เข้าสู่ระบบผ่าน

ทะลุมิติ เปลี่ยนชะตา ชีวิตนี้ของข้าต้องรุ่งโรจน์ นิยาย บท 23

บทที่ 23 สู้กลับ

ความจริงจินเฟิงตื่นตั้งแต่ตอนที่ถังตงตงเปิดประตูออกไปดื่มน้ำแล้ว

เมื่อได้ยินว่าเป็นถังตงตง ชายหนุ่มก็พลิกตัว ตั้งใจว่าจะนอนต่อ

ในขณะที่กำลังจะเข้าสู่นิทรา เขาก็ได้ยินเสียงใครบางคนกระซิบกระซาบขึ้นเสียก่อน

ชัดเจนว่าเป็นเสียงผู้ชาย

เมื่อมองออกไปนอกหน้าต่างก็เห็นว่าเป็นเซี่ยกวางและชายหัวโล้นกำลังรัดตัวถังตงตงเอาไว้

ความคิดแรกของจินเฟิงคือการหาหน้าไม้

น่าเสียดายที่เขาชะล่าใจไม่คิดว่าเซี่ยกวางจะกล้ากลับมาที่หมู่บ้านนี้อีก จึงนำหน้าไม้เก็บไว้ที่โรงตีเหล็ก

ชายหนุ่มจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องซ่อนตัวอยู่หลังประตู พร้อมกับคว้าม้านั่งทรงเตี้ยแถว ๆ นั้นมาถือไว้ให้มั่น

โชคดีที่กำจัดเซี่ยกวางได้ด้วยเก้าอี้ตัวเล็ก ๆ ตัวเดียว

ตอนนี้ก็เหลือแค่ชายหัวโล้น จินเฟิงรู้สึกว่าเขาน่าจะรับมือกับสถานการณ์นี้ได้โดยไม่มีปัญหาอะไร

ตราบใดที่ยืนหยัดจนกว่าคนอื่นในหมู่บ้านจะเข้ามาช่วยได้ ชายหัวโล้นก็จบเห่!

แต่ชายหัวโล้นเจ้าเล่ห์ผู้นี้ลูกเล่นเยอะเกินไป

เมื่อเห็นว่าสถานการณ์ไม่ดี เขาก็จับถังตงตงเป็นตัวประกันทันที

นับตั้งแต่ชีวิตที่แล้วจนถึงชีวิตปัจจุบัน นี่เป็นครั้งแรกที่จินเฟิงต้องเผชิญกับสถานการณ์เช่นนี้

เขาพยายามบังคับตัวเองให้ใจเย็น ค่อย ๆ พูดเกลี้ยกล่อมกับชายหัวโล้น

“เจ้าเป็นชายชาตรี มีอะไรก็ค่อย ๆ พูดค่อย ๆ จา! อย่าทำร้ายเพื่อนข้า ข้าจะให้ทุกอย่างที่เจ้าต้องการ!”

“ข้ารู้ว่าเจ้ายังมีเงินเหลืออีกยี่สิบกว่าตำลึงเงิน ส่งมันมาให้ข้า!”

ชายหัวโล้นไม่แม้แต่จะมองเซี่ยกวางที่ล้มลงไป แต่เอ่ยปากขอเงินทันที

“ได้!”

จินเฟิงหยิบแท่งเงินสองแท่งออกมาจากกระเป๋าและโยนมันออกไปด้านหน้าชายหัวโล้นทันที “ปล่อยเพื่อนของข้า แล้วเอาเงินนี่ไปซะ!”

หากชายหัวโล้นก้าวออกมาเอาเงิน เขาอาจจะหาโอกาสสู้กลับได้

น่าเสียดายที่อีกฝ่ายไม่ได้ตกหลุมพราง แต่กลับเอ่ยออกมาอย่างเย็นชาว่า “โยนขวานของเจ้าทิ้งไปซะ แล้วไปหยิบเงินมามอบให้ข้า!”

หากเขาต้องการเงิน จินเฟิงสามารถมอบให้ชายหัวโล้นผู้นี้ได้โดยไม่ต้องลังเล

แม้ว่าเขาจะหนีไปพร้อมกับเงินจริง ๆ ชายหนุ่มก็ไม่สนใจ

แต่หากเขาทิ้งขวาน แล้วชายหัวโล้นย้อนกลับมาทำร้ายเขาล่ะ?

