บทที่ 232 งงเป็นไก่ตาแตก
เช้าวันรุ่งขึ้น มีแผงที่ถูกตั้งขึ้นเป็นกรณีพิเศษอยู่หน้าโรงเตี๊ยมจ้าวเจีย
“ขายสบู่หอม ขายสบู่หอมสูตรพิเศษจากท่านอาจารย์จิน! มีกลิ่นหอมของดอกหอมหมื่นลี้และดอกเหมย!…”
หลิวเถี่ยพาบุรุษหลายคนไปยืนเฝ้าแผงและตะโกนขายของเสียงดัง
ชาวต้าคังไม่มีนิสัยชอบนอนตื่นสาย เพราะตอนเช้าเป็นช่วงเวลาที่ผักจะถูกส่งมาจากนอกเมืองและกำลังสดที่สุด ดังนั้นแม่บ้านจากบ้านคนมีฐานะจำนวนมากจะออกมาพร้อมกับตะกร้าในมือเพื่อซื้อผัก
สบู่หอมไม่เพียงแต่มีชื่อเสียงในตรอกเฟิงเยว่เท่านั้น แต่ยังเป็นที่รู้จักในหมู่คนร่ำรวยอีกด้วย ต้องขอบคุณความโอ้อวดของฮูหยินจวิ้นโส่ว
เมื่อบรรดาฮูหยินทราบข่าวว่ามีสบู่หอมขายอย่างเป็นทางการแล้ว พวกนางจึงส่งหญิงรับใช้ไปซื้อ
และไม่ได้ซื้อเพียงหนึ่งหรือสองก้อนเท่านั้น แต่หญิงรับใช้ที่เดินทางมาที่นี่จะซื้อไปอย่างละกลิ่น
อีกทั้งยังมีหญิงรับใช้ที่มาซื้อไปเป็นจำนวนมากถึงหกสิบกล่องทำให้ต้องบรรจุลงหีบใหญ่หนึ่งหีบ และให้ลูกจ้างขนไปโดยใช้รถม้า
นอกจากนี้ยังมีข้ารับใช้อีกสี่คนมาคอยคุ้มกันสิ่งของ เช่นเดียวกับการคุ้มกันเงิน
ถังเสียวเป่ยวางแผนจะขายสบู่ชุดแรกเพียงสามร้อยกล่องเท่านั้นและสถานเริงรมย์หลวงก็ซื้อไปแล้วแปดสิบกล่อง หอวาโยวสันต์ซื้อไปแล้วสี่สิบกล่อง ดังนั้นสบู่จึงเหลือไม่มากแล้ว
ภายในเวลาไม่ถึงครึ่งชั่วยาม กล่องไม้ขนาดใหญ่ที่บรรจุสบู่อยู่บนโต๊ะก็ว่างเปล่า
ถึงกระนั้นหญิงรับใช้ก็ยังเข้ามาสอบถามอยู่เรื่อย ๆ แล้วก็ต้องจากไปด้วยความหวาดกลัว
เพราะพวกนางก็กำลังคิดว่าจะอธิบายให้เจ้านายของตนฟังอย่างไรดีเมื่อกลับไปที่บ้าน
“มีคนร่ำรวยอยู่มากจริง ๆ!”
ต้าหลิวถอนหายใจขณะที่กำลังเก็บกล่องเปล่า
เขาไม่เข้าใจว่าผู้คนจะเอาเงินห้าตำลึงเงินไปซื้อของสำหรับอาบน้ำได้อย่างไร
“ท่านอาจารย์บอกว่าความมั่งคั่งเหล่านั้นตกมาถึงมือของคนทั่วไปไม่ถึงหนึ่งในสิบส่วน เงินที่บรรดาคนมีฐานะใช้จ่ายออกไปเพื่อซื้อความสำราญให้ตัวเองหรือสหายมื้อเดียวมีจำนวนมากพอที่จะเลี้ยงคนในหมู่บ้านได้เป็นระยะเวลาหนึ่งปี”
ถังเสียวเป่ยกล่าวว่า “วันนี้เราขายสบู่หอมและได้เงินมามากกว่าหนึ่งพันตำลึงเงิน ไม่ต้องพูดถึงเมืองกวานเหยวียนเลย แม้แต่คนมีฐานะในอำเภอจินชวนก็ยินดีที่จะใช้จ่ายในส่วนนี้ การใช้เงินไม่กี่ตำลึงเงินซื้อของที่กำลังได้รับความนิยมและเป็นประโยชน์ก็คุ้มค่าแล้วมิใช่หรือ?”
