บทที่ 217 บุรุษที่เพียบพร้อม
ลวี่หลิ่วแห่งสถานเริงรมย์หลวงได้รับตำแหน่งฮวาขุยเป็นปีที่สี่ นางกำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้ริมหน้าต่างอย่างเกียจคร้านและเอนหลังเพื่อพักสายตา
เมื่อคืนทางสถานเริงรมย์หลวงได้จัดงานเลี้ยงฉลองให้นาง กว่าจะได้นอนเวลาก็ได้ล่วงเลยไปจนถึงกลางดึกแล้ว ตอนนี้ลวี่หลิ่วยังคงรู้สึกอ่อนเพลียมาก
นางหาวออกมาน้อย ๆ ในขณะที่กำลังคิดจะงีบหลับก็ได้ยินเสียงคนก้าวขึ้นมาชั้นบนจากด้านนอก
หญิงรับใช้ตัวน้อยรีบถกกระโปรงวิ่งขึ้นมา ทันทีที่นางเข้าไปในประตูก็ตะโกนอย่างตื่นเต้นว่า “คุณหนู! คุณหนู แม่นางเสียวเป่ยจากหอวาโยวสันต์แขวนประจานฮูหยินเว่ย!”
“ฮูหยินเว่ยไหน ฮูหยินเว่ยที่ทุบตีผู้คนจนตายในหอเซียวเซียงหรือ?”
ลวี่หลิ่วขมวดคิ้วอย่างสงสัย
“ใช่! คือนางผู้นั้น”
“ถังเสียวเป่ยไปทำอะไรให้นางไม่พอใจเล่า หรือฮูหยินเว่ยไปที่หอวาโยวสันต์เพื่อเอาเรื่องนาง? แต่นี่น่าแปลกยิ่งนัก เพราะถังเสียวเป่ยไม่ได้เข้าร่วมการคัดเลือกฮวาขุยแล้ว ไม่น่าจะได้ไปทำให้ฮูหยินเว่ยขุ่นเคืองได้ เหตุใดนางจึงถูกฮูหยินเว่ยนำตัวไปแขวนประจานเล่า”
ลวี่หลิ่วกังวลเมื่อนางได้ยินสิ่งนี้
ขณะที่นางกำลังจะเอ่ยถามเกี่ยวกับปฏิกิริยาของจินเฟิงก็ได้ยินหญิงรับใช้พูดต่อ “คุณหนูได้ยินผิดแล้ว ไม่ใช่ฮูหยินเว่ยแขวนประจานถังเสียวเป่ย แต่เป็นถังเสียวเป่ยแขวนประจานฮูหยินเว่ยต่างหาก”
“เจ้าว่าอย่างไรนะ?! เป็นไปได้อย่างไร?”
ลวี่หลิ่วรีบลุกขึ้นด้วยความประหลาดใจทันที
“ตอนนี้ถังเสียวเป่ยอยู่ที่ประตูตรอกเฟิงเยว่ หากคุณหนูไม่เชื่อก็ลองไปดูด้วยตัวเองเถิดเจ้าค่ะ!”
หญิงรับใช้พึงพอใจในปฏิกิริยาของลวี่หลิ่วมาก
เพราะตอนที่นางได้ยินครั้งแรก นางก็รู้สึกเหลือเชื่อเช่นกัน
“ข้ายังไม่ได้เปลี่ยนเสื้อผ้าและทำผมจะออกไปข้างนอกได้อย่างไร เจ้าบอกข้าทีว่ามันเกิดเรื่องอะไรขึ้น” ลวี่หลิ่วเร่งเร้าอย่างทนไม่ไหว
“เรื่องนี้เริ่มต้นตั้งแต่ท่านอาจารย์จินไปไถ่ตัวแม่นางเสียวเป่ยออกมา…”
หญิงรับใช้เล่าให้ลวี่หลิ่วฟังอย่างละเอียดถึงสิ่งที่นางได้ยินมา
อีกทั้งยังเพิ่มเติมเนื้อหาเข้าไปบางส่วนเพื่อเพิ่มอรรถรสอีกด้วย
“เจ้าหมายความว่า หลังจากที่ท่านอาจารย์จินไถ่ตัวแม่นางเสียวเป่ยออกมาแล้ว เขาก็ส่งคนพานางไปยกเลิกสัญญาทาสทันทีอย่างนั้นหรือ?”