บัณฑิตหนุ่มลังเล

“เร็วเข้า!”

ชายหัวโล้นออกแรงเล็กน้อยบนคอของถังตงตง ทันใดนั้นรอยเลือดก็ปรากฏขึ้นบนลำคอของนางทันที

จินเฟิงเหงื่อตก

ไม่เพียงแต่รอยเลือดบนคอของถังตงตงเท่านั้น เขายังเห็นร่าง ๆ หนึ่งที่อยู่ด้านหลังชายหัวโล้นเข้ามาในลานบ้านด้วย

แต่มันมืดเกินกว่าจะรู้ว่าใครกำลังเข้ามา

ทว่าเมื่อพิจารณาจากเงาดำ ๆ เหมือนว่าผู้ที่มาเยือนจะเป็นสตรี นางไม่น่าจะเป็นลูกจ้างของชายหัวโล้นผู้นี้

ดังนั้นสิ่งที่เขาทำได้ในยามนี้… คือการถ่วงเวลาเอาไว้!

“เอาล่ะ เจ้าเอาเงินไปได้ แต่หากเจ้าทำร้ายเพื่อนของข้า ข้าจะตะโกนอย่างสุดเสียง และเจ้าก็จะไม่มีวันหนีไปไหนพ้น พวกเราจะตายไปพร้อม ๆ กัน!”

จินเฟิงขว้างขวานไปด้านข้าง จากนั้นเขาก็เดินเข้าไป ชายหนุ่มพยายามพูดเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของโจรที่อยู่ตรงหน้า

“ไม่ต้องห่วง ข้ามาเพื่อขอเงินเท่านั้น”

ปากบอกว่ามาแค่ของเงิน แต่ใจชายหัวโล้นคิดไปแล้วว่า ทันทีที่จินเฟิงเข้ามาใกล้ ตนจะฟันชายผู้นี้ก่อนแล้วค่อยว่ากัน

หนึ่งก้าว

สองก้าว

สามก้าว…

หากจินเฟิงเดินมาข้างหน้าอีกสองสามก้าว เขาก็จะหยิบแท่งเงินขึ้นมาได้

ชายหัวโล้นกำด้ามขวานเอาไว้มั่น พร้อมจะฟันจินเฟิงให้ตาย

บรรยากาศช่างดูน่าหดหู่และอึดอัด

ทันใดนั้นก็มีเสียงกรีดร้องในห้องโถงดังขึ้น

มันทำลายบรรยากาศที่กดดันโดยสิ้นเชิง มากกว่านั้นยังทำลายความเงียบยามค่ำคืนด้วย

กวานเสี่ยวโหรวตื่นขึ้นมา นางเห็นคนนอนตัวเปื้อนเลือดอยู่บนพื้น…

“ให้ตายเถอะ แกมันไอ้ขี้โกง!”

ชายหัวโล้นคำรามด้วยความโกรธ เขากำลังจะใช้ขวานด้ามนั้นจัดการ…

จู่ ๆ ก็มีร่าง ๆ หนึ่งกระโดดออกจากด้านหลังชายหัวโล้น มันพุ่งไปที่เอวของโจรกระจอก

ในที่สุดจินเฟิงก็มองเห็นคนตรงหน้าได้อย่างชัดเจน

นางคือภรรยาของเซี่ยกวาง รุ่นเหนียง!

‘นางมาที่นี่ได้อย่างไร?’