“ใช่ เราควรทำเงินจากพวกเขา” ต้าหลิวถามอย่างมีความสุข “ถ้าเช่นนั้นเราจะปล้นคนรวยและแจกจ่ายให้คนจนหรือไม่?”
“แน่นอน มีเด็กมากมายในหมู่บ้านที่ใช้ชีวิตอย่างยากลำบากและท่านอาจารย์ก็ต้องดูแลเด็ก ๆ เหล่านั้นทั้งหมดมิใช่หรือ?”
ถังเสียวเป่ยพยักหน้าช้า ๆ
“ข้าเคยแอบรู้สึกผิดที่ขายสบู่หอมในราคาก้อนละห้าตำลึงเงิน แต่เมื่อแม่นางเสียวเป่ยพูดเช่นนั้น จู่ ๆ ข้าก็คิดว่าสบู่ที่เราขายออกไปราคาถูกเกินควรด้วยซ้ำ”
ต้าหลิวกล่าวว่า “เราต้องสร้างรายได้จากคนรวย แล้วใช้เงินส่วนนี้ช่วยเหลือคนที่ลำบาก”
“ใต้หล้านี้มีคนยากลำบากมากมาย ท่านอาจารย์จะช่วยพวกเขาหมดทุกคนได้อย่างไร?”
ถังเสียวเป่ยถอนหายใจ “ท่านอาจารย์เคยกล่าวไว้ว่า การหาปลามาให้พวกเขาไม่กี่ตัว หรือจะสู้สอนวิธีการหาปลาให้ เพราะท่านอาจารย์มีแนวคิดเช่นนี้ เขาเลยสามารถขยับขยายโรงงานสิ่งทอได้อย่างทุกวันนี้”
“ท่านอาจารย์มองการณ์ไกลจริง ๆ” ต้าหลิวพยักหน้าและกล่าวว่า “การได้พบกับท่านอาจารย์ถือเป็นเรื่องโชคดีที่สุดที่เกิดขึ้นกับข้าในชีวิตนี้ ถ้าไม่ใช่เพราะเขา ครอบครัวของข้าก็อาจจะไม่สามารถอยู่รอดมาจนถึงปีนี้ได้ ไม่ใครก็ใครอาจจะต้องอดตายลงในที่สุด”
“เช่นนั้นเราทุกคนต้องพยายามทำทุกทางเพื่อตอบแทนท่านอาจารย์” ถังเสียวเป่ยกล่าวด้วยรอยยิ้ม
“ใช่ เราต้องเดินตามแนวทางของท่านอาจารย์อย่างการปล้นคนรวยและช่วยเหลือคนยากไร ทำตัวให้เป็นประโยชน์กับใต้ผืนฟ้านี้!”
ต้าหลิวรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาทันที
เมื่อฮูหยินของบรรดาคนใหญ่คนโตรวมไปถึงหอนางโลมในตรอกเฟิงเยว่ได้รับข่าวการขายสบู่หอม ทุกคนต่างก็ให้ความสนใจกับข่าวนี้
แต่ในเวลานี้แม่เล้าผู้ชาญฉลาดเหล่านั้นไม่รีบร้อน
ในความเห็นของพวกนาง เมื่อวางขายแล้ว ใครมีเงินก็ซื้อได้มิใช่หรือ?
การบุ่มบ่ามเข้าไปเร็วเกินไปจะทำให้ถังเสียวเป่ยเห็นว่าพวกนางรีบร้อนที่จะอยากได้ของ ซึ่งไม่เหมาะต่อการเจรจาต่อรอง
ดังนั้นแม่เล้าจึงรอจนถึงช่วงเช้าก่อนจะนั่งรถม้าไปยังโรงเตี๊ยมอย่างเกียจคร้าน
พวกนางต่างก็คิดว่าจะต่อรองกับถังเสียวเป่ยอย่างไรดี
อย่างไรก็ตาม เมื่อพวกนางมาถึงสถานที่นั้น แม่เล้าทุกคนก็ต้องตกตะลึง
สินค้าหมด…
ตอนนี้เหล่าแม่เล้าทั้งหลายต่างกังวลใจ
“แม่นางเสียวเป่ย เหตุใดสินค้าจึงหมดลงได้เล่า?”
“แม่นางเสียวเป่ย บอกข้ามาได้เลยว่าราคาเท่าใด ข้าจะไม่ต่อรอง!”
