อเทียบกับสิ่งที่กล่าวไปข้างต้น มีอีกสถานการณ์หนึ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่านั้นเสียอีก

นั่นก็คือการโดนไถ่ตัวโดยนายหญิง

เมื่อหญิงสาวคนใดถูกไถ่ตัวไปโดยนายหญิง นางจะถูกนายหญิงฆ่าในไม่ช้า น้อยคนนักที่จะมีชีวิตอยู่ได้นานกว่าหนึ่งปี

นั่นเป็นสาเหตุที่เหล่านางโลมหวาดกลัวมาก เมื่อพวกนางได้ยินว่ากวานเสี่ยวโหรวต้องการไถ่ชีวิตของถังสียวเป่ย

เรือแห่ลำใหญ่เคลื่อนขบวนมาอย่างช้า ๆ และหยุดอยู่ไม่ไกลจากจุดที่พวกจินเฟิงอยู่

เมื่อเสียงกลองหยุดลง การแข่งขันเพื่อคัดเลือกฮวาขุยก็เริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการ

หญิงสาวสวมกระโปรงผ้าโปร่งเป็นคนแรกขึ้นไปบนแท่นที่อยู่บนเรือแห่

เมื่อนางทำการโค้งคำนับ ผู้คนบนฝั่งแม่น้ำก็เริ่มส่งเสียงอย่างดุเดือดทันที

“แม่นางชิงหลัว!”

“แม่นางชิงหลัว ข้าเป็นกำลังใจให้!”

เสียงที่ดังมาจากริมแม่น้ำ บ้างก็รู้จักแม่นางชิงหลัว แต่อีกหลายคนก็เป็นเพียงคนทั่วไปที่เข้าร่วมชมงานเท่านั้น

แต่ไม่มีใครสนใจเรื่องนี้ ตราบใดที่รอบกายมีบรรยากาศที่คึกคักก็เป็นพอ

“ข้าได้ยินมาว่าแม่นางชิงหลัวผู้นี้ เป็นหนึ่งในผู้สมัครที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในการแข่งขันฮวาขุย ซึ่งเป็นรองแม่นางลวี่หลิ่วเพียงเล็กน้อยเท่านั้น และนางก็โชคดีมากที่ได้เปิดตัวเป็นคนแรก”

ชิ่งมู่หลานแสดงความคิดเห็นในขณะที่กำลังดื่มชา

“เหตุใดจึงบอกว่านางโชคดีที่ได้เปิดตัวเป็นคนแรกอย่างนั้นหรือ” รุ่นเหนียงถาม

“เมื่อได้เริ่มแสดงเป็นคนแรก แน่นอนว่าผู้ชมล้วนตื่นเต้นมาก พวกเขาจะใช้จ่ายเงินเพื่อซื้อดอกไม้และให้รางวัลแก่นางได้ง่ายกว่าปกติ” ชิ่งมู่หลานอธิบายด้วยรอยยิ้ม “เมื่อความตื่นเต้นลดลงและทุกคนกลับสู่ความสงบ พวกเขาอาจรู้สึกเสียดายกับเงินที่เสียไป”

“แล้วหญิงสาวที่ได้ปิดท้าย ไม่นับว่าโชคร้ายหรือ?”

“ไม่หรอก” ชิ่งมู่หลานกล่าวต่อ “กลับกัน หญิงสาวที่ปิดท้ายย่อมโชคดีกว่า เพราะกว่าจะไปถึงลำดับสุดท้าย ย่อมเห็นได้ชัดเจนว่าหญิงสาวคนอื่นมีดอกไม้อยู่กี่ดอก และผู้สนับสนุนก็จะรู้ว่าพวกเขาต้องทุ่มเงินไปช่วยหญิงสาวคนนั้นเท่าใด อย่างไรเสีย พวกเขาก็ชอบที่จะแข่งขันกันอยู่แล้ว”

“นั่นแปลว่าหญิงสาวที่ถูกจัดลำดับการแสดงตัวไว้ตรงกลางโชคร้ายที่สุดใช่หรือไม่?”

“ใช่” ชิ่งมู่หลานพยักหน้า “แต่การประกวดฮวาขุยนั้นมีหลายรอบ และวันนี้เป็นเพียงรอบแรก หญิงสาวทั้งหมดยี่สิบสี่คน จะถูกคัดเหลือสิบสองคนเพื่อเข้าแข่งขันต่อในวันพรุ่งนี้ หากมีความสามารถจริง ๆ แม้ว่าจะถูกจัดให้อยู่ตรงกลางก็ยังถูกเลือกให้เป็นหนึ่งในสิบสองสาวงามได้”

“ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้เองหรือ” รุ่นเหนียงพยักหน้าด้วยความเข้าใจทันที “ไม่รู้ว่าแม่นางเสียวเป่ยนั้นจะออกมาเป็นลำดับที่เท่าใด?”

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ทะลุมิติ เปลี่ยนชะตา ชีวิตนี้ของข้าต้องรุ่งโรจน์