บทที่ 223 เห็นแย้ง
“จินเผิง ข้ามีงานบางอย่างจะมอบหมายให้พวกเจ้าทำ”
จินเฟิงรีบตรงเข้าประเด็น “หากพวกเจ้าทำงานได้ดี ภายในระยะเวลาสองปีข้าจะยกเลิกสัญญาทาสให้ ถึงตอนนั้นไม่ว่าพวกเจ้าจะต้องการเข้าร่วมกองกำลังคุ้มกันหรืออยากจะออกไปตั้งตัวข้างนอก ข้าก็จะไม่รั้ง”
“ยกเลิกสัญญาหรือ?”
ดวงตาข้างหนึ่งของจินเผิงเป็นประกายทันที เขากำหมัดของตนอย่างตื่นเต้นและพูดว่า “ท่านอาจารย์ เพียงแค่สั่งข้ามา ไม่ว่าจะต้องบุกน้ำลุยไฟ ข้าก็พร้อมจะทำทุกอย่าง”
“ไม่ว่าจะต้องบุกน้ำลุยไฟ ข้าก็พร้อมจะทำทุกอย่าง!”
คนทั้งสามที่อยู่ข้างหลังจินเผิงเองก็กำหมัดของพวกเขาแน่นและเอ่ยคำปฏิญาณเช่นกัน
ไม่มีใครอยากเป็นทาส ความปรารถนาสูงสุดของทั้งสามคนในตอนนี้คือการเป็นอิสระและได้กลับไปอยู่กับครอบครัวอีกครั้ง
“ข้าไม่ได้ให้พวกเจ้าไปเผชิญอันตรายที่ใดหรอก”
จินเฟิงส่ายหัวแล้วพูดว่า “ตอนนี้ข้าก็จะไม่ปิดบังพวกเจ้าแล้ว อันที่จริงข้าได้พบแร่ชนิดหนึ่งที่สามารถใช้ในการถลุงเหล็กได้ที่นี่ ข้าต้องการให้พวกเจ้าอยู่ที่นี่เพื่อช่วยข้าขุดแร่นั้น”
“ง่ายขนาดนี้เชียวหรือ?”
จินเผิงและอีกสามคนต่างตกตะลึง
เพียงแค่ขุดแร่เป็นระยะเวลาสองปีก็จะสามารถเป็นอิสระได้ เงื่อนไขนี้ถือว่าดีมาก
“เงื่อนไขนั้นง่ายมาก” จินเฟิงกล่าว “แต่การขุดนั้นยากและอันตราย อีกทั้งพวกเจ้าจะปล่อยให้คนอื่นพบมันไม่ได้ด้วย เข้าใจหรือไม่?”
“ท่านอาจารย์ พวกข้าไม่กลัวการทำงานหนัก แต่ท่านท่านอาจารย์น่าจะเห็นว่าด้านล่างนั้นเป็นถนนเส้นหลัก หากต้องการปกปิดไม่ให้ผู้อื่นรู้นั้น ข้าว่า…”
จินเผิงมีท่าทีลำบากใจ
“การเดินทางจากเฮยเฟิงหลิ่งไปยังซีเหอวานใช้เวลาเกือบหนึ่งวันพอดี เมื่อพวกข้ากลับไปถึงที่นั่น ข้าจะให้ต้าหลิวพาคนมาทำความสะอาดสถานที่แห่งนี้ และแจ้งให้สาธารณชนทราบว่านี่คือจุดขนส่งเสบียงของพวกเราไปยังตัวเมือง”
จินเฟิงคิดถึงการอุดรอยรั่วนี้ไว้แล้ว “แร่ที่ขุดออกมาได้ก็เอาไปซ่อนไว้ในรถม้าของขบวนคุ้มกัน จากนั้นรถม้าจะถูกลากกลับไปที่ซีเหอวาน หากมีใครรู้เข้า ให้ขุดถ้ำที่ใหญ่กว่านี้แล้วใช้เป็นโกดังเพื่อที่พวกเจ้าจะได้นำแร่เหล่านี้ไปซ่อน”