เมื่อได้ยินดังนั้น ดวงตาของลวี่หลิ่วก็เต็มไปด้วยความเหลือเชื่อ
การได้รับการไถ่ตัวจากบัณฑิตอายุน้อยและมีความสามารถ ถือเป็นความฝันที่สมบูรณ์แบบที่สุดของบรรดานางโลม
ทว่าจินเฟิงไม่เพียงไถ่ตัวถังเสียวเป่ยเท่านั้น แต่ยังช่วยยกเลิกสัญญาซื้อขายเพื่อปลดปล่อยให้นางเป็นอิสระอีกด้วย
สำหรับหญิงสาวในหอนางโลมนี่คือสิ่งที่พวกนางไม่เคยจินตนาการถึง
“ใช่ แม่นางเสียวเป่ยได้พบกับฮูหยินเว่ยระหว่างเดินทางกลับจากการยกเลิกสัญญาซื้อขายของนาง จากนั้นก็เกิดเรื่องดังกล่าวขึ้น” หญิงรับใช้เล่าถึงเรื่องราวทั้งหมด
“เจ้าบอกว่าท่านอาจารย์จินมีบรรดาศักดิ์เป็นขุนนางที่แม้กระทั่งจวิ้นโส่วก็ยังต้องยอมแพ้อย่างนั้นหรือ?”
“ใช่! มีคนเห็นเหตุการณ์มากมาย เมื่อท่านอาจารย์จินรู้ว่าเกิดเรื่องกับแม่นางเสียวเป่ยจนนางได้รับบาดเจ็บ เขาก็โกรธมากและสั่งให้คนของเขาจัดการข้ารับใช้ของฮูหยินเว่ยทั้งหมด”
หญิงรับใช้เล่าเรื่องอย่างออกรสออกชาติ “ต่อมาจวิ้นโส่วก็มาพร้อมกับทหารท้องถิ่นหลายร้อยนายเพื่อจับกุมท่านอาจารย์จิน แต่ท่านอาจารย์จินปกป้องแม่นางเสียวเป่ยด้วยดาบเล่มเดียวในมือของเขา พร้อมกับหยิบป้ายประจำตัวออกมา เมื่อจวิ้นโส่วเห็นป้ายนั่น เขาถึงกับไปต่อไม่ถูกเลยทีเดียว…”
“เอาละ ยิ่งเจ้าเล่ามากเท่าใดก็ยิ่งฟังดูเกินจริงมากขึ้นเท่านั้น”
ลวี่หลิ่วมองหญิงรับใช้ด้วยสีหน้าว่างเปล่า “มีทหารท้องถิ่นหลายร้อยคนเชียวหรือ เหตุใดไม่บอกว่ามีพันคนไปเลยเล่า?”
