บทที่ 233 เปิดประตูสู่โลกใบใหม่
ผู้ที่รออยู่หน้าประตูโรงเตี๊ยมไม่ได้มีเพียงแค่แม่เล้าเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงหญิงรับใช้จากบรรดาฮูหยินที่ส่งพวกนางมาซื้อของด้วย
จนเวลาจวบใกล้ยามอู่ ในที่สุดพวกของโหวจื่อก็ขี่ม้ากลับมา
โดยที่ด้านหลังมามีหีบเปล่าอยู่สองใบ
เมื่อแม่เล้าและหญิงรับใช้เห็นดังนั้น พวกนางก็รีบรุดไปข้างหน้าเพื่อหยุดม้าศึกเอาไว้
และสิ่งนี้ก็ต้องทำให้โหวจื่อต้องตกใจ
เพราะอย่างที่รู้กันว่าหีบบนหลังม้าเป็นหีบเปล่า หากเหล่าแม่เล้าเข้ามาเปิดหีบเข้า นั่นก็แสดงให้เห็นว่าพวกเขานั้นคดโกงมิใช่หรือ
โชคดีที่ต้าหลิวและคนของเขามาถึงทันเวลาจึงหยุดแม่เล้าและหญิงรับใช้ที่อยู่ข้างนอกได้
“พวกเจ้าคิดจะทำสิ่งใด คิดจะปล้นทหารม้าของพวกข้าหรือ?”
ต้าหลิวดึงดาบยาวออกมาแล้วถามเสียงเข้ม
“ไม่ใช่! ไม่ใช่ ๆ พวกข้ามาเพื่อซื้อสบู่หอมเท่านั้น”
แม่เล้าและหญิงรับใช้ต่างหวาดกลัวมากจนยอมถอยห่างออกไป
จากนั้นโหวจื่อก็รีบพาคนของเขาเข้าไปในโรงเตี๊ยม
“สบู่หอมถูกส่งมาที่นี่แล้ว ขอให้ทุกคนอดทนรอสักครู่”
ถังเสียวเป่ยกล่าวด้วยรอยยิ้ม “รอข้าแยกหมวดหมู่ครู่เดียว แล้วข้าจะกลับออกมาอีกครั้ง”
หลังจากนั้นถังเสียวเป่ยก็พาอาหลานกลับเข้าไปในโรงเตี๊ยม
เกือบหนึ่งก้านธูปต่อมา แผงขายสบู่ก็เปิดทำการอีกครั้ง
คราวนี้บรรดาแม่เล้าไม่กล้าทำตัววุ่นวายอีกต่อไป ความคิดที่จะต่อรองราคายิ่งไม่ต้องพูดถึง
พวกนางนับตั๋วเงินและส่งให้ถังเสียวเป่ยทีละใบ จากนั้นก็จากไปพร้อมกับสบู่อย่างพึงพอใจ
นี่ก็เป็นผลลัพธ์ที่จินเฟิงคาดเอาไว้แล้วว่าต้องเป็นเช่นนั้น เขาจึงขอให้โหวจื่อนำกล่องเปล่ามาเพื่อให้ถังเสียวเป่ยใช้ทำการแสดงได้ตามต้องการ
ในเวลาเพียงครึ่งชั่วยาม ถังเสียวเป่ยขายสบู่ได้มากกว่าหกร้อยกล่อง ก่อนที่จะยุติการขายในที่สุด
และในครั้งนี้นางก็ได้เงินมามากกว่าสามพันตำลึงเงิน
สิ่งนี้ทำให้ต้าหลิวตกตะลึงและตัวชาไปชั่วขณะ
เขาไม่เคยคิดเลยว่าจะสามารถทำเงินได้มากขนาดนี้
“พี่เถี่ยจือ วันนี้พอแค่นี้ก่อนแล้วกัน หากใครเข้ามาสอบถามอีกก็บอกว่าของหมดแล้ว”
ถังเสียวเป่ยรอหญิงรับใช้คนสุดท้ายออกไปและหันไปกำชับหลิวเถี่ยผู้ดูแลแผงว่า “หากพรุ่งนี้ใครมาถามว่าจะมีของมาส่งเพิ่มเท่าใด เจ้าก็บอกไปว่าของในหมู่บ้านของเราเหลือไม่มากแล้วและของก็คงจะหมดลงในไม่ช้า”
“ข้าเข้าใจแล้ว” หลิวเถี่ยพยักหน้าอย่างรวดเร็ว
เพราะผู้ที่มีฐานะในเมืองนี้มีอยู่พอประมาณ และสองวันที่ผ่านมา พวกเขาก็ขายสบู่ได้เกือบพันกล่อง นั่นก็นับว่าเพียงพอแล้ว
เหตุการณ์อย่างสองวันที่ผ่านมาคงจะยังไม่เกิดขึ้นจนกว่าพวกเขาจะใช้สบู่ที่ซื้อไปหมด
หากถังเสียวเป่ยยังดึงดันที่จะขายสบู่ต่อไป ความนิยมของสบู่ก็จะลดลงในที่สุด
พวกเขาต้องทิ้งระยะห่างไว้สักสองสามวัน
อย่างไรก็ตาม มีเพียงจินเฟิงเท่านั้นที่สามารถทำสบู่นี้ขึ้นมาได้ หากตลาดในกวางเหยวียนนั้นอิ่มตัว พวกเขาก็แค่ย้ายไปขายที่อื่นก็เท่านั้น