“เช่นนั้นก็จะดีมาก” จินเผิงพูดด้วยรอยยิ้ม “แต่ท่านอาจารย์ไม่ต้องกังวล เราจะพยายามอย่างเต็มที่ที่จะระมัดระวังและพยายามไม่ให้ผู้อื่นค้นพบ”
“เอาล่ะ ข้าจะสอนวิธีดูแร่ให้กับพวกเจ้า”
จินเฟิงพาพวกเขาเข้าไปในถ้ำ
คืนนั้นต้าหลิวและทหารผ่านศึกสองสามคนแอบถือตะกร้าแร่ทังสเตนหลายตะกร้ามาซ่อนไว้ในเกวียนขนเสบียง นั่นเพียงพอสำหรับให้จินเฟิงใช้ในช่วงระยะเวลาหนึ่ง
ส่วนเด็กหญิงและเด็กชายที่เขาเพิ่งซื้อตัวมาที่ซีเหอวานคงไม่สามารถรองรับพวกเขาได้อย่างแน่นอน ดังนั้นจินเฟิงจึงส่งพวกเขาไปที่เขาเถี่ยกว้านเท่านั้น
เพราะตอนแรกมีโจรหลายร้อยชีวิตในเขาเถี่ยกว้าน และพวกเขาก็สะสมอาหารไว้มากมาย การเพิ่มจำนวน คนเป็นสองเท่าจึงไม่มีปัญหา
หลังจากเดินอ้อมเล็กน้อย ในที่สุดพวกเขาก็ได้เดินทางมาถึงเขาเถี่ยกว้านในบ่ายของวันที่สี่หลังจากออกจากตัวเมือง
ทันทีที่ขึ้นไปบนภูเขาก็เห็นสบู่ที่ยังไม่ได้ตัดวางผึ่งอยู่ทั่วพื้นราบ
“ท่านอาจารย์ กองสบู่ที่บรรดาหญิงสาวทำไว้ใกล้จะล้นแล้ว ท่านควรรีบหาทางกระจายมันออกไป”
เจิ้งฟางแจ้งแก่จินเฟิง
ผู้ที่เคยเผชิญกับความยากลำบากจะหวงแหนความสุขที่ได้รับมามากยิ่งขึ้น
หญิงสาวที่ถูกกลุ่มโจรลักพาตัวมาพอใจกับชีวิตปัจจุบันของตัวเองมาก แม้จะไม่มีใครคอยกำกับควบคุม แต่พวกนางก็ยังทำงานหนักและตั้งใจเป็นอย่างยิ่ง
ทุกวันตอนรุ่งสาง หว่านเหนียงจะพาหญิงสาวไปทำงาน
ถ้าไม่ใช่เพราะวัตถุดิบขาดแคลนชั่วคราว บนภูเขาแห่งนี้คงไม่มีที่เก็บสบู่แล้ว
“ไม่ต้องกังวล ข้าจะให้พี่เถี่ยจือมาขนออกไปโดยเร็วที่สุด”
จินเฟิงเกาศีรษะด้วยความงุนงง
ช่วงนี้เขามัวแต่ยุ่งกับหลายสิ่งหลายอย่าง จนเกือบลืมจัดการเรื่องที่เขาเถี่ยกว้าน
“ท่านพี่ นี่สบู่ฝีมือท่านอาจารย์หรือ?”
ถังเสียวเป่ยได้ยินถังตงตงพูดถึงสบู่ระหว่างทางมาที่นี่ ด้วยความอยากรู้อยากเห็น นางจึงหยิบสบู่ก้อนที่แห้งแล้วขึ้นมาสูดดม “หากใช้สิ่งนี้เพื่อล้างหน้าและซักเสื้อผ้าจะสะอาดเหมือนที่ท่านว่าจริง ๆ หรือ?”
