บทที่ 218 จับคู่
“บาดแผลติดเสื้อผ้าหรือ?”
จินเฟิงขมวดคิ้วเล็กน้อย
ตั้งแต่ถังเสียวเป่ยได้รับบาดเจ็บก็ผ่านมาเกือบหนึ่งชั่วยาม ตอนนี้บาดแผลคงแห้งแล้วเป็นแน่
“สามี เจ้าไปดูหน่อยเถิด”
กวานเสี่ยวโหรวดึงจินเฟิงเข้าไปในห้องด้านหลัง
ที่นี่คือห้องของถังตงตง ในเวลานี้ถังเสียวเป่ยกำลังนั่งอยู่บนเตียงและพาดขาไว้บนเก้าอี้ โดยทีถังตงตงและรุ่นเหนียงกำลังนั่งยอง ๆ อยู่ข้าง ๆ
เมื่อเห็นจินเฟิงเข้ามา ถังเสียวเป่ยก็อดไม่ได้ที่จะหน้าแดง นางก้มศีรษะลงอย่างเขินอาย
“จินเฟิง เสียวเป่ยมีร่องรอยบาดแผลเต็มไปหมด นางไม่สามารถถอดกระโปรงออกได้ เราควรทำอย่างไรดี?”
ถังตงตงยืนขึ้นและถามอย่างเป็นกังวล
“ไม่ต้องกังวล มิเป็นไรหรอก” จินเฟิงปลอบใจถังตงตง แล้วมองไปที่รุ่นเหนียง “ไปต้มผ้าพันแผล และต้มน้ำเกลือมาสองถ้วย”
“ได้” รุ่นเหนียงรับคำแล้ววิ่งออกไปอย่างรวดเร็ว
ปัจจุบันที่ซีเหอวานต้องล้างบาดแผลด้วยแอลกอฮอล์และน้ำเกลือก่อนจะพันด้วยผ้าพันแผลที่ผ่านการต้มแล้ว ซึ่งรุ่นเหนียงคุ้นเคยกับวิธีการนี้เป็นอย่างดี
จินเฟิงมองไปที่กระโปรงของถังเสียวเป่ยอีกครั้ง “กระโปรงนี้ยาวเกินไป มันจะเกะกะเวลารักษาบาดแผล ตงตงเจ้าไปหากรรไกรมาตัดส่วนที่ยาวรุ่มร่ามนี้ออก”
ทันทีที่ได้ยินว่ากระโปรงของนางกำลังจะถูกตัด ถังเสียวเป่ยก็หน้าแดงมากขึ้น แม้แต่คอของนางก็เปลี่ยนเป็นสีชมพู
ต้าคังไม่มีสเตย์หรือกางเกงซับในด้วยซ้ำ หากเขาตัดกระโปรงออก นางก็ไม่เหลือสิ่งใดปกปิดร่างกายแล้วมิใช่หรือ?
จินเฟิงเข้าใจดีว่าการที่เขาอยู่ที่นี่ต่อไปจะไม่สะดวก ดังนั้นชายหนุ่มจึงหมุนตัวกลับออกไปข้างนอก หลังจากอธิบายเสร็จ
เมื่อรุ่นเหนียงต้มน้ำเกลือเรียบร้อยแล้ว ถังตงตงก็เอากรรไกรออกมา
“ตัดเสร็จแล้วหรือ?” จินเฟิงถาม
“เสร็จแล้ว” ถังตงตงพูด “ยกเว้นส่วนที่ติดกับรอยแผล ที่เหลือถูกตัดออกไปแล้ว”
“เช่นนั้น เจ้าก็นำผ้าพันแผลชุบน้ำเกลือแล้วแปะค้างไว้ที่แผล เมื่อแผลนิ่มขึ้นก็น่าจะดึงกระโปรงส่วนที่ติดอยู่ออกมาได้” จินเฟิงกล่าว
“จินเฟิง บาดแผลของเสียวเป่ยน่ากลัวมาก ข้า… ข้าทนดูไม่ได้หรอก…”
ถังตงตงลังเลและพูดว่า “เจ้าช่วยข้าหน่อยได้หรือไม่?”
“เสี่ยวโหรวก็อยู่มิใช่หรือ?” จินเฟิงถาม
“เสี่ยวโหรวเองก็ไม่กล้าเช่นกัน…”
“เสียวเป่ยเป็นหญิงสาว หากให้ข้าทำคงไม่เหมาะเท่าไร เจ้าไปเรียกอาเหมยมาก็แล้วกัน”
ชายหนุ่มส่ายหัวแล้วว่าต่อ
ไม่ใช่ว่าเขานิ่งนอนใจ แต่เขาไม่อยากฉวยโอกาสจากสถานการณ์นี้
หากจินเฟิงต้องการครอบครองถังเสียวเป่ยจริง ๆ หลังจากไถ่ตัวนางออกมาแล้ว เขาก็คงไม่พาอีกฝ่ายไปยกเลิกสัญญาทาสนั่นหรอก
“จินเฟิง ไม่มีอะไรไม่เหมาะสมหรอก ตอนที่เจ้าสอนวิธีการรักษาให้กับเสียวจิ่น เจ้าก็พูดอยู่มิใช่หรือว่าการช่วยชีวิตและรักษาผู้บาดเจ็บนั้นสำคัญที่สุด? ไม่มีคำว่าระยะห่างระหว่างชายหญิง?”