ความเจริญรุ่งเรืองอันยิ่งใหญ่ของต้าคัง ไม่ต้องพูดถึงที่อื่นไกล คนมีเงินจากอำเภอต่าง ๆ ที่อยู่ภายใต้การปกครองของกวางเหยวียนรวมกันอาจจะมากกว่าคนมีเงินที่อาศัยอยู่ในตัวเมืองแห่งนี้เสียอีก
แทนที่จะทุ่มแรงให้กับคนในตัวเมืองนี้ทั้งหมด สู้ไปเปิดตลาดใหม่จะดีกว่า
อย่างไรก็ตาม กำลังของถังเสียวเป่ยเพียงคนเดียวนั้นมีจำกัด นางไม่สามารถเข้าไปดูแลสถานการณ์ได้ทุกที่และอาจสร้างความเหนื่อยล้ามากจนเกินไปได้
และหากหญิงสาวคนใดไม่มีการใช้สบู่ก็จะไม่มีลูกค้าเข้ามาเลือกพวกนาง
ช่างไม้ตัวเมืองต่างก็ไม่ได้ทำงานในด้านอื่น พวกเขาลงแรงทั้งหมดไปกับการสร้างอ่างอาบน้ำ…
ในทางตรงกันข้ามร้านค้าที่ขายแป้งผัดแก้มหลายแห่งกลับซบเซาลงและไม่ได้เปิดมาหลายวันแล้ว อีกทั้งสถานการณ์ก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะดีขึ้น
จินเฟิงและถังเสียวเป่ยไม่คาดคิดว่าสบู่หอมที่พวกเขาสร้างขึ้นจะเปลี่ยนรูปแบบของอุตสาหกรรมการบริการของหอนางโลมและเพิ่มบริการมากมายให้กับบรรดานายน้อย…
ต่อมาถังเสียวเป่ยอดไม่ได้ที่จะอยากรู้อยากเห็น นางจึงตรงไปที่หอวาโยวสันต์เพื่อขอคำแนะนำจากพี่สาวคนสนิทอย่างเสี่ยวถิง
เมื่อออกมาจากหอวาโยวสันต์แล้ว จิตใจของถังเสียวเป่ยเต็มไปด้วยความรู้ที่พี่ถิงได้มอบให้นาง
‘พี่ถิงแนะนำให้ข้าลองเข้าหาท่านอาจารย์มากขึ้น หรือข้าควรจะกลับไปที่นั่นสักครั้ง เพราะท่านอาจารย์ก็ดีกับข้ามาก จริง ๆ จะกลับหรือไม่กลับไปก็น่าจะมีค่าเท่ากัน…’
ถังเสียวเป่ยที่เข้าไปนั่งในรถม้าเต็มไปด้วยความคิด
ในความเป็นจริง สบู่หอมไม่เพียงเปิดประตูสู่โลกใหม่สำหรับบุรุษในตัวเมืองเท่านั้น แต่ยังเปิดประตูสู่ตระกูลโจว พ่อค้าผ้ารายใหญ่ที่สุดในกวางเหยวียนอีกด้วย
เมื่อสบู่หอมมีอิทธิพลครั้งแรกในตัวเมือง โจวฉางหลินหัวหน้าตระกูลโจวก็ตระหนักดีว่าสบู่หอมจะเป็นสินค้ายอดนิยมในหมู่สตรี
ดังนั้นเมื่อมีข่าวการค้าขายของถังเสียวเป่ยออกไป เขาก็ส่งคนมาซื้อทันที
หญิงรับใช้ที่ซื้อสบู่หอมไปหกสิบกล่องและทำให้ต้าหลิวประหลาดใจในคราวนั้น คือคนที่ถูกโจวฉางหลินส่งมา
นอกจากเก็บไว้ที่บ้านของตนสิบกล่อง ที่เหลืออีกห้าสิบกล่องล้วนถูกส่งไปยังเปี้ยนจิง
โจวฉางหลินมักจะส่งคนไปเมืองหลวงเป็นครั้งคราวเพื่อดูแลสิ่งต่าง ๆ เขาจะส่งของไปนับไม่ถ้วนซึ่งสบู่หอมเป็นเพียงหนึ่งในนั้น
แต่ใครจะรู้ว่าทันทีที่สบู่หอมถูกส่งไปถึงเมืองหลวง สตรีในเมืองหลวงจะตกหลุมรักสิ่งนี้อย่างช่วยไม่ได้ และญาติผู้หญิงของตระกูลโจวในเมืองหลวงต่างก็รีบมาแย่งชิงสบู่หอมไปอย่างรวดเร็ว
ตระกูลโจวในเมืองหลวงมีจำนวนมากทำให้การปันส่วนสบู่หอมนั้นไปไม่ทั่วถึงและมีบางคนที่เกิดความไม่พอใจ
ผู้ที่ดูแลจวนชั้นในก็มีปัญหากับญาติผู้หญิงจนไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากส่งบุตรชายของตนไปที่กวางเหยวียนเพื่อนำสบู่กลับมาอีกจำนวนหนึ่งให้เร็วที่สุด

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ทะลุมิติ เปลี่ยนชะตา ชีวิตนี้ของข้าต้องรุ่งโรจน์