หลังจากอยู่ที่สถานเริงรมย์หลวงมาหลายปี ผู้ครองตำแหน่งฮวาขุยก็มีความสามารถอย่างการจับโกหก
แม้ว่าคำพูดของหญิงรับใช้จะเกินจริงไปบ้าง แต่ที่จินเฟิงไถ่ตัวถังเสียวเป่ยออกมาและต่อสู้กับจวิ้นโส่วเพื่อนางนั้นน่าจะเป็นความจริง
ลวี่หลิ่วมองออกไปนอกหน้าต่าง ดวงตาของนางเต็มไปด้วยความอิจฉาและเสียใจอยู่ลึก ๆ
นางอิจฉาถังเสียวเป่ยที่ได้พบกับบุรุษที่เพียบพร้อมอย่างจินเฟิง
กวานเสี่ยวโหรวผู้มีจิตใจอ่อนโยนมาโดยตลอด แทนที่จะรู้สึกเห็นใจหญิงดุร้ายคนนั้น ครั้งนี้นางกลับแสดงความไม่พอใจออกมาและเห็นด้วยว่าอีกฝ่ายสมควรถูกลงโทษ
ถังเสียวเป่ยเองก็ดูพึงพอใจกับเรื่องนี้เช่นกัน
“แม่นางเสียวเป่ย ตงตงบอกว่าเจ้าปกป้องนางและถูกหญิงดุร้ายคนนั้นทุบตีอย่างสาหัส เจ้ารีบเข้ามาในห้องก่อนเถิด ข้าจะทายาให้”
กวานเสี่ยวโหรวและรุ่นเหนียงช่วยประคองถังเสียวเป่ยเข้าไปในห้องด้านหลังด้วยกัน
หลังจากที่ทั้งสองจากไป ชิ่งมู่หลานก็พาอาเหมยเข้ามาและพูดด้วยรอยยิ้ม “ท่านอาจารย์ แม่นางเสียวเป่ยผู้นี้มีความสามารถจริง ๆ เห็นได้ชัดว่านางไม่ได้ชอบการทำให้ผู้อื่นอับอายต่อหน้าธารกำนัล แต่นางก็ยังยืนกรานลงโทษหญิงดุร้ายผู้นั้น”
วันนี้ชิ่งมู่หลานเฝ้าดูเหตุการณ์ทั้งหมดอยู่ห่าง ๆ หากจินเฟิงไม่สามารถจัดการกับจวิ้นโส่วได้ นางก็จะเข้าไปช่วยอีกแรง
นางจึงได้เห็นพฤติกรรมของถังเสียวเป่ยตั้งแต่ต้นจนจบ
“ใช่ หากวันนี้ไม่ได้นาง ข้าเองก็ไม่รู้จะจัดการกับหญิงผู้นั้นอย่างไร”
จินเฟิงพยักหน้าเห็นด้วย แล้วมองไปที่ชิ่งมู่หลาน “เจ้าคอยดูอยู่ตลอดเลยสินะ ไม่กลัวว่าจะมีใครจำเจ้าได้หรือ”
“เสียวเป่ยและตงตงก็เป็นคนกวางเหยวียน มีใครจำพวกนางได้บ้างเล่า อีกทั้งเสียวเป่ยยังเข้าร่วมการคัดเลือกฮวาขุยอีกด้วย”
ชิ่งมู่หลานกล่าวว่า “ที่เมืองกวางเหยวียนนี้ข้ารู้จักแค่ครอบครัวท่านลุงฉิน ใครจะจำข้าได้อีก?”
“เช่นนั้นก็ดีแล้ว”
จินเฟิงพยักหน้าทันที
ท้ายที่สุดแล้ว ต้าคังเป็นสังคมศักดินาและหญิงมีฐานะก็ไม่ค่อยได้ไปพบเจอกับคนภายนอกเท่าไหร่นัก หลายคนอาจรู้ว่าผู้ปกครองมณฑลซื่อชวนมีน้องสาว แต่มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่เคยพบกับชิ่งมู่หลาน
หลังจากพูดคุยกับชิ่งมู่หลานอีกสองสามคำ ชายหนุ่มก็กลับไปหาเสื้อผ้าชุดใหม่และนำไปเปลี่ยนที่ห้องพักของเหล่าทหารผ่านศึก
หลังออกมาจากห้องพักของเหล่าทหารแล้ว เขาบังเอิญเจอกวานเสี่ยวโหรวที่กำลังตามหาตนเองไปทั่ว
“สามี กระโปรงของเสียวเป่ยแห้งติดกับบาดแผลที่ขานาง ข้าควรทำอย่างไรดี?”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ทะลุมิติ เปลี่ยนชะตา ชีวิตนี้ของข้าต้องรุ่งโรจน์