ความคิดนี้แวบขึ้นมาในหัวชายหนุ่ม

เมื่อตระหนักได้ว่านี่ไม่ใช่เวลามาคิดเรื่องเหล่านี้ เขาก็รวบรวมสติและรีบพุ่งไปที่ชายหัวโล้น

อีกฝ่ายกระโดดเตะรุ่นเหนียงจนล้มหกคะเมน

บัณฑิตหนุ่มกลับมามีสติอีกครั้งหลังจากสตรีสามคนตะโกนเสียงดัง จากนั้นเขาก็ใช้ขวานตัดเชือกที่มัดตัวถังตงตงออก

ด้วยความหวาดกลัว ขาของถังตงตงอ่อนปวกเปียกราวกับจะพยุงร่างตัวเองเอาไว้ไม่ไหว นางจึงทิ้งตัวลงไปที่พื้นพร้อมกับกอดต้นขาของจินเฟิงแน่น ก่อนจะร้องไห้หนักยิ่งกว่าเสี่ยวเอ๋อเสียอีก

คงหวาดกลัวมากจริง ๆ

ไม่ช้า แสงคบเพลิงก็ปรากฏขึ้นในหมู่บ้าน

จางเหลียงที่อาศัยอยู่ห่างไกลรีบวิ่งมาพร้อมกับขวาน แต่หัวหน้าหมู่บ้านได้นำคนไปควบคุมที่เกิดเหตุแล้ว

เมื่อมองดูคราบเลือดในสนามหญ้าและพบว่ามีชายหัวโล้นนอนอยู่บนพื้น หัวใจของจางเหลียงก็เต้นรัวเร็วอย่างช่วยไม่ได้

พอเห็นจินเฟิงยืนอยู่ในฝูงชนก็โล่งใจขึ้น เขาดึงตัวนายพรานที่อยู่ใกล้ ๆ มาถาม “เหล่าลิ่ว เกิดอะไรขึ้นหรือ?”

“เซี่ยกวางพาใครบางคนไปที่บ้านของจินเฟิงเพื่อขโมยทรัพย์สิน พวกเขาจับถังตงตงไว้เป็นตัวประกัน จากนั้นก็เกิดการต่อสู้”

“เซี่ยกวางอีกแล้วหรือ!”

จางเหลียงกัดฟันแล้วถามว่า “ไอ้สารเลวนั่นอยู่ที่ไหน?”

“ตรงนั้น!”

เฉินเหล่าลิ่วชี้ไปยังเซี่ยกวางที่ถูกมัดไว้

“นั่นเซี่ยกวางหรือ?”

ไม่ใช่ว่าสายตาของจางเหลียงไม่ดี แต่จินเฟิงใช้ตั่งในการต่อสู้

ดังนั้นจมูกของเซี่ยกวางจึงมีร่องรอยการถูกทุบ ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยเลือด หลาย ๆ คนจึงจำอันธพาลแซ่เซี่ยผู้นี้แทบไม่ได้

“ในเมื่อจับไอ้สารเลวนี่ได้แล้ว จะเก็บมันไว้ทำไม”

เมื่อเจอโจรในหมู่บ้าน พวกมันมักถูกประหาร

ยิ่งสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในคืนนี้ยิ่งไม่ต้องพูดถึง

“ผู้ใหญ่บ้านบอกให้ส่งตัวไปให้เจ้าหน้าที่ก่อน”

เฉินเหล่าลิ่วพูดด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา “ข้าเดาว่าหัวหน้าหมู่บ้านคงไม่กล้าทำอะไรเขา เพราะพ่อของเซี่ยกวางก็เป็นทหารร่วมรบกับหัวหน้าหมู่บ้าน”

“ถ้าเขาทำไม่ได้ ข้าจะทำเอง!”

จินเฟิงไม่เคยฆ่าใคร แต่จางเหลียงคือคนที่คุ้นเคยกับสนามรบและเห็นเลือดมามากมาย

สำหรับเขา การฆ่าคนไม่ต่างจากการฆ่าไก่

ไม่สิ บางทีการฆ่าไก่อาจจะทำให้เขาตื่นเต้นมากกว่านี้

อย่างน้อย ๆ การฆ่าไก่ก็เอาเนื้อของมันมากินได้

“อย่าไป!”

เฉินเหล่าลิ่วคว้าตัวจางเหลียง “อย่างไรก็ตาม ชายผู้นี้คงไม่รอดแล้ว อย่าเอาตัวเองเข้าไปเกี่ยวข้องเลย ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของหัวหน้าหมู่บ้านเถิด”

“รู้ได้อย่างไรว่าเขาจะไม่รอด”

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ทะลุมิติ เปลี่ยนชะตา ชีวิตนี้ของข้าต้องรุ่งโรจน์