บทที่ 24 ข้ายินดี
“เมื่อครู่ข้าไปดูมาแล้ว จมูกของเซี่ยกวางเหวอะหวะไปหมด การถูกตีเมื่อครู่ เป็นเหตุให้ฟันของเขาเหลือไม่กี่ซี่ แม้แต่ตอนนี้เจ้านั่นก็ยังมึนงงอยู่เลย”
เฉินเหล่าลิ่วกล่าว “ที่คุมขังของศาลาว่าการเป็นสถานที่แบบใด? ขนาดคนปกติที่ร่างกายไร้รอยขีดข่วนถูกส่งเข้าไปยังโดนทรมานราวกับการถลกหนัง อาการของเซี่ยกวางหนักถึงเพียงนี้ หากส่งเขาไป ข้าว่าเขาคงมีชีวิตอยู่ไม่พ้นสามวัน …แต่หากหัวหน้าหมู่บ้านพยายามช่วยอย่างเต็มที่จริง ๆ บางทีเซี่ยกวางก็อาจจะไม่ต้องเผชิญกับความเลวร้ายขนาดนั้น”
“หึ เขาเป็นคนรนหาที่เอง!”
จางเหลียงวางขวานลงและถ่มน้ำลายใส่เซี่ยกวาง
แค่ก แค่ก!
เซี่ยกวางซึ่งอยู่ในสภาพกึ่งรู้สึกตัว ไออย่างรุนแรงและพยายามดิ้นรนอย่างสิ้นหวัง
“เกิดอะไรขึ้นกับเขา?”
ผู้ใหญ่บ้านมองไปหาลูกชายที่ยืนอยู่ข้าง ๆ
“ข้าเองก็ไม่รู้เหมือนกัน เมื่อครู่ยังดี ๆ อยู่ แต่จู่ ๆ ก็เริ่มดิ้นรนราวกับอยากเอาชีวิตรอด”
หลิวเถี่ยดูไร้เดียงสา
“เหล่าถาน! เจ้ามาทางนี้เร็ว!”
ผู้ใหญ่บ้านตะโกนใส่ฝูงชน
เหล่าถานมักจะเก็บสมุนไพรเพื่อหาเลี้ยงชีพ เขาเป็นหมอเท้าเปล่า*[1] ในหมู่บ้าน เป็นเรื่องปกติที่จะรักษาอาการเจ็บป่วยเล็ก ๆ น้อยๆ ของชาวบ้านได้ แต่กับอาการบาดเจ็บของเซี่ยกวาง จะให้เขาช่วยอย่างไร?
“สามี เกิดอะไรขึ้นกับเขาหรือ?”
กวานเสี่ยวโหรวมองไปที่เซี่ยกวางที่มือเท้าผิดรูป เมื่อเห็นเช่นนี้นางก็รู้สึกกลัวขึ้นมา “เขาถูกผีเข้าหรือ?”