“แน่นอน ไปกันเถอะ ข้าจะพาเจ้าไปลอง”
หว่านเหนียงทนไม่ได้เมื่อได้ยินใครถามเกี่ยวกับสบู่ที่นางทำ นางจึงดึงถังเสียวเป่ยตรงไปที่ห้องครัว
“แล้ว…”
ถังเสียวเป่ยถามจินเฟิง
เขารู้ว่าตนเองทำผิดพลาดที่มองข้ามไปเพราะรู้สึกว่าเงินสามเหรียญทองแดงก็เป็นราคาที่จับต้องได้ แต่เขากลับละเลยสถานการณ์ทางสังคมของต้าคังในปัจจุบัน
ต้าคังในวันนี้เป็นเหมือนกับที่ถังเสียวเป่ยพูด ผู้คนมีภาระเนื่องจากส่วยที่สูงเกินไป ไม่รวมส่วยเบ็ดเตล็ดทุกประเภทที่ทำให้พวกเขาแทบจะไม่เหลือเงินเพื่อจุนเจือตัวเองและครอบครัว เงินสามเหรียญทองแดงสามารถซื้อธัญพืชได้ตั้งหลายจิน ใครจะใช้มันซื้อสบู่เล่า?
“เจ้าว่าต่อเถอะ”
จินเฟิงพยักหน้าและส่งสัญญาณให้ถังเสียวเป่ยเอ่ยต่อ
“ข้าคิดว่ากลุ่มลูกค้าหลักของสบู่คือหอนางโลม และครอบครัวที่มีฐานะ”
ถังเสียวเป่ยกล่าวว่า “สบู่เป็นของดีและไม่ซ้ำใคร หากท่านอาจารย์ต้องการสร้างรายได้ ให้หารายได้จากคนรวย อย่าไปหวังเงินสามเหรียญทองแดงจากราษฎรทั่วไปเลย นางโลมทุกคนต้องรักความสะอาด ไม่เช่นนั้นลูกค้าจะรังเกียจ ส่วนครอบครัวผู้มีฐานะก็ชอบที่จะเปรียบเทียบและโอ้อวดกัน สิ่งที่สำคัญที่สุดคือนางโลมและครอบครัวที่มีฐานะ สำหรับพวกเขาแล้ว ไม่ว่าจะเป็นสามเหรียญทองแดงหรือสามตำลึงเงิน ตราบใดที่สบู่มีประโยชน์พวกเขาก็จะซื้อ!”
“ที่เจ้าว่าก็ฟังดูสมเหตุสมผล”
จินเฟิงพยักหน้าเห็นด้วยและถามต่อ “เสียวเป่ย เช่นนั้นข้าจะให้สบู่จำนวนหนึ่งแก่เจ้า แล้วเจ้าลองนำไปขายในตัวเมืองดู?”
“ไม่มีปัญหา!”
ถังเสียวเป่ยพูดอย่างมั่นใจ “หากสบู่มีกลิ่นหอมมากกว่านี้ ข้าสามารถขายได้ในราคาห้าตำลึงเงินเลยด้วยซ้ำ!”
“สบู่มีกลิ่นหอมแล้ว พวกข้าทำได้!”
เมื่อหว่านเหนียงได้ยินดังนั้น นางก็วิ่งกลับไปที่โกดังแล้วหยิบตะกร้าออกมา “อยู่ที่นี่ มีทั้งกลิ่นดอกหอมหมื่นลี้ มีกลิ่นดอกกล้วยไม้ และกลิ่นดอกเหมย…”
“หว่านเหนียง ข้ารักเจ้า!”
ถังเสียวเป่ยกอดคอของหว่านเหนียงอย่างตื่นเต้นและหอมที่ลำคอนางไปหนึ่งฟอด
หว่านเหนียงที่ตั้งตัวไม่ทันกับการถูกจู่โจม นางไม่รู้ว่าจะเอามือเอาไม้ไปวางไว้ตรงไหน
เจ้าตัวเลยถูกประทับรอยจูบจนมึนงงไปชั่วขณะหนึ่ง
จินเฟิงเป็นคนที่ตั้งสติได้ก่อนและมองดูหว่านเหนียงด้วยรอยยิ้ม จากนั้นเขาก็เปลี่ยนเรื่อง “เจ้าทำกลิ่นหอมนี้ออกมาได้อย่างไรหรือ?”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ทะลุมิติ เปลี่ยนชะตา ชีวิตนี้ของข้าต้องรุ่งโรจน์