ถังตงตงกล่าวต่อ “เสียวจิ่นได้เริ่มรักษาบาดแผลของทหารชายแล้ว ในฐานะอาจารย์ เหตุใดเจ้าเป็นเช่นนี้เสียเองเล่า?”
“เหตุใดวาจาของเจ้าถึงได้คมคายขึ้นทุกวันกัน?” จินเฟิงยืนขึ้นและยกยิ้มมุมปาก “หยุดพูดได้แล้ว เดี๋ยวข้าจะเข้าไปจัดการเอง”
ถังตงตงเดินตามไปข้างหลังพร้อมแย้มยิ้มออกมา
“เอาล่ะ เลิกมองได้แล้ว ไว้รอเจ้าได้ตบแต่งเข้าไปก่อน ค่อยมองในสิ่งที่เจ้าปรารถนา” ถังตงตงพูดติดตลกด้วยรอยยิ้ม
“ท่านพี่กำลังพูดถึงเรื่องอะไร ท่านพี่เสี่ยวโหรวยังอยู่ที่นี่นะ” ถังเสี่ยวเป่ยปิดหน้าของนางอีกครั้ง
“ข้าอยู่แล้วทำไมหรือ ตงตงก็พูดถูกนี่” กวานเสี่ยวโหรวล้อถังเสียวเป่ยด้วยรอยยิ้ม “หรือเจ้าไม่ได้ชอบพอสามีของข้า?”
“ท่านพี่เสี่ยวโหรว เลิกล้อเลียนข้าได้แล้ว…”
ถังเสียวเป่ยรู้สึกเขินอายมากเสียจนต้องยกผ้าห่มขึ้นแล้วฝังศีรษะลงไป
คืนนั้นเถี่ยฉุยกลับมาที่โรงเตี๊ยม นอกจากรอยฟกช้ำหลายรอยบนร่างกายแล้ว จมูกของเขาหักและกระดูกน่องข้างซ้ายก็อาจจะแตกเช่นกัน
ตอนนี้มีผู้บาดเจ็บอีกสามคน พวกเขาคงยังไม่สามารถออกเดินทางได้ทันที จินเฟิงจึงขอให้ต้าหลิวไปต่อรองค่าเช่ากับทางโรงเตี๊ยมเพิ่มอีกสองถึงสามวัน
ในยามอู่ของวันรุ่งขึ้น พ่อค้าผู้มั่งคั่งซึ่งเป็นสามีของหญิงดุร้ายก็มาหาจินเฟิงถึงที่ พร้อมของขวัญเพื่อเป็นการขอโทษ เขาต้องการให้จินเฟิงช่วยแก้มัดภรรยา ตนเองจะได้พาตัวนางกลับไป
จุดประสงค์ของจินเฟิงในการเชือดไก่ให้ลิงดูนั้นบรรลุแล้ว และหญิงดุร้ายก็ถูกแขวนไว้หนึ่งวันหนึ่งคืนตามคำขอของถังเสียวเป่ย ชายหนุ่มไม่ได้อยากที่จะทำให้พ่อค้าผู้นี้อับอายต่อ เขาจึงตอบตกลง
เมื่อรุ่นเหนียงเปิดของขวัญที่พ่อค้าผู้มั่งคั่งนำมาให้ก็พบว่าในกล่องใบหนึ่งบรรจุตั๋วเงินไว้หนึ่งพันตำลึงเงิน
จินเฟิงไม่ต้องการรับเงินประเภทนี้ เขาจึงสั่งต้าหลิวให้นำเงินไปคืน ผลคือต้าหลิวพบว่าหลังจากพ่อค้าผู้มั่งคั่งได้ตัวภรรยาของเขาแล้ว อีกฝ่ายก็เดินทางออกจากกวางเหยวียนไปในบ่ายวันนั้น
ในเมื่อคนผู้นั้นได้ออกไปแล้ว จินเฟิงก็ไม่ได้อยากจะส่งใครออกไปตามหา เขาจึงมอบเงินให้เถี่ยฉุยไปสองร้อยตำลึงเงิน ให้ถังตงตงและถังเสียวเป่ยอีกคนละหนึ่งร้อยตำลึงเงิน ถือเป็นค่าทำขวัญและคำขอโทษจากพ่อค้าคนนั้น
จากนั้นบัณฑิตหนุ่มก็แบ่งปันส่วนที่เหลือ ส่วนใหญ่ให้กับทหารผ่านศึกและทหารหญิง
ถังตงตงและถังเสียวเป่ยต่างก็ได้รับบาดเจ็บเพียงภายนอกร่างกาย หลังจากพักได้สองวันก็ไม่มีปัญหาใหญ่อะไร
“ท่านอาจารย์ พวกเราเดินทางกลับกันเถิด หากยังไม่กลับไปตอนนี้ภรรยาของข้าคงนึกเป็นห่วงแล้ว”
เถี่ยฉุยรู้ว่าทุกคนกำลังรอเขาอยู่ ดังนั้นจึงเริ่มที่จะเป็นฝ่ายเอ่ยปากชวนจินเฟิงเดินทางกลับ

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ทะลุมิติ เปลี่ยนชะตา ชีวิตนี้ของข้าต้องรุ่งโรจน์