“โลกนี้ไม่มีผี!” จินเฟิงอธิบาย “เขาสำลักโลหิต”
เซี่ยกวางถูกตั่งหรือม้านั่งขนาดเล็กตบเข้าที่หน้า จมูกและปากของเขาจึงเต็มไปด้วยเลือด
เมื่อครู่อีกฝ่ายนอนอยู่ที่พื้น เป็นการดีที่เลือดจะไหลลงพื้น แต่ตอนนี้เขาถูกดึงตัวขึ้นมามัดเอาไว้ เลือดเลยไหลย้อนลงคอ ไม่แปลกใจที่มันจะทำให้เขาสำลัก
หากจินเฟิงเข้าไปเตือนเรื่องนี้แต่แรก ความหวังในการมีชีวิตรอดของเซี่ยกวางคงไม่ริบหรี่เช่นนี้
แต่บัณฑิตหนุ่มก็เลือกที่จะยืนนิ่ง
การได้รับการศึกษาจากอารยธรรมสมัยใหม่มาหลายปี ทำให้จินเฟิงให้ความสำคัญกับชีวิตมนุษย์เป็นอย่างมาก
แม้เซี่ยกวางจะมาที่บ้านของเขาเพื่อปล้น แต่จินเฟิงก็ไม่ได้รู้สึกอะไรไปมากกว่ารำคาญ เขาไม่เคยคิดที่จะฆ่าเซี่ยกวางมาก่อน
แต่คืนนี้จินเฟิงกลับกลายเป็นฆาตกร
เพราะเขาซ่อนตัวอยู่หลังประตูและได้ยินการสนทนาระหว่างเซี่ยกวางและชายหัวโล้น
ก่อนหน้านี้บัณฑิตหนุ่มไม่เคยมีความคิดโหดร้ายมาก่อน
แต่เซี่ยกวางทำให้เขาเห็นความน่ากลัวของโลกใบนี้
นี่คือยุคที่ชีวิตมนุษย์ไม่มีคุณค่า
บางคนยอมเสี่ยงตายเพื่อเงินทองแดงไม่กี่เหรียญ หรือแม้แต่ซาลาเปาเพียงครึ่งลูก
ถ้าถังตงตงไม่ปั่นด้ายจนถึงกลางดึก ตอนนี้ร่างของเขาคงเย็นเป็นศพไปแล้ว
เมื่อตระหนักถึงสิ่งนี้ ความคิดของจินเฟิงก็เริ่มเปลี่ยนไป
เขาอดทนต่อความไม่สบายใจของตัวเอง และเฝ้าดูเซี่ยกวางดิ้นรนกับการเอาชีวิตรอดอย่างเย็นชา
เซี่ยกวางทนได้ไม่นานนัก ไม่ช้าก็เสียชีวิตลงด้วยอาการหายใจไม่ออก
คนที่ร่วมดูภาพอันน่าอเนจอนาถใจเช่นเดียวกับจินเฟิงคือรุ่นเหนียง นางกำลังยืนอยู่มุมหนึ่งเพื่อดูเซี่ยกวางค่อย ๆ หมดลมหายใจ
เมื่อเห็นสามีของตนเสียชีวิต นางก็อดไม่ได้ที่จะร้องไห้
แน่นอนว่ามีร่องรอยแห่งความโศกเศร้าปรากฏขึ้นบนใบหน้าของนาง ทว่าก็เจือไปด้วยความโล่งใจและตามมาด้วยความรู้สึกสับสน
ไม่ว่าเซี่ยกวางผู้นี้จะมีนิสัยอย่างไร หากเขายังมีชีวิตอยู่ นางก็จะยังมีตัวตน แต่ตอนนี้อีกฝ่ายตายแล้ว นางจึงต้องกลายเป็นหญิงหม้าย
ทุกวันนี้ ชะตากรรมของหญิงหม้ายเป็นเรื่องน่าเศร้า
สตรีทั่วไปยังหาคู่ครองได้ลำบาก ไม่ต้องพูดถึงหญิงหม้ายเลย
เมื่อเกิดเรื่องนี้ขึ้น นางไม่สามารถกลับไปที่บ้านเก่าของตัวเองได้อีกแล้ว
แม้ว่าจะยังมีชีวิตอยู่แต่ก็เหมือนไร้ความหมาย นางต้องกลายเป็นผีโดดเดี่ยว
รุ่นเหนียงรู้สึกเหมือนกำลังลอยอยู่ในมหาสมุทรกว้างใหญ่ที่ทั้งหนาวเย็นและมืดมน
รอบตัวนางมีแต่กระแสน้ำที่พัดไป ไม่มีอะไรให้ยึดเกาะและพึ่งพาได้ ไม่มีหนทางให้นางได้ไปต่อ
นางทำได้แค่ไหลไปตามกระแสน้ำเพื่อเผชิญกับความมืดมิดที่อยู่ตรงหน้า
เดิมทีรุ่นเหนียงซ่อนตัวเองอยู่ในมุม ๆ หนึ่งและไม่มีใครสนใจ
แต่เมื่อนางร้องไห้ออกมาทุกคนก็มองมาที่นาง
“เหตุใดนางจึงมาอยู่ที่นี่?”