“แม่นางเสียวเป่ย…”
บรรดาแม่เล้าต่างก็เข้ามาล้อมรอบถังเสียวเป่ย พร้อมความกังวลราวกับมดบนหม้อร้อน
หอนางโลมไม่เหมือนกิจการด้านอื่น ๆ ลูกค้าจำนวนมากตกหลุมรักหญิงสาวคนหนึ่งและจะเยินยอนางต่อไป
ในไม่ช้า ขบวนทหารม้าก็ออกเดินทางจากตัวเมืองและกลับไปยังซีเหอวาน
ม้าศึกนั้นสามารถเดินทางได้อย่างรวดเร็ว ภายในสองทุ่มของคืนวันนั้น โหวจื่อและพวกก็กลับไปถึงซีเหอวาน
จินเฟิงอาบน้ำเสร็จและเตรียมพร้อมที่จะเข้านอน เมื่อรู้ว่าโหวจื่อกลับมาแล้ว ชายหนุ่มก็รีบสวมเสื้อผ้าอีกครั้งและออกมาจากเรือน
“โหวจื่อ สถานการณ์ในตัวเมืองเป็นอย่างไรบ้าง”
“ดีมาก! ท่านอาจารย์ไม่รู้หรอกว่า ตอนนี้สบู่ที่นำไปขายในตัวเมืองนั้นขายดีเป็นเทน้ำเทท่า มีผู้คนมากมายต้องการสบู่มากเท่าใด ทั้งที่มีตั๋วเงินอยู่ในมือก็ไม่สามารถหาซื้อได้…”
โหวจื่อเล่าอย่างตื่นเต้นถึงสิ่งที่ถังเสียวเป่ยทำไว้ในเมือง
แน่นอนว่าเขาไม่ลืมคำที่ถังเสียวเป่ยกำชับ
“เสียวเป่ยนั้นทำการค้าได้อย่างมืออาชีพจริง ๆ”
หลังจากได้ยินสิ่งนี้ จินเฟิงก็หัวเราะอย่างมีความสุขเช่นกัน
เขาคิดว่าหากถังเสียวเป่ยสามารถขายสบู่ได้ในราคาสามตำลึงเงินก็น่าพอใจแล้ว แต่ใครจะรู้ว่าจริง ๆ แล้วนางสามารถขายได้ในราคาสูงถึงห้าตำลึง
สบู่นั้นต้นทุนต่ำมาก แต่ครั้งนี้ถังเสียวเป่ยกลับช่วยเขาหาเงินได้ถึงหนึ่งพันห้าร้อยตำลึงเงิน
และจินเฟิงรู้ดีว่านี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น
“ใช่แล้ว แม่นางเสียวเป่ยน่าทึ่งมาก”
โหวจื่อยิ้มและพูดว่า “จริง ๆ แล้วยังมีสบู่หอมเหลืออีกมาก แต่แม่นางเสียวเป่ยเลือกที่จะไม่ขายมันออกไป และนางก็ขอให้พวกเราเดินทางกลับมาที่นี่”
“แน่นอนว่าเมื่อเริ่มลงมือทำการแสดงแล้วก็ต้องเล่นให้มันสมบทบาท”
จินเฟิงพูดด้วยรอยยิ้ม “เช่นนั้น ในวันพรุ่งนี้พวกเจ้าเดินทางกลับไปที่นั่นอีกครั้ง และนำหีบเปล่ากลับไปสักสองสามหีบ เพื่อให้สอดคล้องกับกลอุบายของเสียวเป่ยเถิด”
“รับทราบ!” โหวจื่อกำหมัดอย่างหนักแน่นและหันหลังกลับไป
จินเฟิงเองก็นอนไม่หลับ เขาจึงเรียกจางเหลียงให้เข้ามาพบเพื่อเตรียมการป้องกันเขาเถี่ยกว้าน
…
ณ เมืองกวางเหยวียน
เดิมทีถังเสียวเป่ยคิดว่าแม่เล้าจะเดินทางมาในตอนเที่ยงวัน แต่ทันทีที่นางตื่นขึ้นมาในตอนเช้า อาหลานก็แจ้งนางว่าบรรดาแม่เล้าจากหอนางโลมต่าง ๆ ได้มารออยู่ที่หน้าประตูโรงเตี๊ยมแล้ว

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ทะลุมิติ เปลี่ยนชะตา ชีวิตนี้ของข้าต้องรุ่งโรจน์