“ข้าเก็บผักป่ากิน” รุ่นเหนียงตอบด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา
สำหรับรุ่นเหนียงผู้นี้ จินเฟิงรู้สึกซาบซึ้งจากก้นบึ้งของหัวใจ
ไม่ใช่เรื่องเกินจริงที่จะบอกว่านางเป็นผู้ช่วยชีวิตเขา
หลังจากคิดอยู่ครู่หนึ่ง ชายหนุ่มก็พูดขึ้น “หากเจ้าเต็มใจ หลังจากนี้มาช่วยเสี่ยวโหรวปั่นด้ายดีหรือไม่ ตกกลางคืนถ้าเจ้ากลัวเจ้าก็มาอยู่กับเสี่ยวโหรวและตงตงได้”
“ข้าเต็มใจ ข้าเต็มใจ!”
รุ่นเหนียงตอบตกลงโดยไม่ลังเล
แล้วนางก็ร้องไห้ออกมาอีกครั้ง
คราวนี้เป็นน้ำตาแห่งความดีใจ
เช่นเดียวกับคนจมน้ำ ที่ฝ่าเท้าได้สัมผัสกับพื้นแข็ง หัวใจของนางโล่งขึ้นทันที
แต่หัวหน้าหมู่บ้านขมวดคิ้วและพูดว่า “จินเฟิง นี่มันไม่เหมาะสม”
ถังตงตงอาศัยอยู่ในบ้านของจินเฟิง เรื่องนี้คนอื่นไม่อยากเก็บมาถือสา
เพราะทุกคนคิดว่าถังตงตงจะต้องแต่งงานกับบัณฑิตหนุ่มไม่ช้าก็เร็ว
อย่างไรก็ตาม ทุกวันนี้เมื่อสตรีหลายคนเดินผ่านหน้าบ้านเขา พวกนางต่างก็พูดจาเย้ยหยัน
ยิ่งกับรุ่นเหนียงยิ่งแตกต่างออกไป นางไม่เหมือนถังตงตง
นางแต่งงานแล้ว แม้ว่าหลังจากแต่งงานเซี่ยกวางจะเอาแต่เล่นพนัน และไม่ได้มีความสัมพันธ์ทางกายกับนางก็ตาม จึงอาจพอนับได้ว่านางเป็นหญิงหม้ายที่บริสุทธิ์ผุดผ่อง
ทว่าหากพาหญิงหม้ายมาอยู่ด้วยที่บ้าน จินเฟิงจะถูกดูหมิ่นขึ้นไปอีก
“ไม่มีอะไรไม่เหมาะสม”
ชายหนุ่มยืนกรานว่า “พรุ่งนี้ข้าจะสร้างกระท่อมไว้ที่ลานบาน และทำไนปั่นด้ายเพิ่มอีกสองสามล้อ หากสตรีในหมู่บ้านคนใดต้องการมาช่วยเสี่ยวโหรวข้าก็ยินดี และจะจ่ายค่าตอบแทนให้ด้วย”
ความสนใจของสตรีในหมู่บ้านถูกเบี่ยงเบนไปทันที พวกนางทั้งหมดพากันถามว่าจะคำนวณค่าจ้างอย่างไร รวมอาหารหรือไม่
หัวหน้าหมู่บ้านถอนหายใจ จากนั้นก็ให้คนมาลากศพออกไป
เมื่อหลิวเถี่ยยกร่างโจรขึ้น จางเหลียงก็สังเกตเห็นตราวงกลมบนข้อมือของชายหัวโล้น
หัวใจของของเขาเต้นรัว พลันเหงื่อของเขาก็แตกพลั่ก
[1] หมอเท้าเปล่า (赤脚医生) : เกษตรกรที่ได้รับการฝึกการแพทย์และผู้ช่วยแพทย์พื้นฐานขั้นต่ำ ทำงานในหมู่บ้านชนบทในประเทศจีน เน้นป้องกันมากกว่ารักษา

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ทะลุมิติ เปลี่ยนชะตา ชีวิตนี้ของข้าต้องรุ่งโรจน์